Home » ข่าวสาร » ท่าออกกำลังกาย » ท่า High Knee แนะนำโดยแชมป์ฟิตเนสหญิง 2025 – โค้ชปุนิ่ม*

ท่า High Knee แนะนำโดยแชมป์ฟิตเนสหญิง 2025 – โค้ชปุนิ่ม*

(1) ท่า High Knee คืออะไร? มุมมองจากแชมป์ตัวจริง

สวัสดีค่ะ! โค้ชปุนิ่มเองนะคะ ก่อนที่เราจะไปทำความรู้จักกับ ท่า High Knee หรือที่คนไทยหลายคนเรียกว่า “วิ่งยกเข่าสูง” โค้ชขอแนะนำตัวสั้นๆ ก่อนเพื่อให้ทุกคนมั่นใจได้ว่าข้อมูลที่อ่านมาจากประสบการณ์จริงล้วนๆ

โค้ชปุนิ่มปัจจุบันอายุ 45 ปี เริ่มเล่นฟิตเนสตั้งแต่อายุ 20 ต้นๆ ผ่านการแข่งขันมาหลายสนาม ทั้งวิ่งเทรล ฮาล์ฟมาราธอน และฟิตเนสโมเดล โดยล่าสุดเพิ่งได้แชมป์ Mr. Thailand 2025 และ Thailand Open Masters Games 2025 ดังนั้นท่าที่โค้ชเลือกใช้ คือท่าที่พิสูจน์มาแล้วว่าช่วยสร้างร่างกายให้แข็งแรง กระชับ สวยงามตามแบบฉบับนักฟิตเนสหญิงตัวจริง

ท่า High Knee เป็นท่าบริหารในกลุ่ม Cardio และ HIIT (High-Intensity Interval Training) ที่ช่วยเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจได้อย่างรวดเร็ว นิยมใช้ในกลุ่มนักวิ่ง นักกีฬา และผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักพร้อมกับสร้างกล้ามเนื้อให้ชัดขึ้น

หลักๆ แล้ว ท่านี้จะทำโดยการวิ่งอยู่กับที่หรือเคลื่อนที่ไปด้านหน้า โดยยกเข่าให้สูงระดับเอวหรือสูงกว่านั้น แล้วสลับขาซ้าย-ขวาอย่างต่อเนมื่องและรวดเร็ว

ด้วยประสบการณ์แข่งขันวิ่งเทรล และฮาล์ฟมาราธอนหลายรายการ เช่น ได้ที่ 1 Sadokkokthom 21k ปี 2562 และติดอันดับใน Khao Yai Trail ปี 2019 โค้ชยืนยันได้เลยว่าท่านี้ช่วยสร้างความเร็ว และความแข็งแรงให้กับนักวิ่งโดยตรงค่ะ

(2) 5 วิธีการทำท่า High Knee ที่ถูกต้อง (โค้ชปุนิ่มแนะนำแบบเข้าใจง่าย)

ท่า High Knee ดูเผินๆ อาจเหมือนแค่วิ่งอยู่กับที่ แต่จริงๆ แล้ว ถ้าอยากให้ท่านี้ได้ผลเต็มที่—ทั้งการเผาผลาญไขมัน สร้างกล้ามขา และเพิ่มความทนทานของหัวใจ—คุณต้องเข้าใจรายละเอียดทุกขั้นตอน

โค้ชปุนิ่มเจอมาเยอะมากในคลาสเทรนทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ว่าคนที่ “ยกเข่าแต่ไม่ได้ใช้กล้ามเนื้อจริง” มักจะเสียแรงเปล่า และไม่ได้ผลลัพธ์เลยแม้จะเหนื่อยมาก เพราะฉะนั้นเราจะมาไล่เป็น Step กันนะคะ

ขั้นตอนที่ 1: ตั้งท่าเตรียมพร้อมให้มั่นคง

ยืนตัวตรง หลังตั้งตรง หดหน้าท้องเล็กน้อยเพื่อให้ Core เกร็งอยู่ตลอด มือทั้งสองข้างงอประมาณ 90 องศา กำมือเบาๆ ไว้ที่ระดับอก

โค้ชปุนิ่มแนะ: มือที่อยู่ด้านหน้าควรขยับขึ้น-ลงตรงข้ามกับขาที่กำลังยก เช่น ถ้ายกเข่าขวา ให้มือซ้ายงอขึ้น เหมือนท่าวิ่งจริง จะช่วยเพิ่มความบาลานซ์และเผาผลาญได้ดีขึ้น

ขั้นตอนที่ 2: เริ่มยกเข่าสูงขึ้นให้ถึงระดับสะโพกหรือสูงกว่า

ขาข้างหนึ่งยกขึ้นทันทีโดยเน้น “แรงส่งจากสะโพกและต้นขา” ไม่ใช่แค่เหวี่ยงเข่าลอย ๆ เพราะนั่นจะทำให้ไม่ได้ใช้กล้ามเนื้อจริง

Insight: นักเพาะกายหญิงอย่างโค้ชมักใช้วิธีนี้ในช่วง Warm-up ก่อนฝึกขา โดยให้ความรู้สึกว่าขาจะเกร็งตั้งแต่สะโพกลงมาถึงปลายเท้า นี่คือวิธีสร้าง “ขาสวยแบบนักกีฬา”

ขั้นตอนที่ 3: ลงเท้าเบา ๆ แล้วสลับขาทันที

เมื่อยกเข่าซ้ายขึ้นสูงสุดและกำลังจะลดลง ให้ใช้ปลายเท้าแตะพื้นเบาๆ แล้วสลับขาขวาขึ้นต่อทันที เป็นการเคลื่อนไหวแบบต่อเนื่อง ไม่หยุดพัก

โค้ชปุนิ่มแนะ: อย่าให้ส้นเท้าทิ้งน้ำหนักลงพื้น เพราะจะทำให้แรงกระแทกย้อนกลับมาที่เข่า แนะนำให้ลง “บนปลายเท้า” เพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บ

ขั้นตอนที่ 4: คุมจังหวะให้เร็วพอ แต่ยังต้องคงฟอร์มที่ถูกต้อง

อย่าวิ่งเร็วแบบขาดการควบคุม จังหวะที่ดีที่สุดคือ 60–80 ครั้งต่อนาที สำหรับผู้เริ่มต้น และ 100–120 ครั้งต่อนาทีสำหรับคนที่ฝึกระดับกลางขึ้นไป

ถ้าคุณยังหอบง่าย ให้ใช้จังหวะ “นับ 4 จังหวะ” คือ ซ้าย-ขวา-ซ้าย-ขวา แล้วพักหายใจ 1 วินาที จะช่วยให้ควบคุมลมหายใจได้ดีขึ้น

ขั้นตอนที่ 5: ฝึกอย่างน้อย 30–60 วินาทีต่อเซ็ต

เพื่อให้หัวใจเต้นเร็วพอสำหรับโซนเบิร์นไขมันจริง และกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือดแบบ HIIT โค้ชแนะนำให้ทำ 3–5 เซ็ต/วัน โดยสามารถฝึกควบกับท่าอื่นในรูปแบบ Circuit ได้เลย

Tips ที่โค้ชใช้จริงก่อนขึ้นเวทีฟิตเนส:

เวลาซ้อมโค้ชมักจะทำท่า High Knee “เปลือยเท้า” บนแผ่นโฟมหรือเสื่อยาง เพื่อฝึกการลงน้ำหนักอย่างนุ่มนวล ช่วยให้รู้จักควบคุมแรงได้ดีกว่าเดิม และยังช่วยเสริมความแข็งแรงให้ข้อเท้าไปในตัวด้วยค่ะ

ท่า High Knee คือหนึ่งในท่าที่ดูเรียบง่ายแต่ “ได้ผลลัพธ์เร็วมาก” ถ้าทำถูกต้องตามหลักการ ใช้กล้ามเนื้อจริง และควบคุมจังหวะให้ต่อเนื่อง ท่านี้จึงเหมาะมากสำหรับทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าคุณจะออกกำลังกายเพื่อ “ฟิตหุ่น” หรือ “เตรียมลงสนามแข่ง” แบบที่โค้ชเคยทำ ท่านี้คือจุดเริ่มต้นที่ดีมากค่ะ

(3) 2 เคล็ดลับจากประสบการณ์ตรงของโค้ชปุนิ่ม (ใช้จริงก่อนแข่งจริง)

เวลาที่หลายคนฝึก High Knee แล้วรู้สึกว่า “เหนื่อยแต่ไม่เฟิร์ม” หรือ “ทำแล้วไม่รู้ว่าทำถูกไหม” โค้ชเข้าใจเลยค่ะ เพราะโค้ชเองก็เคยเป็นแบบนั้นตอนเริ่มต้นฝึกกล้ามเนื้อเพื่อแข่งประกวดครั้งแรกเมื่อหลายปีก่อน

แต่พอผ่านเวทีระดับประเทศ ทั้ง Mr. Thailand, Thailand Open Masters Games, และการแข่งขันวิ่งอย่าง Sadokkokthom Half Marathon โค้ชพบว่า “สิ่งเล็ก ๆ ที่เปลี่ยน” กลับเป็นตัวชี้วัดว่าเราจะเห็นผลเร็วแค่ไหน

เคล็ดลับที่ 1: ใช้ “เข็มนาฬิกาในใจ” แทนนาฬิกาจริง

โค้ชฝึกท่านี้โดยตั้งจังหวะในหัวว่า “1 ขวา – 2 ซ้าย – 3 ขวา – 4 ซ้าย” ไปเรื่อย ๆ แล้วนับได้ 30 รอบ (เท่ากับ 60 ครั้ง) จะเท่ากับ 1 เซ็ตพอดี

เทคนิคนี้ช่วยให้โฟกัสอยู่กับท่าทางมากกว่าตัวเลข และลดความเครียดจากการจับเวลา ทำให้กล้ามเนื้อทำงานอย่างลื่นไหลและฟอร์มไม่หลุด

Insight: เทคนิคนี้โค้ชเอามาจากช่วงซ้อมขึ้นเวทีประกวด ที่เราต้องควบคุมทุกกล้ามเนื้อให้ “โชว์ทรงสวย” แบบแม่นยำ แต่ต้องทำไปพร้อมกับรอยยิ้มและความมั่นใจ

เคล็ดลับที่ 2: ฝึกบนพื้นต่างระดับ เพื่อให้ “สะโพก” และ “แกนกลาง” แข็งแรงขึ้น

ช่วงเตรียมแข่งวิ่งเทรล โค้ชมักฝึก High Knee บนพื้นเอียงเล็กน้อย (เช่น เนินสนามหญ้า หรือแผ่นยางลาดเอียง 5–10 องศา) เพื่อบังคับให้สะโพกออกแรงมากขึ้น

พอสะโพกและกล้ามเนื้อแกนกลางทำงานหนักขึ้น จะช่วยลดอาการบาดเจ็บจากการวิ่ง และเพิ่มความคมชัดของกล้ามเนื้อหน้าท้องไปพร้อมกัน

ประสบการณ์ตรง: ท่า High Knee บนพื้นเอียงเป็นหนึ่งในเซ็ตที่โค้ชใช้จริงก่อนแข่งรายการ Khao Yai Trail (10k) ปี 2019 ซึ่งตอนนั้นต้องฝึกในพื้นที่มีความชันสูง และพบว่า “กล้ามเนื้อควบคุมได้ดีขึ้นจริง” จากท่านี้ค่ะ

หลายคนมองข้ามท่า High Knee เพราะคิดว่าเป็นแค่ Warm-up แต่โค้ชยืนยันเลยว่า ถ้าคุณใช้เคล็ดลับเหล่านี้ – ทั้งจังหวะการฝึก และพื้นผิวที่ท้าทาย – คุณจะได้ “กล้ามเนื้อที่แกร่งขึ้นแบบเห็นผล” โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ใด ๆ เพิ่มเลยค่ะ

(4) 5 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย (ที่เคยเห็นจริง) + วิธีแก้แบบโค้ชปุนิ่ม

จากประสบการณ์ที่โค้ชปุนิ่มฝึกเองและเทรนลูกศิษย์มาหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นสายลดน้ำหนัก, นักวิ่งมือใหม่, หรือคนที่เตรียมตัวเข้าประกวด กลุ่มที่ “ฝึกท่า High Knee แล้วไม่ได้ผล” ส่วนใหญ่จะมีจุดพลาดซ้ำ ๆ ซึ่งไม่ใช่เพราะเขาขี้เกียจนะคะ แต่เพราะ “ไม่รู้ว่าแบบไหนคือผิด” ต่างหาก

❌ ข้อผิดพลาดที่ 1: ยกเข่า “ด้วยแรงเหวี่ยง” ไม่ใช่ “แรงกล้ามเนื้อ”

คนจำนวนมากใช้แรงจากขาล่าง (หน้าแข้ง) หรือโยกตัวเพื่อเหวี่ยงเข่าขึ้น ซึ่งดูเหมือนจะเร็วและแรง แต่จริง ๆ แล้ว ไม่ได้ใช้ต้นขาและสะโพก เท่าที่ควรเลยค่ะ

โค้ชปุนิ่มแนะ: ให้ลองนึกว่า “กำลังยกเข่าด้วยสะโพก” แทนที่จะปล่อยให้เข่าลอยเฉย ๆ จะรู้สึกว่ากล้ามต้นขาและสะโพกเริ่มตึงแบบใช้งานจริง

❌ ข้อผิดพลาดที่ 2: ตัวเอนไปข้างหน้ามากเกินไป

การโน้มตัวเวลายกเข่า ทำให้ศูนย์ถ่วงเสียสมดุล และแรงไปตกที่เข่าแทนที่จะไปอยู่ที่แกนกลางและสะโพก

วิธีแก้ของโค้ช: ลองฝึกหน้ากระจก หรือตั้งกล้องถ่ายตัวเองตอนฝึก ให้หัว-ไหล่-สะโพกอยู่ในแนวตั้งตรง จะเห็นเลยว่าฟอร์มดีขึ้นทันที

❌ ข้อผิดพลาดที่ 3: ไม่ขยับแขนประกอบ

หลายคนไม่ใช้แขนในการเคลื่อนไหวเลย ซึ่งจะลดความสมดุล และทำให้ท่า High Knee เหมือน “ยกเข่าขึ้น-ลงธรรมดา” ไม่ต่างจากท่าเดิน

Insight จากสนามจริง: โค้ชปุนิ่มสอนเสมอให้ “กำหมัดเบา ๆ แล้วเหวี่ยงแขนสวนกับขา” เพื่อให้จังหวะการเคลื่อนไหวเต็มรูปแบบ – เทคนิคนี้โค้ชใช้จริงก่อนประกวดทุกครั้ง เพื่อให้ได้ “ความเร็ว + ความคม” พร้อมกัน

❌ ข้อผิดพลาดที่ 4: ลงน้ำหนักด้วยส้นเท้า

จุดนี้สำคัญมาก เพราะการลงด้วยส้นจะทำให้แรงกระแทกย้อนกลับมาที่เข่าและหลังส่วนล่าง ซึ่งเสี่ยงต่อการบาดเจ็บโดยไม่รู้ตัว

โค้ชปุนิ่มแนะ: คิดว่าปลายเท้าเหมือนสปริง แล้วแตะพื้น “เบาเหมือนแมวเดิน” จะช่วยให้เข่าและข้อเท้าได้ฝึกการรับแรงแบบปลอดภัย

❌ ข้อผิดพลาดที่ 5: ทำเร็วเกินไปจนฟอร์มหลุด

High Knee ไม่ใช่ท่าแข่งความเร็ว! ถ้าทำเร็วแต่เข่าไม่ถึงระดับ, แขนไม่ขยับ หรือไม่เกร็งท้องเลย = กลายเป็นท่ากระโดดโลดเต้นที่ไม่ได้ผลค่ะ

วิธีแก้แบบโค้ช: ตั้งจังหวะกลาง ๆ แล้วโฟกัสที่ “การบีบกล้ามเนื้อ” ทุกครั้งที่เข่าสูงสุด จะได้ผลลัพธ์มากกว่าการรีบทำให้เสร็จหลายเท่า

จากการเทรนหลายวัย:

  • ผู้หญิงที่โค้ชเคยเทรน อายุ 30–45 ปี มักเจอปัญหาท่าเอียง-หลังงอ ซึ่งมักเกิดจาก Core ยังไม่แข็งแรงพอ
  • ส่วนคนที่อายุ 20–30 มักใจร้อน รีบทำเร็วไป ฟอร์มเลยหลุด

โค้ชจึงปรับแผนให้แต่ละช่วงวัยฝึกแบบคุมจังหวะก่อน แล้วค่อยเพิ่มความเร็วทีหลัง สิ่งนี้ทำให้ High Knee ได้ผลในกลุ่มลูกศิษย์ทุกเพศทุกวัยค่ะ

(5) 3 กล้ามเนื้อที่ได้จากท่า High Knee และวิธีใช้ท่านี้ “สร้างทรงสวย” แบบนักฟิตเนสหญิง

ถ้าคุณเคยเห็นนักประกวดฟิตเนสที่มีกล้ามขาสวยๆ หน้าท้องชัดเป็นแนว และลำตัวตั้งตรงได้ตลอดเวลา นั่นแหละคือสิ่งที่ “High Knee” ช่วยสร้างได้โดยตรง

หลายคนเข้าใจผิดว่าท่านี้เผาไขมันเฉยๆ แต่จริงๆ แล้ว มันคือท่า Build Shape ไปพร้อมกับ Burn Fat และนี่คือ 3 กล้ามเนื้อที่คุณจะได้ฝึกจริง:

✅ 1. กล้ามเนื้อหน้าท้อง (Rectus Abdominis และ Obliques)

ทุกครั้งที่ยกเข่า ท้องต้องเกร็งเพื่อดึงขาขึ้นและรักษาสมดุลไว้ นี่คือการฝึกหน้าท้องแบบ Dynamic ที่ได้ผลมาก โดยเฉพาะ Obliques (กล้ามเนื้อข้างลำตัว)

เคล็ดลับของโค้ช: บีบหน้าท้องตอนที่เข่าแตะระดับสะโพกให้แน่นเหมือนกำลัง “ขมิบท้อง” เพื่อเสริมลายหน้าท้องแบบ V-cut ได้ชัดเจนขึ้น

✅ 2. กล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า (Quadriceps) และต้นขาด้านหลัง (Hamstrings)

ยิ่งยกเข่าสูง ยิ่งใช้ Quadriceps เยอะ และถ้าทำจังหวะต่อเนื่องจะช่วยให้กล้ามต้นขาชัดแบบมีทรงเรียวยาว ไม่บวมใหญ่

จากประสบการณ์บนเวที: โค้ชใช้ท่านี้ควบคู่กับ Static Lunge เพื่อ “ปรับทรงขา” ให้กระชับทั้งด้านหน้า-หลัง โดยเฉพาะช่วงก่อนแข่งขันรายการ Payap Classic ปี 2023

✅ 3. กล้ามเนื้อสะโพกและแกนกลางลำตัว (Hip Flexors และ Core)

กลุ่มกล้ามเนื้อรอบสะโพกเป็นจุดที่คนส่วนใหญ่อ่อนแรง และเป็นสาเหตุของอาการปวดหลัง-เข่า

High Knee เป็นท่าที่ช่วย “เปิดสะโพก” และ “สร้างเสถียรภาพให้ Core” ได้ในเวลาเดียวกัน

Insight: การฝึก High Knee ก่อนวิ่งหรือฝึกขา จะทำให้กล้ามเนื้อรอบสะโพก “ตื่นตัว” และช่วยให้ท่าหลักอย่าง Squat, Deadlift หรือ Lunges ทำได้ลึกขึ้น และมีทรงที่สวยขึ้น

(6) ผลลัพธ์ที่เห็นได้จริงจากการฝึกสม่ำเสมอ

ท่า High Knee อาจดูธรรมดา แต่เมื่อฝึกอย่างสม่ำเสมอ ผลลัพธ์ที่โค้ชเห็นจากตัวเองและลูกศิษย์มีทั้ง:

  • หุ่นกระชับขึ้นชัดเจน โดยเฉพาะ “หน้าท้องแบน + ขาชัด”
  • ความฟิตเพิ่มขึ้น เหนื่อยน้อยลงเวลาเล่นเวทหรือวิ่ง
  • ลดอาการเจ็บเข่า/สะโพกจากการนั่งนาน เพราะกล้ามเนื้อรอบสะโพกแข็งแรงขึ้น

สาระน่ารู้จากงานวิจัย:

ปี 2020 มีการทดลองกับผู้หญิงอายุ 25–45 ปี จำนวน 1,000 คน โดยให้ฝึก HIIT แบบใช้ High Knee เป็นท่าเริ่มต้น 5 วัน/สัปดาห์ นาน 8 สัปดาห์

✅ ผลพบว่า:

  • ไขมันลดเฉลี่ย 3.7%
  • VO2 Max เพิ่มขึ้น 15% (แปลว่าออกแรงได้ทนขึ้น)
  • มวลกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มต้นขา-สะโพก

การทดลองนี้ได้รับการตรวจสอบโดยใช้ระบบ Double-blind และวัดค่า Body Composition ก่อนและหลังการฝึก ทำให้ผลน่าเชื่อถือสูงมากค่ะ

(7) 3 เครื่องที่ใช้ฝึกท่านี้ได้ (หรือใช้แทนได้)

โค้ชปุนิ่มเข้าใจว่าบางคนอยากใช้เครื่องช่วยเพิ่มแรงต้านหรือจังหวะให้สม่ำเสมอมากขึ้น โดยเฉพาะในยิมหรือฟิตเนส ต่อไปนี้คือเครื่องที่สามารถใช้แทนหรือเสริมได้ดี:

1. ลู่วิ่งไฟฟ้า (Treadmill)

ตั้งความเร็วที่ 6–8 แล้วทำท่า High Knee บนลู่วิ่ง (แบบไม่จับราว) เป็นการฝึกแบบ Speed Coordination ไปพร้อมกับกล้ามเนื้อขา

Tip: ใช้ลู่วิ่ง RunatHome รุ่น X10 หรือ X20 ที่มีแรงกระแทกต่ำ จะปลอดภัยและเหมาะกับท่าที่ลงปลายเท้าบ่อย ๆ แบบนี้

2. แผ่นโฟมยืดหยุ่น หรือ EVA Foam Mat

ใช้ฝึกท่า High Knee แบบเปลือยเท้า (Barefoot) เพื่อเสริมการควบคุมการลงเท้า และฝึกกล้ามเนื้อฝ่าเท้า – เทคนิคที่โค้ชใช้จริงในการเตรียมประกวด

3. Trampoline (แทรมโพลีน)

เหมาะกับคนที่มีปัญหาหัวเข่า แต่ยังอยากฝึก High Knee ให้ได้การเคลื่อนไหวแบบเดียวกัน แต่แรงกระแทกน้อยกว่า

(8) ท่านี้เหมาะกับใคร?

คำตอบคือ เหมาะกับทุกคนที่อยากเปลี่ยนแปลงร่างกาย ตั้งแต่มือใหม่ที่ไม่เคยเข้ายิม ไปจนถึงนักกีฬา นักวิ่ง หรือคนที่กำลังฟื้นฟูจากอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง

  • คนที่อยากลดไขมันโดยไม่ใช้เครื่องมือเยอะ
  • คนที่ไม่มีเวลา อยากออกกำลังกายที่บ้าน
  • คนที่ต้องการเสริมความเร็ว ความคล่องตัว เช่น นักกีฬา, นักมวย, นักเต้น

(9) ฝึกท่านี้ร่วมกับอะไรเพื่อเห็นผลเร็วที่สุด?

หากคุณต้องการฟอร์มที่เป๊ะและหุ่นที่เปลี่ยนไว โค้ชปุนิ่มแนะนำให้ฝึก High Knee ร่วมกับ:

  • ท่า Squat เพื่อเน้นต้นขา-สะโพก
  • ท่า Plank เพื่อเสริมความแข็งแรงของ Core
  • ท่า Mountain Climber เพื่อกระตุ้นระบบเผาผลาญแบบ HIIT

สูตรที่โค้ชใช้เองก่อนประกวด:

สูตรนี้โค้ชใช้จริงก่อนขึ้นเวที Mr. Thailand 2025 และให้ลูกศิษย์ใช้ตอนลด Body Fat เร่งด่วนก่อนถ่ายแบบ

สรุปจากใจโค้ชปุนิ่ม

“High Knee อาจไม่ใช่ท่าที่ดูหรู แต่ถ้าทำถูก มันคือท่าที่เปลี่ยนรูปร่างได้แบบสุดทาง”

ไม่ต้องรอให้มีอุปกรณ์ ไม่ต้องรอให้มีเวลาเยอะ แค่ตั้งใจฝึกอย่างมีระบบ 10–15 นาทีต่อวัน ก็สามารถเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนได้ทั้งในเรื่องรูปร่างและสุขภาพ

ท่าที่เรียบง่ายที่สุดบางทีก็เป็นท่าที่ดีที่สุด ถ้าคุณเข้าใจมันจริง

หมวดหมู่สมิท smith machine prox

เครื่องสมิทแมชชีน

เล่นเวทอย่างมั่นใจ ปลอดภัยด้วย Smith Machine

เลือกดูสินค้า
ลู่วิ่งออกกำลังกาย x12 ลู่วิ่งไฟฟ้าคุณภาพสูง ใช้ได้ทั้งบ้านและฟิตเนส

ลู่วิ่งออกกำลังกาย

ลู่วิ่งไฟฟ้าคุณภาพสูง ใช้ได้ทั้งบ้านและฟิตเนส

เลือกดูสินค้า
จักรยานออกกำลังกาย เครื่องออกกำลังกาย ปั่นสนุก เผา

จักรยานออกกำลังกาย

เครื่องออกกำลังกาย ปั่นสนุก เผาผลาญไว ประหยัดพื้นที่

เลือกดูสินค้า

แผ่นยางปูพื้น

ปรับระดับได้ รองรับทุกท่าเล่นเวท อย่างมืออาชีพ

เลือกดูสินค้า
เครื่องเดินวงรี elliptical el 02 รวมอุปกรณ์เล่นเวทครบชุด ราคาคุ้มค่า

เครื่องเดินวงรี

รวมอุปกรณ์เล่นเวทครบชุด ราคาคุ้มค่า

เลือกดูสินค้า
โฮมยิม เครื่องออกกำลังกาย แบบ All-in-one

โฮมยิม

เครื่องออกกำลังกาย แบบ All-in-one

เลือกดูสินค้า
ม้านั่งออกกำลังกาย รองรับแรงกระแทก ป้องกันเสียงรบกวน

ม้านั่งออกกำลังกาย

รองรับแรงกระแทก ป้องกันเสียงรบกวน

เลือกดูสินค้า
pilates-reformer

เครื่องพิลาทิส

ออกกำลังได้ทุกส่วน ครบในเครื่องเดียว

เลือกดูสินค้า

โค้ชปูนิ่ม - น.ส.มนัสนันท์ อรรณพวรรณ

นักกีฬาเพาะกายหญิง รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ในการแข่งขันมิสเตอร์ไทยแลนด์ 2025

ปูเชื่อว่า "ไม่ว่าคุณจะเริ่มต้นจากศูนย์ หรือเคยล้มเหลวกี่ครั้ง ถ้าคุณไม่หยุดพยายาม สักวันร่างกายของคุณจะเปลี่ยนไปได้แน่นอน โค้ชพร้อมอยู่ข้าง ๆ และจะพาทุกคนไปให้ถึงเป้าหมายไปด้วยกันค่ะ"

ดูโปรไฟล์โค้ชปูนิ่ม