Home » Blog » ความรู้ » กล้ามเนื้อหัวไหล่คืออะไร กายวิภาค หน้าที่ ภาวะผิดปกติที่พบบ่อย และ 10 ท่าบริหารที่ดีที่สุด ละเอียดที่สุดที่เคยมี จากโค้ชฟิสิคหญิงแชมป์ประเทศไทย ฉบับสมบูรณ์ที่สุดในภาษาไทย

กล้ามเนื้อหัวไหล่คืออะไร กายวิภาค หน้าที่ ภาวะผิดปกติที่พบบ่อย และ 10 ท่าบริหารที่ดีที่สุด ละเอียดที่สุดที่เคยมี จากโค้ชฟิสิคหญิงแชมป์ประเทศไทย ฉบับสมบูรณ์ที่สุดในภาษาไทย

กล้ามเนื้อหัวไหล่คืออะไร กายวิภาค หน้าที่ ภาวะผิดปกติที่พบบ่อย และ 10 ท่าบริหารที่ดีที่สุด ละเอียดที่สุดที่เคยมี จากโค้ชฟิสิคหญิงแชมป์ประเทศไทย ฉบับสมบูรณ์ที่สุดในภาษาไทย

หัวไหล่คือข้อต่อที่เคลื่อนไหวได้มากที่สุดในร่างกายมนุษย์ค่ะ การฝึกกล้ามหัวไหล่อย่างถูกต้องมักใช้ อุปกรณ์เวทเทรนนิ่ง เช่น ดัมเบล ม้านั่ง และเคเบิล เพื่อให้สามารถฝึกได้หลายมุมและควบคุมการเคลื่อนไหวของข้อไหล่ได้อย่างปลอดภัย แต่นั่นก็ทำให้มันเป็นข้อต่อที่บาดเจ็บได้ง่ายที่สุดด้วยค่ะ และนักออกกำลังกายส่วนใหญ่ดูแลหัวไหล่น้อยที่สุดในบรรดาส่วนทั้งหมดของร่างกายค่ะ

ปุนิ่มเคยบาดเจ็บหัวไหล่ขวาจนต้องหยุดพักการฝึกนานถึงสองเดือนค่ะ และนั่นคือบทเรียนที่เจ็บปวดที่สุดแต่มีคุณค่าที่สุดในชีวิตการเพาะกายของปุนิ่มค่ะ เพราะมันบังคับให้ศึกษากายวิภาคของหัวไหล่อย่างจริงจังค่ะ จนเข้าใจว่าหัวไหล่ไม่ใช่แค่กล้ามเดลทอยด์ที่เห็นนูนขึ้นมาจากภายนอกค่ะ แต่คือระบบซับซ้อนที่ประกอบด้วยกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และกระดูกหลายชิ้นที่ต้องทำงานสมดุลกันอย่างสมบูรณ์แบบค่ะ

ก่อนที่ปุนิ่มจะคว้าแชมป์ มิสเตอร์ไทยแลนด์ 2025 ที่พัทยา ไทยแลนด์โอเพ่นมาสเตอร์เกมส์ 2025 ที่กรุงเทพฯ และ เปยาปคลาสสิค ที่ลำปางในวัย 45 ปีค่ะ หัวไหล่คือส่วนที่ปุนิ่มใช้เวลาดูแลและบริหารมากที่สุดส่วนหนึ่งค่ะ เพราะรู้ดีว่าหัวไหล่ที่พัฒนาดีและสมดุลคือสิ่งที่สร้างความแตกต่างบนเวทีแข่งขันค่ะ ทั้งในแง่ของสัดส่วนที่สวยงามและในแง่ของการป้องกันการบาดเจ็บที่อาจทำลายทุกอย่างที่สร้างมาได้ค่ะ

บทความนี้ปุนิ่มจะอธิบายทุกมิติของกล้ามเนื้อหัวไหล่ค่ะ ตั้งแต่กายวิภาคทุกชิ้น หน้าที่ของกล้ามแต่ละมัด ภาวะผิดปกติที่พบบ่อยและวิธีป้องกัน ไปจนถึง 10 ท่าบริหารที่ดีที่สุดพร้อมคำอธิบายละเอียดทีละขั้นตอนค่ะ

กายวิภาคหัวไหล่ที่ต้องรู้ก่อนทุกอย่าง

หัวไหล่ไม่ใช่แค่ข้อต่อเดียวค่ะ มันคือระบบที่ประกอบด้วยข้อต่อสี่จุดที่ทำงานร่วมกันค่ะ และกล้ามเนื้อมากกว่า 17 มัดที่ควบคุมการเคลื่อนไหวทุกทิศทางค่ะ

โครงสร้างกระดูกของหัวไหล่

หัวไหล่ประกอบด้วยกระดูกสามชิ้นหลักค่ะ

กระดูกต้นแขน Humerus คือกระดูกยาวที่มีหัวกลมอยู่ด้านบนค่ะ หัวกระดูกต้นแขนนี้เสียบเข้าไปในเบ้าตื้นๆ ของกระดูกสะบักค่ะ เปรียบเหมือนลูกบอลที่นั่งอยู่บนจานแบนค่ะ ความตื้นของเบ้านี้เองที่ทำให้หัวไหล่เคลื่อนไหวได้หลากหลายทิศทางค่ะ แต่ก็ทำให้ไม่มั่นคงและบาดเจ็บได้ง่ายกว่าข้อสะโพกที่มีเบ้าลึกค่ะ

กระดูกสะบัก Scapula คือกระดูกแบนรูปสามเหลี่ยมที่อยู่ด้านหลังค่ะ มีความสำคัญมากเพราะเป็นจุดเกาะของกล้ามเนื้อหัวไหล่หลายมัดค่ะ การเคลื่อนไหวของกระดูกสะบักที่ถูกต้องสำคัญมากสำหรับสุขภาพหัวไหล่ระยะยาวค่ะ

กระดูกไหปลาร้า Clavicle คือกระดูกที่เชื่อมกระดูกสะบักกับกระดูกหน้าอกค่ะ ทำหน้าที่เป็นคานยื่นที่ช่วยให้แขนเคลื่อนไหวออกด้านข้างได้อย่างเต็มที่ค่ะ

ข้อต่อสี่จุดของหัวไหล่

  1. Glenohumeral Joint คือข้อต่อหลักระหว่างหัวกระดูกต้นแขนและเบ้ากระดูกสะบักค่ะ เป็น Ball-and-Socket Joint ที่เคลื่อนไหวได้ทุกทิศทางค่ะ
  2. Acromioclavicular Joint หรือ AC Joint คือข้อต่อระหว่างกระดูกสะบักส่วนบนสุดและปลายกระดูกไหปลาร้าค่ะ มักบาดเจ็บในการหกล้มหรือชนค่ะ
  3. Sternoclavicular Joint คือข้อต่อระหว่างกระดูกไหปลาร้าและกระดูกหน้าอกค่ะ เป็นข้อต่อที่มั่นคงที่สุดในระบบหัวไหล่ค่ะ
  4. Scapulothoracic Joint คือ Pseudojoint หรือข้อต่อเทียมระหว่างกระดูกสะบักและผนังซี่โครงด้านหลังค่ะ ไม่ใช่ข้อต่อแท้จริงค่ะ แต่การเลื่อนของกระดูกสะบักบนผนังซี่โครงนี้สำคัญมากสำหรับการเคลื่อนไหวเต็มช่วงของแขนค่ะ

กล้ามเนื้อหัวไหล่ทุกมัดและหน้าที่

การรู้ว่ากล้ามแต่ละมัดทำอะไรคือความแตกต่างระหว่างการฝึกแบบสุ่มและการฝึกแบบมีจุดมุ่งหมายค่ะ

กลุ่มที่ 1 – เดลทอยด์ Deltoid กล้ามหัวไหล่หลัก

เดลทอยด์เป็นกล้ามที่ทุกคนเห็นและต้องการพัฒนามากที่สุดค่ะ และเป็นกล้ามหลักที่ถูกฝึกในโปรแกรม ท่าเล่นไหล่ ที่ออกแบบมาเพื่อพัฒนาหัวไหล่ทุกส่วน มีรูปร่างคล้ายตัว Delta หรือสามเหลี่ยมกลับหัวค่ะ แต่หลายคนไม่รู้ว่าแบ่งออกเป็นสามหัวที่ทำหน้าที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิงค่ะ

  1. เดลทอยด์หัวหน้า Anterior Deltoid

ตำแหน่ง: ด้านหน้าของหัวไหล่ค่ะ เกาะที่กระดูกไหปลาร้าส่วนหน้าค่ะ

หน้าที่หลัก:

  1. ยกแขนขึ้นด้านหน้า Front Flexion ค่ะ
  2. หมุนแขนเข้าด้านใน Internal Rotation ค่ะ
  3. ช่วยในการกดแนวนอน Horizontal Press เช่น Bench Press ค่ะ

ลักษณะพิเศษ: เป็นหัวที่มักพัฒนามากเกินไปในนักออกกำลังกายส่วนใหญ่ค่ะ เพราะทำ Bench Press และ Overhead Press มากค่ะ แต่ละเลย Posterior Deltoid ค่ะ ความไม่สมดุลนี้เป็นสาเหตุหลักของปัญหาหัวไหล่ในระยะยาวค่ะ

  1. เดลทอยด์หัวข้าง Lateral Deltoid หรือ Medial Deltoid

ตำแหน่ง: ด้านข้างของหัวไหล่ค่ะ เกาะที่ Acromion ส่วนบนของกระดูกสะบักค่ะ

หน้าที่หลัก:

  1. ยกแขนออกด้านข้าง Arm Abduction ค่ะ
  2. ช่วยในการยกแขนขึ้นในทุกทิศทางค่ะ
  3. สร้างความกว้างของหัวไหล่ที่มองเห็นได้ชัดเจนที่สุดค่ะ

ลักษณะพิเศษ: เป็นหัวที่สร้างความกว้างของหัวไหล่และทำให้เอวดูเล็กลงในเชิงสัดส่วนค่ะ นักเพาะกายโฟกัสที่หัวนี้มากที่สุดเพราะมองเห็นผลได้ชัดเจนที่สุดค่ะ

  1. เดลทอยด์หัวหลัง Posterior Deltoid

ตำแหน่ง: ด้านหลังของหัวไหล่ค่ะ เกาะที่กระดูกสะบักด้านหลังค่ะ

หน้าที่หลัก:

  1. ยกแขนไปด้านหลัง Extension ค่ะ
  2. หมุนแขนออกด้านนอก External Rotation ค่ะ
  3. ดึงแขนออกด้านข้างในมุม Horizontal Abduction ค่ะ

ลักษณะพิเศษ: เป็นหัวที่ถูกละเลยมากที่สุดและสำคัญที่สุดสำหรับสุขภาพหัวไหล่ระยะยาวค่ะ Posterior Deltoid ที่อ่อนแอทำให้หัวไหล่ม้วนไปข้างหน้า Forward Head Posture และนำไปสู่การบาดเจ็บหลายชนิดค่ะ

เดลทอยด์หัวหลัง หรือ ไหล่หลัง Posterior Deltoid เป็นกล้ามเนื้อที่หลายคนละเลยมากที่สุด แต่มีบทบาทสำคัญต่อสมดุลของหัวไหล่และท่าทางของร่างกาย

กลุ่มที่ 2 – โรเตเตอร์คัฟ Rotator Cuff กลุ่มกล้ามที่สำคัญที่สุดสำหรับสุขภาพหัวไหล่

โรเตเตอร์คัฟคือระบบรักษาความมั่นคงของหัวไหล่ค่ะ ถ้าไม่รู้จักมันและดูแลมันให้ดี หัวไหล่จะบาดเจ็บเร็วหรือช้าอย่างแน่นอนค่ะ

โรเตเตอร์คัฟประกอบด้วยกล้ามเนื้อสี่มัดที่ล้อมรอบข้อต่อหัวไหล่ค่ะ ทำหน้าที่คล้ายแขนหุ่นยนต์ที่จับหัวกระดูกต้นแขนให้อยู่ในเบ้าอย่างมั่นคงตลอดการเคลื่อนไหวค่ะ

  1. ซูปราสปินาตัส Supraspinatus

ตำแหน่ง: อยู่เหนือกระดูกสะบักค่ะ ผ่านใต้ Acromion ไปเกาะที่หัวกระดูกต้นแขนด้านบนค่ะ

หน้าที่:

  1. เริ่มต้นการยกแขนออกด้านข้าง Initiate Abduction ในช่วง 0-30 องศาแรกค่ะ
  2. รักษาหัวกระดูกต้นแขนให้อยู่ในเบ้าขณะยกแขนค่ะ

ความสำคัญพิเศษ: เป็นกล้ามโรเตเตอร์คัฟที่ฉีกขาดบ่อยที่สุดค่ะ เพราะวิ่งผ่านพื้นที่แคบระหว่าง Acromion และหัวกระดูกต้นแขนค่ะ เมื่อหัวไหล่ม้วนไปข้างหน้าพื้นที่นี้แคบลงและเส้นเอ็นถูกกดทับซ้ำๆ ค่ะ

  1. อินฟราสปินาตัส Infraspinatus

ตำแหน่ง: อยู่ใต้กระดูกสะบักด้านหลังค่ะ

หน้าที่:

  1. หมุนแขนออกด้านนอก External Rotation ค่ะ
  2. รักษาเสถียรภาพของข้อต่อหัวไหล่ด้านหลังค่ะ

ความสำคัญพิเศษ: นักออกกำลังกายที่ทำ Internal Rotation มาก เช่น Bench Press และ Front Press มักมี External Rotators ที่อ่อนแอกว่า Internal Rotators ค่ะ ความไม่สมดุลนี้เพิ่มความเสี่ยงบาดเจ็บอย่างมีนัยสำคัญค่ะ

  1. เทเรสไมเนอร์ Teres Minor

ตำแหน่ง: อยู่ด้านข้างของกระดูกสะบักค่ะ

หน้าที่:

  1. หมุนแขนออกด้านนอก External Rotation ร่วมกับ Infraspinatus ค่ะ
  2. รักษาเสถียรภาพของข้อต่อด้านล่างค่ะ
  1. ซับสแคปปิวลาริส Subscapularis

ตำแหน่ง: อยู่ด้านหน้าของกระดูกสะบัก ระหว่างสะบักและซี่โครงค่ะ

หน้าที่:

  1. หมุนแขนเข้าด้านใน Internal Rotation ค่ะ
  2. รักษาเสถียรภาพด้านหน้าของข้อต่อค่ะ
  3. ช่วยในการกดแนวนอนค่ะ

ความสำคัญพิเศษ: เป็นโรเตเตอร์คัฟที่ใหญ่และแข็งแรงที่สุดค่ะ และมักตึงเกินไปในคนที่ทำ Bench Press มากค่ะ ความตึงของ Subscapularis ทำให้หัวไหล่หมุนออกด้านนอกได้น้อยลงค่ะ

กลุ่มที่ 3 – กล้ามเนื้อประกอบของหัวไหล่

  1. เทเรสเมเจอร์ Teres Major

ตำแหน่ง: ด้านล่างของ Teres Minor ค่ะ

หน้าที่: ดึงแขนลงและเข้าด้านใน Extension และ Internal Rotation ค่ะ มักเรียกว่า Little Lat เพราะทำงานคล้าย Latissimus Dorsi ค่ะ

  1. กล้ามแลทส์ Latissimus Dorsi ส่วนบน

กล้ามแลทส์ Latissimus Dorsi ส่วนบน ซึ่งมักถูกฝึกในโปรแกรม เล่นหลัง และท่าดึงต่าง ๆ ที่ช่วยเสริมความแข็งแรงของช่วงบนของร่างกาย แม้จะเป็นกล้ามหลังเป็นหลัก แต่ส่วนบนของ Lats ส่งแรงมาที่หัวกระดูกต้นแขนและมีบทบาทสำคัญในการดึงแขนลงและเข้าด้านในค่ะ

  1. ไบเซปส์หัวยาว Biceps Long Head

หัวยาวของไบเซปส์วิ่งผ่านข้อต่อหัวไหล่ค่ะ และมีบทบาทในการรักษาเสถียรภาพด้านหน้าของข้อต่อค่ะ เส้นเอ็นนี้มักเกิดการอักเสบในนักออกกำลังกายที่ฝึกหนักค่ะ

  1. กล้ามสะบัก Serratus Anterior และ Trapezius

ทั้งสองมัดนี้ควบคุมการเคลื่อนไหวของกระดูกสะบักค่ะ ซึ่งเป็นฐานของการเคลื่อนไหวหัวไหล่ทั้งหมดค่ะ Serratus Anterior ที่อ่อนแอทำให้กระดูกสะบักปีก Winged Scapula ค่ะ และเพิ่มความเสี่ยงบาดเจ็บหัวไหล่อย่างมากค่ะ

หน้าที่การเคลื่อนไหวทั้งหมดของหัวไหล่

หัวไหล่เป็นข้อต่อที่เคลื่อนไหวได้มากที่สุดในร่างกายค่ะ ความเข้าใจช่วงการเคลื่อนไหวปกติช่วยให้รู้ว่าเมื่อไหร่ที่มีปัญหาค่ะ

การเคลื่อนไหว กล้ามหลักที่ใช้ ช่วงปกติ
Flexion ยกแขนขึ้นด้านหน้า Anterior Deltoid, Pectoralis Major 0-180°
Extension ยกแขนไปด้านหลัง Posterior Deltoid, Latissimus Dorsi 0-60°
Abduction ยกแขนออกด้านข้าง Lateral Deltoid, Supraspinatus 0-180°
Adduction ดึงแขนเข้าด้านใน Pectoralis Major, Teres Major 0-50°
Internal Rotation หมุนเข้าใน Subscapularis, Pectoralis Major 0-70°
External Rotation หมุนออกนอก Infraspinatus, Teres Minor 0-90°
Horizontal Abduction ดึงออกด้านข้างในแนวนอน Posterior Deltoid, Infraspinatus 0-45°
Circumduction หมุนเป็นวงกลม ทุกกล้าม รวมทุกทิศทาง

ภาวะผิดปกติที่พบบ่อยที่สุดในกล้ามเนื้อและข้อต่อหัวไหล่

ภาวะผิดปกติที่พบบ่อยที่สุดในกล้ามเนื้อและข้อต่อหัวไหล่

ปุนิ่มจะอธิบายแต่ละภาวะจากมุมมองของทั้งนักกีฬาและผู้ที่ผ่านการบาดเจ็บมาด้วยตัวเองค่ะ เพราะเชื่อว่าการเข้าใจสาเหตุคือก้าวแรกของการป้องกันและรักษาค่ะ

ภาวะที่ 1 – โรเตเตอร์คัฟอักเสบหรือฉีกขาด Rotator Cuff Injury ⚠️ พบบ่อยที่สุด

อาการ:

  1. ปวดหัวไหล่เมื่อยกแขนขึ้นเหนือศีรษะค่ะ
  2. ปวดตอนกลางคืนโดยเฉพาะเมื่อนอนทับข้างที่บาดเจ็บค่ะ
  3. อ่อนแรงในการยกแขนและหมุนค่ะ
  4. ได้ยินเสียงคลิกหรือกรอบแกรบเมื่อเคลื่อนไหวค่ะ

สาเหตุ:

  1. การยกน้ำหนักหนักเกินไปโดยเฉพาะ Overhead Press และ Upright Row ค่ะ
  2. Impingement ซ้ำๆ เมื่อหัวไหล่ม้วนไปข้างหน้าและพื้นที่ใต้ Acromion แคบลงค่ะ
  3. กล้าม Rotator Cuff อ่อนแอเมื่อเทียบกับ Deltoid ที่แข็งแรงกว่ามากค่ะ
  4. การใช้งานซ้ำๆ โดยไม่พักฟื้นเพียงพอค่ะ

การป้องกัน:

  1. ฝึก External Rotation ด้วยน้ำหนักเบาสม่ำเสมอค่ะ
  2. รักษาสัดส่วน Push ต่อ Pull ที่สมดุล 1:1 หรือดีกว่าคือ 1:1.5 ค่ะ
  3. ควร วอร์มร่างกาย และวอร์มอัพหัวไหล่ก่อน Upper Body Workout ทุกครั้งค่ะ เพื่อลดความเสี่ยงการบาดเจ็บของข้อต่อหัวไหล่
  4. หลีกเลี่ยงท่า Behind the Neck Press ที่สร้างแรงกดผิดปกติต่อโรเตเตอร์คัฟค่ะ

ข้อมูลจากงานวิจัย: Journal of Bone and Joint Surgery รายงานว่า Rotator Cuff Tears เป็นการบาดเจ็บหัวไหล่ที่พบบ่อยที่สุดในประชากรอายุมากกว่า 40 ปีค่ะ โดยพบในประมาณ 30% ของประชากรกลุ่มนี้แม้จะไม่มีอาการเจ็บปวดค่ะ

ภาวะที่ 2 – ไหล่ติด Frozen Shoulder หรือ Adhesive Capsulitis ⚠️

อาการ:

  1. ปวดหัวไหล่อย่างค่อยเป็นค่อยไปและรุนแรงขึ้นค่ะ
  2. ช่วงการเคลื่อนไหวลดลงทุกทิศทางค่ะ
  3. ปวดมากเมื่อพยายามยกแขนหรือหมุนออกด้านนอกค่ะ
  4. มักเกิดขึ้นช้าๆ ในช่วงหลายเดือนค่ะ

ระยะของโรค:

  1. ระยะที่ 1 Freezing Phase 2-9 เดือน ปวดมากขึ้นเรื่อยๆ และเริ่มติดค่ะ
  2. ระยะที่ 2 Frozen Phase 4-12 เดือน ปวดน้อยลงแต่ช่วงการเคลื่อนไหวจำกัดมากค่ะ
  3. ระยะที่ 3 Thawing Phase 5-24 เดือน ค่อยๆ ฟื้นตัวค่ะ

สาเหตุ:

  1. การหยุดใช้หัวไหล่นานๆ หลังการบาดเจ็บหรือการผ่าตัดค่ะ
  2. โรคเบาหวานเพิ่มความเสี่ยงสูงมากค่ะ
  3. ความไม่สมดุลฮอร์โมน เช่น ไทรอยด์ผิดปกติค่ะ
  4. การบาดเจ็บหัวไหล่ที่ไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมค่ะ

การป้องกัน:

  1. อย่าหยุดใช้หัวไหล่นานเกินความจำเป็นหลังการบาดเจ็บค่ะ
  2. ดูแลระดับน้ำตาลในเลือดหากเป็นเบาหวานค่ะ
  3. รักษาช่วงการเคลื่อนไหวของหัวไหล่ด้วยการยืดเส้นสม่ำเสมอค่ะ

ภาวะที่ 3 – ไหล่หลุด Shoulder Dislocation ⚠️

อาการ:

  1. ปวดเฉียบพลันและรุนแรงหลังการกระแทกหรือล้มค่ะ
  2. หัวไหล่ผิดรูปร่างชัดเจนค่ะ
  3. ไม่สามารถเคลื่อนไหวแขนได้เลยค่ะ
  4. อาการชาหรือเสียวที่แขนอาจเกิดขึ้นถ้าเส้นประสาทถูกกระทบค่ะ

ประเภท:

  1. Anterior Dislocation หลุดไปด้านหน้า 95-97% ของกรณีทั้งหมดค่ะ มักเกิดจากการล้มในท่าแขนเหยียดออกด้านข้างค่ะ
  2. Posterior Dislocation หลุดไปด้านหลัง พบน้อยกว่ามากค่ะ มักเกิดจาก Grand Mal Seizure หรือไฟฟ้าช็อตค่ะ

สาเหตุที่เกี่ยวข้องกับการออกกำลังกาย:

  1. การล้มในยิมหรือระหว่างกิจกรรมกีฬาค่ะ
  2. โรเตเตอร์คัฟอ่อนแอทำให้ข้อต่อมั่นคงน้อยลงค่ะ
  3. Ligament Laxity หรือเอ็นยืดหย่อนในบางคนค่ะ

ภาวะที่ 4 – โรคช่องแคบใต้กระดูก Shoulder Impingement Syndrome ⚠️ พบบ่อยมากในนักออกกำลังกาย

อาการ:

  1. ปวดหัวไหล่เมื่อยกแขนขึ้นในช่วง 60-120 องศา เรียกว่า Painful Arc ค่ะ
  2. ปวดเมื่อยื่นแขนไปด้านหน้าหรือออกด้านข้างค่ะ
  3. ปวดตอนกลางคืนค่ะ
  4. อ่อนแรงในการยกแขนค่ะ

กลไกการเกิด: เมื่อหัวไหล่ม้วนไปข้างหน้าและกระดูกสะบักหมุนผิดท่า พื้นที่ Subacromial Space ที่ Supraspinatus วิ่งผ่านจะแคบลงค่ะ ทุกครั้งที่ยกแขนขึ้นเส้นเอ็นจะถูกกดทับระหว่าง Acromion และหัวกระดูกต้นแขนค่ะ การกดทับซ้ำๆ ทำให้เส้นเอ็นอักเสบและในที่สุดอาจฉีกขาดค่ะ

สาเหตุ:

  1. การทำ Upright Row ที่ดึงข้อศอกสูงกว่าไหล่ค่ะ
  2. Bench Press ที่มีแขนกางออกด้านข้างมากเกินไปค่ะ
  3. Behind the Neck Press และ Behind the Neck Pulldown ค่ะ
  4. กล้าม Anterior Deltoid แข็งแรงกว่า Posterior Deltoid มากเกินไปค่ะ
  5. กล้ามอกตึงเกินไปดึงหัวไหล่ไปข้างหน้าค่ะ

ภาวะที่ 5 – เส้นเอ็นไบเซปส์อักเสบ Biceps Tendinitis ⚠️

อาการ:

  1. ปวดด้านหน้าของหัวไหล่ค่ะ
  2. ปวดเมื่อทำ Curls หรือยกแขนขึ้นด้านหน้าค่ะ
  3. กดเจ็บที่ร่องเส้นเอ็นด้านหน้าของหัวกระดูกต้นแขนค่ะ

สาเหตุ:

  1. การทำ Bicep Curl หนักเกินไปโดยไม่วอร์มอัพค่ะ
  2. Impingement ที่กดทับเส้นเอ็นไบเซปส์ด้วยค่ะ
  3. กล้ามหัวไหล่ที่ไม่สมดุลทำให้หัวกระดูกต้นแขนเคลื่อนออกจากตำแหน่งที่ดีค่ะ

ภาวะที่ 6 – AC Joint อักเสบหรือแยก AC Joint Sprain/Separation ⚠️

อาการ:

  1. ปวดที่ด้านบนของหัวไหล่ตรงจุด AC Joint ค่ะ
  2. มองเห็นหรือคลำได้ว่ากระดูกยื่นออกมาในกรณีรุนแรงค่ะ
  3. ปวดเมื่อยกแขนข้ามลำตัวค่ะ

สาเหตุ:

  1. การล้มโดยตกบนไหล่โดยตรงค่ะ
  2. การยกน้ำหนักหนักมากที่ AC Joint รับแรงมากค่ะ
  3. กีฬาที่มีการปะทะค่ะ

ภาวะที่ 7 – กล้ามเนื้อหัวไหล่ไม่สมดุล Muscle Imbalance ⚠️ พบบ่อยมากที่สุดในนักออกกำลังกาย

นี่คือภาวะที่พบบ่อยที่สุดและส่วนใหญ่ไม่รู้ตัวว่ามีค่ะ จนกระทั่งเกิดการบาดเจ็บค่ะ

ความไม่สมดุลที่พบบ่อยที่สุด:

  1. Anterior Deltoid แข็งแรงกว่า Posterior Deltoid มากค่ะ ทำให้หัวไหล่ม้วนไปข้างหน้าค่ะ
  2. Internal Rotators แข็งแรงกว่า External Rotators ค่ะ ทำให้แขนหมุนเข้าด้านในมากเกินปกติค่ะ
  3. กล้ามอกและ Anterior Deltoid ตึงเกินไปค่ะ ดึงหัวไหล่ไปข้างหน้าและลงต่ำค่ะ
  4. Lower Trapezius อ่อนแอค่ะ ทำให้กระดูกสะบักหมุนผิดทิศทางขณะยกแขนค่ะ

ผลที่ตามมา:

  1. Impingement Syndrome ค่ะ
  2. Rotator Cuff Injuries ค่ะ
  3. Neck Pain ค่ะ
  4. Poor Posture ค่ะ
  5. ประสิทธิภาพการฝึกลดลงค่ะ

10 ท่าบริหารกล้ามเนื้อหัวไหล่ที่ดีที่สุด

10 ท่าบริหารกล้ามเนื้อหัวไหล่ที่ดีที่สุด

ปุนิ่มเลือก 10 ท่าที่ครอบคลุมทุกมัดกล้ามหัวไหล่ค่ะ ทั้งสร้างกล้ามและรักษาความสมดุลเพื่อสุขภาพระยะยาวค่ะ การฝึกหัวไหล่ให้ครบทุกมุมควรใช้อุปกรณ์หลายประเภท เช่น ดัมเบล, ม้านั่งออกกำลังกาย และ Cable Machine เพื่อให้สามารถควบคุมมุมการเคลื่อนไหวและแรงต้านได้แม่นยำมากขึ้น

ท่าที่ 1 – ดัมเบลโอเวอร์เฮดเพรส Dumbbell Overhead Press ⭐⭐ ท่าหลักที่สุดสำหรับสร้างหัวไหล่

กล้ามที่โดนหลัก: เดลทอยด์ทั้งสามหัว โดยเฉพาะหัวหน้าและข้าง กล้ามที่ช่วยรอง: ทริเซปส์ Trapezius Upper Serratus Anterior

ทำไมดัมเบลดีกว่าบาร์เบลสำหรับสุขภาพหัวไหล่ค่ะ

ดัมเบลให้แต่ละข้างเคลื่อนไหวอิสระค่ะ ซึ่งปรับตัวตามกายวิภาคที่แตกต่างกันของแต่ละคนได้ดีกว่าค่ะ บาร์เบลบังคับให้แขนสองข้างเคลื่อนไหวในแนวเดิมพร้อมกันค่ะ ซึ่งอาจสร้างแรงกดผิดปกติในคนที่มีความยืดหยุ่นไม่เท่ากันสองข้างค่ะ

วิธีทำทีละขั้นตอน

  1. นั่งบนม้านั่งที่มีพนักพิงค่ะ หลังแนบพนักพิงค่ะ หรือยืนก็ได้ค่ะ ถ้ายืนจะเพิ่มการทำงานของ Core ด้วยค่ะ ถือดัมเบลสองข้างค่ะ ยกขึ้นระดับไหล่ค่ะ ข้อศอกงอ 90 องศาค่ะ ฝ่ามือหันไปข้างหน้าค่ะ การใช้ ม้านั่งออกกำลังกาย ที่มีพนักพิงช่วยให้หลังอยู่ในตำแหน่งที่มั่นคง ลดแรงกดที่หลังส่วนล่าง และช่วยให้โฟกัสแรงไปที่กล้ามหัวไหล่ได้เต็มที่
  2. สังเกตตำแหน่งเริ่มต้นของข้อศอกค่ะ ควรอยู่ในระดับเดียวกับไหล่หรือต่ำกว่าเล็กน้อยค่ะ ถ้าข้อศอกต่ำกว่าไหล่มากแสดงว่าน้ำหนักหนักเกินไปค่ะ
  3. หายใจออกพร้อมดันดัมเบลขึ้นเหนือศีรษะช้าๆ นับ 2 วินาทีค่ะ เส้นทางการดันควรเป็นเส้นตรงหรือโค้งเล็กน้อยเข้าหาจุดกลางเหนือศีรษะค่ะ
  4. ที่จุดสูงสุดดัมเบลอยู่เหนือศีรษะค่ะ แขนเกือบเหยียดตรงแต่ไม่ล็อคข้อศอกสนิทค่ะ ค้าง 1 วินาทีค่ะ รู้สึกว่า Lateral Deltoid หดตัวค่ะ
  5. ลดดัมเบลลงช้าๆ นับ 3-4 วินาทีค่ะ รู้สึกว่าเดลทอยด์ยืดออกตลอดการลงค่ะ ที่จุดต่ำสุดข้อศอกไม่ต่ำกว่าระดับไหล่เกินค่ะ

ข้อห้ามสำคัญ:

  1. ห้ามแอ่นหลังในช่วงดันขึ้นค่ะ เพราะทำให้หลังส่วนล่างรับแรงแทนหัวไหล่ค่ะ
  2. ห้ามเร่งความเร็วในช่วงลงค่ะ
  3. ห้ามล็อคข้อศอกค่ะ

จำนวนที่แนะนำ: 4 รอบ รอบละ 8-12 ครั้ง พัก 2 นาที

💡 Tip จากปุนิ่ม: ลองหมุนฝ่ามือเข้าหากันเล็กน้อย Neutral Grip ขณะดันขึ้นค่ะ เรียกว่า Arnold Press ค่ะ การหมุนฝ่ามือนี้กระตุ้นเดลทอยด์หัวหน้าได้เพิ่มขึ้นในช่วงต้นของการดันค่ะ และกระตุ้นหัวข้างในช่วงบนค่ะ ทำให้ครอบคลุมมากขึ้นในท่าเดียวค่ะ

🔥 Insight พิเศษ: งานวิจัยจาก Journal of Strength and Conditioning Research เปรียบเทียบ Overhead Press ในท่านั่งและท่ายืนค่ะ พบว่าท่ายืนกระตุ้น Deltoid ได้มากกว่าท่านั่ง 8% ค่ะ และกระตุ้น Core มากกว่า 25% ค่ะ แต่ท่านั่งปลอดภัยกว่าสำหรับคนที่มีปัญหาหลังส่วนล่างค่ะ

ระดับ: เริ่มต้นถึงกลาง ⭐⭐ แนะนำสูงสุด

ท่าที่ 2 – ดัมเบลเลทเทอรัลเรส Dumbbell Lateral Raise ⭐⭐ สร้างความกว้างหัวไหล่ได้ดีที่สุด

กล้ามที่โดนหลัก: Lateral Deltoid หัวข้าง กล้ามที่ช่วยรอง: Anterior Deltoid Supraspinatus Trapezius

วิธีทำทีละขั้นตอน

  1. ยืนตรงค่ะ ถือดัมเบลสองข้างข้างลำตัวค่ะ ฝ่ามือหันเข้าหาลำตัว Neutral Grip ท่านี้นิยมฝึกด้วย ดัมเบล เพราะช่วยให้แขนทั้งสองข้างเคลื่อนไหวอิสระและสามารถควบคุมมุมการยกเพื่อโฟกัสที่ Lateral Deltoid ได้ดีที่สุด 
  2. งอเข่าเล็กน้อยค่ะ โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยประมาณ 10-15 องศาค่ะ การโน้มตัวเล็กน้อยนี้ทำให้ Lateral Deltoid ทำงานได้มากกว่าการยืนตรงสนิทค่ะ
  3. หายใจออกพร้อมยกดัมเบลออกด้านข้างช้าๆ ค่ะ ในระหว่างยกขึ้นให้หมุนข้อมือเล็กน้อยค่ะ โดยนิ้วก้อยสูงกว่านิ้วโป้ง เหมือนกำลังเทน้ำออกจากแก้วค่ะ การหมุนนี้ทำให้ Lateral Deltoid ทำงานได้มากขึ้นค่ะ
  4. ยกขึ้นจนแขนขนานกับพื้นค่ะ ที่ระดับนี้ข้อศอกควรงอเล็กน้อย 15-20 องศา ไม่เหยียดตรงสนิทค่ะ การงอข้อศอกเล็กน้อยลดแรงกดที่ข้อศอกและทำให้ Lateral Deltoid รับแรงมากขึ้นค่ะ
  5. ค้างที่จุดสูงสุด 1-2 วินาทีค่ะ บีบ Lateral Deltoid ค่ะ รู้สึกว่ากล้ามหัวข้างหดตัวเต็มที่ค่ะ
  6. ลดดัมเบลลงช้าๆ นับ 3-4 วินาทีค่ะ นี่คือช่วง Eccentric ที่สำคัญที่สุดค่ะ อย่าปล่อยลงเร็วค่ะ

ข้อห้ามสำคัญ:

  1. ห้ามยกเกินระดับไหล่ค่ะ เพราะเมื่อแขนสูงกว่าไหล่ Trapezius จะเริ่มทำงานแทน Lateral Deltoid ค่ะ
  2. ห้ามแกว่งลำตัวช่วยค่ะ
  3. ห้ามยกเร็วเกินไปค่ะ

จำนวนที่แนะนำ: 4 รอบ รอบละ 12-15 ครั้ง พัก 90 วินาที

💡 Tip จากปุนิ่ม: ลองทำแบบ Cable Lateral Raise แทนดัมเบลบ้างค่ะ Cable ให้แรงต้านที่สม่ำเสมอตลอดช่วงการเคลื่อนไหวค่ะ ในขณะที่ดัมเบลให้แรงต้านสูงสุดที่จุดบนสุดเท่านั้นค่ะ การสลับกันใช้ทั้งสองแบบทำให้ Lateral Deltoid ได้รับกระตุ้นในมุมที่หลากหลายค่ะ

🔥 Insight พิเศษ: งานวิจัยจาก ACE พบว่า Lateral Raise ที่ทำด้วยน้ำหนักเบาและโฟกัสที่การบีบกล้ามให้ Lateral Deltoid ทำงาน EMG สูงกว่าการทำด้วยน้ำหนักหนักแบบสวิง 30% ค่ะ นี่คือเหตุผลที่ปุนิ่มแนะนำให้ใช้น้ำหนักเบาลง 20-30% แต่ทำช้าลงและบีบให้เต็มที่ค่ะ

ระดับ: เริ่มต้น เหมาะทุกคน ⭐⭐ แนะนำสูงสุด

ท่าที่ 3 – เรียร์เดลท์โรว์หรือเฟซพูล Rear Delt Row or Face Pull ⭐⭐ สำคัญที่สุดสำหรับสุขภาพหัวไหล่ระยะยาว

กล้ามที่โดนหลัก: Posterior Deltoid Infraspinatus Teres Minor External Rotators กล้ามที่ช่วยรอง: Rhomboids Middle Trapezius Biceps

ทำไมท่านี้ถึงสำคัญที่สุดสำหรับสุขภาพหัวไหล่ค่ะ

Face Pull เป็นท่าที่กระตุ้น Posterior Deltoid และ External Rotators พร้อมกันค่ะ ซึ่งทั้งสองกลุ่มนี้คือกล้ามที่ต้านแรงดึงของกล้ามอกและ Anterior Deltoid ที่มักแข็งแรงกว่าค่ะ การทำ Face Pull สม่ำเสมอแก้ไขความไม่สมดุลที่สำคัญที่สุดในหัวไหล่ค่ะ

วิธีทำด้วย Cable ทีละขั้นตอน

Face Pull เป็นท่าที่ใช้ Cable Machine เพราะแรงต้านของเคเบิลจะคงที่ตลอดช่วงการเคลื่อนไหว ทำให้กล้าม Posterior Deltoid และ Rotator Cuff ทำงานได้เต็มช่วงมากกว่าการใช้น้ำหนักอิสระ

  1. ตั้ง Pulley ในระดับสูงกว่าศีรษะเล็กน้อยค่ะ ใช้ Rope Attachment ค่ะ จับเชือกทั้งสองด้านด้วยมือค่ะ ฝ่ามือหันลงค่ะ
  2. ถอยหลังไปจนแขนเหยียดตรงค่ะ ลำตัวตั้งตรงหรือโน้มไปข้างหน้าเล็กน้อยค่ะ
  3. หายใจออกพร้อมดึงเชือกเข้าหาหน้าผากหรือจมูกค่ะ ขณะดึงให้แยกปลายเชือกออกจากกันด้วยค่ะ ข้อศอกชี้ออกด้านข้างและขึ้นสูงค่ะ
  4. สิ่งสำคัญที่สุดค่ะ ในช่วงท้ายของการดึงให้หมุนข้อมือออกด้านนอก External Rotation พร้อมกันด้วยค่ะ นิ้วโป้งชี้ไปด้านหลังค่ะ การหมุนออกนอกนี้กระตุ้น External Rotators โดยตรงค่ะ
  5. ค้างที่จุดสุดสุด 2 วินาทีค่ะ บีบกล้ามหัวไหล่หลังและ External Rotators ค่ะ
  6. ยืดแขนกลับช้าๆ นับ 3 วินาทีค่ะ รู้สึกว่า Posterior Deltoid ยืดออกค่ะ

วิธีทำแทนถ้าไม่มี Cable ค่ะ

ใช้ยางยืด Resistance Band แทนได้ค่ะ ผูกกับวัตถุที่แข็งแรงระดับสูงกว่าศีรษะค่ะ แล้วทำท่าเดียวกันค่ะ

จำนวนที่แนะนำ: 4 รอบ รอบละ 15-20 ครั้ง พัก 90 วินาที

💡 Tip จากปุนิ่ม: ปุนิ่มทำ Face Pull ก่อน Overhead Press เสมอค่ะ เพราะมันวอร์มอัพ External Rotators และ Posterior Deltoid ก่อนค่ะ ทำให้หัวไหล่อยู่ในตำแหน่งที่ดีขึ้นสำหรับการ Press ที่ตามมาค่ะ Jeff Cavaliere จาก Athlean-X เรียก Face Pull ว่าท่าที่สำคัญที่สุดสำหรับสุขภาพหัวไหล่ค่ะ และปุนิ่มเห็นด้วยอย่างสมบูรณ์ค่ะ

🔥 Insight พิเศษ: งานวิจัยพบว่านักออกกำลังกายที่ทำ Face Pull สม่ำเสมอมีอัตราการบาดเจ็บหัวไหล่ต่ำกว่ากลุ่มที่ไม่ทำถึง 45% ค่ะ เพราะการเสริมสร้าง External Rotators ทำให้หัวกระดูกต้นแขนอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องและ Subacromial Space ไม่แคบลงในระหว่างการเคลื่อนไหวค่ะ ช่วยควบคุมการหมุนของหัวไหล่ โดยเฉพาะในท่าดึงอย่าง ดึงข้อ ซึ่งใช้กล้ามหัวไหล่และหลังทำงานร่วมกัน

ระดับ: เริ่มต้น เหมาะทุกคน ⭐⭐ แนะนำสูงสุด

ท่าที่ 4 – เดลทอยด์เรียร์เรส Rear Delt Fly ⭐ สร้าง Posterior Deltoid โดยตรง

กล้ามที่โดนหลัก: Posterior Deltoid Infraspinatus Teres Minor กล้ามที่ช่วยรอง: Rhomboids Middle Trapezius

วิธีทำทีละขั้นตอน

  1. นั่งบนม้านั่งค่ะ โน้มตัวไปข้างหน้าจนหน้าอกเกือบแตะต้นขาค่ะ หลังตรงค่ะ ไม่โค้งงอค่ะ ถือดัมเบลทั้งสองข้างค่ะ แขนห้อยลงตามแรงโน้มถ่วงค่ะ ฝ่ามือหันเข้าหากันค่ะ
  2. เกร็ง Core ค่ะ รักษาหลังตรงตลอดท่าค่ะ
  3. หายใจออกพร้อมยกดัมเบลออกด้านข้างค่ะ ในลักษณะเปิดปีกนกค่ะ ข้อศอกงอเล็กน้อย 15-20 องศาค่ะ ไม่เหยียดตรงสนิทค่ะ
  4. ยกขึ้นจนแขนขนานกับพื้นค่ะ หรือจนรู้สึกว่ากล้ามหัวไหล่หลังหดตัวเต็มที่ค่ะ
  5. ค้างที่จุดสูงสุด 2 วินาทีค่ะ บีบ Posterior Deltoid และกล้ามระหว่างสะบักค่ะ รู้สึกว่ากล้ามหลังส่วนบนและหัวไหล่หลังหดตัวพร้อมกันค่ะ
  6. ลดดัมเบลลงช้าๆ นับ 3 วินาทีค่ะ

จำนวนที่แนะนำ: 3-4 รอบ รอบละ 15-20 ครั้ง พัก 90 วินาที

💡 Tip จากปุนิ่ม: ถ้ารู้สึกว่ากล้ามบ่าดึงมากกว่ากล้ามหัวไหล่หลังค่ะ ให้ลดน้ำหนักลงและโน้มตัวไปข้างหน้ามากขึ้นค่ะ ยิ่งลำตัวขนานกับพื้นมากเท่าไหร่ค่ะ Posterior Deltoid ยิ่งทำงานมากกว่า Trapezius ค่ะ

🔥 Insight พิเศษ: Posterior Deltoid ที่พัฒนาดีคือความแตกต่างที่สำคัญมากบนเวทีแข่งขันค่ะ เพราะมองเห็นชัดในท่า Back Pose ทุกท่าค่ะ นักเพาะกายส่วนใหญ่มี Posterior Deltoid ที่ด้อยกว่า Anterior Deltoid มากค่ะ ทำให้ดูหัวไหล่ม้วนและหลังดูแบนค่ะ Rear Delt Fly เป็นท่าที่ปุนิ่มใช้แก้ไขความไม่สมดุลนี้อย่างตรงจุดที่สุดค่ะ

ระดับ: เริ่มต้นถึงกลาง ⭐ แนะนำเป็นพิเศษ

ท่าที่ 5 – อาร์โนลด์เพรส Arnold Press ⭐ ครอบคลุมเดลทอยด์ทั้งสามหัว

กล้ามที่โดนหลัก: เดลทอยด์ทั้งสามหัวพร้อมกัน กล้ามที่ช่วยรอง: ทริเซปส์ Serratus Anterior Trapezius

ทำไมท่านี้พิเศษค่ะ

Arnold Press เป็นท่าที่ Arnold Schwarzenegger พัฒนาขึ้นเองค่ะ มันรวมการหมุนข้อมือเข้ากับการดันขึ้นค่ะ ทำให้กระตุ้นเดลทอยด์หัวหน้าในช่วงต้น และเดลทอยด์หัวข้างในช่วงปลายค่ะ ท่าเดียวจึงครอบคลุมทั้งสองหัวค่ะ

วิธีทำทีละขั้นตอน

  1. นั่งบนม้านั่งค่ะ ถือดัมเบลสองข้างในระดับคาง-ไหล่ค่ะ ฝ่ามือหันเข้าหาตัว Reverse Grip ค่ะ ข้อศอกงอสนิทค่ะ เหมือนจุดสิ้นสุดของ Bicep Curl ค่ะ
  2. หายใจออกพร้อมเริ่มดันดัมเบลขึ้นค่ะ ในขณะเดียวกันค่อยๆ หมุนฝ่ามือออกด้านนอกค่ะ
  3. เมื่อแขนดันขึ้นถึงระดับไหล่ค่ะ ฝ่ามือควรหมุนมาหันไปด้านหน้าพอดีค่ะ เหมือนท่า Standard Overhead Press ค่ะ
  4. ดันต่อขึ้นจนแขนเกือบเหยียดตรงค่ะ ค้าง 1 วินาทีที่จุดสูงสุดค่ะ
  5. ลดดัมเบลลงช้าๆ นับ 3-4 วินาทีค่ะ พร้อมหมุนฝ่ามือกลับมาเป็นท่าเดิมค่ะ

จำนวนที่แนะนำ: 3-4 รอบ รอบละ 10-12 ครั้ง พัก 2 นาที

💡 Tip จากปุนิ่ม: ช้าลงในช่วงที่หมุนข้อมือค่ะ หลายคนรีบหมุนเร็วเกินไปจนสูญเสียประโยชน์ของท่านี้ค่ะ การหมุนช้าๆ ทำให้รู้สึกว่าเดลทอยด์หัวหน้ากำลังทำงานในช่วงแรกค่ะ และหัวข้างเข้ามาทำงานในช่วงหลังค่ะ

🔥 Insight พิเศษ: Arnold Schwarzenegger พัฒนาท่านี้เพราะสังเกตว่า Standard Overhead Press ไม่ได้กระตุ้น Anterior Deltoid ในช่วงที่กล้ามอยู่ในตำแหน่งที่สั้นที่สุดค่ะ การเพิ่ม Rotation ทำให้กระตุ้นได้ในทุกตำแหน่งค่ะ แนวคิดนี้ได้รับการยืนยันจากงานวิจัย EMG ในภายหลังค่ะ

ระดับ: กลาง ⭐ แนะนำเป็นพิเศษ

ท่าที่ 6 – เอกซ์เทอร์นัลโรเตชัน External Rotation ⭐⭐ ท่าป้องกันการบาดเจ็บที่สำคัญที่สุด

กล้ามที่โดนหลัก: Infraspinatus Teres Minor External Rotators ของโรเตเตอร์คัฟ กล้ามที่ช่วยรอง: Posterior Deltoid

ทำไมท่านี้จำเป็นสำหรับทุกคนที่ออกกำลังกายค่ะ

ทุกครั้งที่ทำ Bench Press Overhead Press หรือ Push-Up ค่ะ Internal Rotators ทำงานค่ะ แต่ไม่มีท่าออกกำลังกายทั่วไปใดที่ฝึก External Rotators อย่างตรงจุดค่ะ ความไม่สมดุลสะสมค่ะ และนำไปสู่การบาดเจ็บในที่สุดค่ะ

วิธีทำด้วยดัมเบลนอนตะแคง ทีละขั้นตอน

  1. นอนตะแคงซ้ายบนพื้นหรือม้านั่งค่ะ ถือดัมเบลเบาๆ ด้วยมือขวาค่ะ
  2. งอข้อศอกขวา 90 องศาค่ะ แขนท่อนล่างขนานกับลำตัวและพื้นค่ะ ข้อศอกแนบข้างลำตัวค่ะ
  3. นี่คือจุดเริ่มต้นค่ะ ข้อศอกต้องไม่ขยับออกจากข้างลำตัวตลอดท่าค่ะ
  4. หายใจออกพร้อมหมุนข้อมือขึ้นช้าๆ ค่ะ หมุนออกด้านนอก External Rotation ค่ะ จนแขนท่อนล่างตั้งฉากกับพื้นค่ะ
  5. ค้างที่จุดหมุนสุดสุด 2 วินาทีค่ะ รู้สึกว่ากล้ามด้านหลังหัวไหล่หดตัวค่ะ
  6. หมุนกลับมาช้าๆ นับ 3 วินาทีค่ะ
  7. ทำครบแล้วสลับข้างค่ะ

เวอร์ชันด้วยยางยืดค่ะ

  1. ผูกยางยืดกับวัตถุที่ระดับเอวค่ะ
  2. ยืนข้างๆ ยางค่ะ ถือปลายยางด้วยมือที่ไกลกว่าค่ะ
  3. ข้อศอกแนบข้างลำตัว งอ 90 องศาค่ะ
  4. หมุนออกด้านนอกต้านแรงยางค่ะ แล้วหมุนกลับช้าๆ ค่ะ

จำนวนที่แนะนำ: 3-4 รอบ รอบละ 15-20 ครั้งต่อข้าง พัก 60 วินาที น้ำหนักเบามากค่ะ

💡 Tip จากปุนิ่ม: ใช้น้ำหนักเบามากค่ะ 1-3 กิโลกรัมเพียงพอสำหรับคนส่วนใหญ่ค่ะ กล้าม External Rotators เป็นกล้ามเล็กที่ทำงานละเอียดค่ะ ไม่ใช่กล้ามที่ต้องการน้ำหนักหนักค่ะ ถ้าต้องแกว่งตัวเพื่อหมุนขึ้นแสดงว่าน้ำหนักหนักเกินไปค่ะ

🔥 Insight พิเศษ: Physical Therapists แนะนำให้ทำ External Rotation เป็นท่าปรับสมดุลหลังทุก Bench Press Sessionค่ะ ในอัตรา 2:1 ค่ะ คือทำ External Rotation 2 เซตต่อ Bench Press 1 เซตค่ะ วิธีนี้ช่วยรักษาสมดุล Internal ต่อ External Rotation ที่ดีค่ะ และลดความเสี่ยงบาดเจ็บโรเตเตอร์คัฟได้อย่างมีนัยสำคัญค่ะ

ระดับ: เริ่มต้น เหมาะทุกคน ⭐⭐ แนะนำสูงสุดด้านสุขภาพ

ท่าที่ 7 – ดัมเบลฟรอนท์เรส Dumbbell Front Raise

กล้ามที่โดนหลัก: Anterior Deltoid หัวหน้า กล้ามที่ช่วยรอง: Lateral Deltoid Pectoralis Major Clavicular Head

วิธีทำทีละขั้นตอน

  1. ยืนตรงค่ะ ถือดัมเบลสองข้างข้างลำตัวค่ะ ฝ่ามือหันเข้าหาลำตัว Neutral Grip หรือหันลง Pronated ก็ได้ค่ะ
  2. เกร็ง Core ค่ะ หลังตรงค่ะ ไม่แอ่นค่ะ
  3. หายใจออกพร้อมยกดัมเบลขึ้นด้านหน้าช้าๆ ค่ะ แขนเกือบเหยียดตรงแต่ไม่ล็อคข้อศอกค่ะ
  4. ยกขึ้นจนแขนขนานกับพื้นหรือสูงกว่าเล็กน้อยค่ะ ไม่จำเป็นต้องยกสูงกว่านี้ค่ะ
  5. ค้างที่จุดสูงสุด 1-2 วินาทีค่ะ บีบ Anterior Deltoid ค่ะ
  6. ลดดัมเบลลงช้าๆ นับ 3 วินาทีค่ะ

เวอร์ชันสลับข้าง Alternating ค่ะ ทำทีละข้างสลับกันแทนยกพร้อมกันค่ะ ทำให้โฟกัสที่ข้างที่ทำได้เต็มที่มากขึ้นค่ะ

จำนวนที่แนะนำ: 3 รอบ รอบละ 12-15 ครั้ง พัก 90 วินาที

💡 Tip จากปุนิ่ม: Front Raise ไม่จำเป็นสำหรับคนที่ทำ Bench Press และ Overhead Press สม่ำเสมออยู่แล้วค่ะ เพราะท่าเหล่านั้นกระตุ้น Anterior Deltoid อย่างเพียงพอค่ะ Front Raise มีประโยชน์มากกว่าสำหรับคนที่ต้องการพัฒนาหัวหน้าเป็นพิเศษค่ะ หรือในช่วงเตรียมแข่งขันที่ต้องการกระตุ้นทุกมุมค่ะ

🔥 Insight พิเศษ: ปุนิ่มทำ Plate Front Raise แทน Dumbbell Front Raise บ่อยครั้งค่ะ เพราะการถือ Plate ทำให้แขนสองข้างต้องทำงานร่วมกันค่ะ และสร้างแรงกด Lateral Force ที่กระตุ้น Anterior Deltoid ทั้งสองข้างให้ทำงานสมดุลกันมากขึ้นค่ะ

ระดับ: เริ่มต้น เหมาะทุกคน

ท่าที่ 8 – อัพไรท์โรว์แบบกว้าง Wide Grip Upright Row ⭐ เวอร์ชันที่ปลอดภัย

กล้ามที่โดนหลัก: Lateral Deltoid Upper Trapezius กล้ามที่ช่วยรอง: Anterior Deltoid Biceps Supraspinatus

ทำไมต้องกว้างค่ะ ไม่ใช่แคบ

Upright Row แบบแคบ Narrow Grip ที่ดึงข้อศอกสูงกว่าไหล่มากค่ะ สร้างแรงกด Impingement สูงมากที่ Subacromial Space ค่ะ และเป็นท่าที่นักกายภาพบำบัดส่วนใหญ่แนะนำให้หลีกเลี่ยงค่ะ

Wide Grip Upright Row ที่ข้อศอกไม่สูงเกินระดับไหล่นั้นปลอดภัยกว่ามากค่ะ และยังกระตุ้น Lateral Deltoid ได้ดีค่ะ

วิธีทำทีละขั้นตอน

  1. ถือดัมเบลสองข้างหน้าลำตัวค่ะ ฝ่ามือหันเข้าหาลำตัวค่ะ มือห่างกันกว้างกว่าหัวไหล่ค่ะ
  2. หายใจออกพร้อมยกดัมเบลขึ้นตามแนวลำตัวค่ะ ข้อศอกนำการเคลื่อนไหวค่ะ
  3. ยกขึ้นจนข้อศอกอยู่ในระดับเดียวกับไหล่เท่านั้นค่ะ ไม่สูงกว่านี้ค่ะ นี่คือจุดสำคัญที่ทำให้ท่านี้ปลอดภัยค่ะ
  4. ค้าง 1-2 วินาทีค่ะ บีบ Lateral Deltoid ค่ะ
  5. ลดดัมเบลลงช้าๆ นับ 3 วินาทีค่ะ

จำนวนที่แนะนำ: 3 รอบ รอบละ 12-15 ครั้ง พัก 90 วินาที

💡 Tip จากปุนิ่ม: ถ้ารู้สึกเจ็บหัวไหล่เมื่อยกขึ้นค่ะ ให้หยุดท่านี้ทันทีและปรึกษาแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดค่ะ ความเจ็บปวดระหว่างท่านี้เป็นสัญญาณของ Impingement ที่อาจมีอยู่ก่อนแล้วค่ะ

🔥 Insight พิเศษ: งานวิจัยจาก International Journal of Sports Physical Therapy พบว่า Wide Grip Upright Row ที่จำกัดข้อศอกไม่เกินระดับไหล่กระตุ้น Lateral Deltoid ได้ใกล้เคียงกับ Lateral Raise ค่ะ แต่เพิ่มการกระตุ้น Upper Trapezius ด้วยค่ะ ทำให้เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่ต้องการพัฒนาทั้งสองส่วนพร้อมกันค่ะ

ระดับ: กลาง

ท่าที่ 9 – ชาวเดอร์เพรสบนบอล Stability Ball Shoulder Press หรือ Landmine Press ⭐ ท่าฝึกเสถียรภาพ

กล้ามที่โดนหลัก: เดลทอยด์ทั้งสามหัว Serratus Anterior กล้ามที่ช่วยรอง: Core ทั้งหมด โรเตเตอร์คัฟ

Landmine Press คืออะไรค่ะ

Landmine Press คือการดันบาร์เบลที่ปลายหนึ่งเสียบอยู่ในมุมบนพื้นค่ะ แรงต้านจะอยู่ในแนวโค้งค่ะ ซึ่งแตกต่างจาก Overhead Press ที่แนวตั้งค่ะ ท่านี้ปลอดภัยกว่าสำหรับคนที่มีข้อจำกัดในการยกแขนตรงขึ้นเหนือศีรษะค่ะ

วิธีทำ Landmine Press ทีละขั้นตอน

  1. เสียบปลายบาร์เบลเข้ากับมุมหรืออุปกรณ์ Landmine ค่ะ จับปลายบาร์ด้านที่มีน้ำหนักด้วยมือขวาค่ะ
  2. ยืนหันหน้าไปทางบาร์ค่ะ ก้าวขาซ้ายไปข้างหน้าเพื่อความมั่นคงค่ะ
  3. ยกบาร์ขึ้นระดับไหล่ค่ะ ข้อศอกชี้ไปข้างหน้าเล็กน้อยค่ะ
  4. หายใจออกพร้อมดันบาร์ขึ้นและออกไปข้างหน้าในแนวโค้งค่ะ
  5. ที่จุดสูงสุดแขนเกือบเหยียดตรงค่ะ บาร์อยู่เหนือและหน้าหัวไหล่เล็กน้อยค่ะ
  6. ลดบาร์กลับช้าๆ นับ 3 วินาทีค่ะ

จำนวนที่แนะนำ: 3-4 รอบ รอบละ 10-12 ครั้งต่อข้าง พัก 2 นาที

💡 Tip จากปุนิ่ม: Landmine Press เป็นท่าที่ปุนิ่มแนะนำสำหรับผู้ที่มีปัญหา Shoulder Impingement หรือ AC Joint ค่ะ เพราะแนวโค้งของการเคลื่อนไหวไม่บีบ Subacromial Space เหมือน Vertical Press ค่ะ ในขณะที่ยังได้กระตุ้นเดลทอยด์อย่างดีค่ะ

🔥 Insight พิเศษ: Physical Therapists ใช้ Landmine Press ในการฟื้นฟูผู้ป่วยหัวไหล่บาดเจ็บค่ะ เพราะแนวการเคลื่อนไหวเป็นธรรมชาติกว่า Vertical Press ค่ะ และสามารถเพิ่มแรงต้านได้ทีละน้อยโดยไม่สร้างแรงกดผิดปกติค่ะ

ระดับ: กลาง เหมาะสำหรับผู้มีข้อจำกัดหัวไหล่ ⭐ แนะนำเป็นพิเศษ

ท่าที่ 10 – วาเรียเบิลแบบบริหารโรเตเตอร์คัฟ Rotator Cuff Complex ⭐⭐ ท่าสุดท้ายที่สมบูรณ์ที่สุด

ท่าสุดท้ายนี้เป็นชุดท่าที่ปุนิ่มออกแบบเองจากการศึกษาและประสบการณ์ค่ะ รวมการฝึกโรเตเตอร์คัฟทุกมัดไว้ในชุดเดียวค่ะ

ท่า 10A – Internal Rotation Cable หรือยางยืด

กล้ามที่โดนหลัก: Subscapularis

  1. ผูกยางยืดหรือตั้ง Cable ในระดับเอวค่ะ
  2. ยืนข้างๆ ค่ะ ถือปลายยางด้วยมือที่ใกล้กว่าค่ะ
  3. ข้อศอกแนบข้างลำตัว งอ 90 องศาค่ะ
  4. หมุนข้อมือเข้าด้านในต้านแรงยางค่ะ
  5. ค้าง 2 วินาทีค่ะ กลับมาช้าๆ นับ 3 วินาทีค่ะ
  6. 15-20 ครั้งต่อข้างค่ะ

ท่า 10B – External Rotation ต่อเนื่อง

กล้ามที่โดนหลัก: Infraspinatus Teres Minor

หลังทำ Internal Rotation เสร็จค่ะ สลับมาทำ External Rotation ด้วยยางเส้นเดิมค่ะ โดยสลับข้างยืนค่ะ ทำ 15-20 ครั้งต่อข้างค่ะ

ท่า 10C – Scaption หรือ Empty Can

กล้ามที่โดนหลัก: Supraspinatus Lower Trapezius

  1. ยืนตรงค่ะ ถือดัมเบลเบาๆ ค่ะ
  2. ยกแขนขึ้นในมุมตรงกลางระหว่างด้านหน้าและด้านข้างค่ะ ประมาณ 45 องศาจากลำตัวค่ะ Scapular Plane ค่ะ
  3. ฝ่ามือหันลง Pronated ค่ะ นิ้วโป้งชี้ลงค่ะ เหมือนกำลังเทน้ำทิ้งค่ะ
  4. ยกขึ้นจนระดับไหล่ค่ะ ค้าง 1 วินาทีค่ะ ลดลงช้าๆ ค่ะ
  5. 12-15 ครั้งต่อข้างค่ะ

จำนวนรวมทั้งชุด: ทำทั้งสามท่าต่อกันเป็น Superset ค่ะ 3 รอบ พัก 90 วินาทีระหว่างรอบค่ะ

💡 Tip จากปุนิ่ม: ชุดนี้ปุนิ่มทำเป็น Prehab ก่อน Upper Body Workout ทุกครั้งค่ะ ใช้เวลาแค่ 10-12 นาทีค่ะ แต่ป้องกันการบาดเจ็บหัวไหล่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากค่ะ นี่คือสิ่งที่ปุนิ่มเรียนรู้จากการบาดเจ็บหัวไหล่ครั้งที่ผ่านมาค่ะ ว่าการป้องกันสำคัญกว่าการรักษาเสมอค่ะ

🔥 Insight พิเศษ: งานวิจัยจาก American Journal of Sports Medicine พบว่านักกีฬาที่ทำโปรแกรม Rotator Cuff Strengthening สม่ำเสมอเป็นเวลา 6 สัปดาห์มีอัตราการบาดเจ็บหัวไหล่ต่ำกว่ากลุ่มควบคุมถึง 52% ในปีถัดไปค่ะ แค่ 10-15 นาทีต่อวันในการฝึกโรเตเตอร์คัฟสามารถป้องกันการหยุดฝึกที่อาจนานหลายเดือนได้ค่ะ

ระดับ: เหมาะทุกคน ⭐⭐ แนะนำสูงสุดด้านสุขภาพและป้องกันบาดเจ็บ

งานวิจัยที่ยืนยันประสิทธิภาพของการบริหารหัวไหล่

งานวิจัยที่ 1 – การเปรียบเทียบการกระตุ้น EMG ในท่าต่างๆ

ท่า Anterior Deltoid Lateral Deltoid Posterior Deltoid
Overhead Dumbbell Press 79% MVC 85% MVC 42% MVC
Arnold Press 85% MVC 82% MVC 45% MVC
Lateral Raise 38% MVC 91% MVC 34% MVC
Front Raise 93% MVC 54% MVC 28% MVC
Rear Delt Fly 31% MVC 45% MVC 88% MVC
Face Pull 35% MVC 52% MVC 94% MVC
External Rotation 22% MVC 31% MVC 76% MVC

งานวิจัยที่ 2 – ผลของการฝึก Rotator Cuff ต่อการป้องกันการบาดเจ็บ

กลุ่ม โปรแกรม อัตราบาดเจ็บหัวไหล่ใน 12 เดือน
กลุ่ม A ไม่มี Rotator Cuff Training 34%
กลุ่ม B Rotator Cuff 2x/สัปดาห์ 18%
กลุ่ม C Rotator Cuff 3x/สัปดาห์ + Prehab 8%

งานวิจัยที่ 3 – ผลของความสมดุล Push:Pull ต่อสุขภาพหัวไหล่

สัดส่วน Push:Pull ผล Anterior-Posterior Deltoid Balance ความเสี่ยง Impingement
3:1 Push มากกว่า Anterior แข็งกว่า 3 เท่า สูงมาก 68%
1:1 สมดุล Anterior แข็งกว่า 1.2 เท่า ปานกลาง 32%
1:1.5 Pull มากกว่า สมดุลดี ต่ำ 11%

ตารางโปรแกรมฝึกหัวไหล่สมบูรณ์

สำหรับผู้ที่ต้องการฝึกกล้ามหัวไหล่อย่างจริงจัง การมีอุปกรณ์ฝึกที่ครบ เช่น Functional Training Equipment หรืออุปกรณ์เวทเทรนนิ่งพื้นฐานจะช่วยให้สามารถฝึกได้ทุกมุมกล้ามและลดความเสี่ยงการบาดเจ็บจากการใช้ท่าซ้ำ ๆ

โปรแกรม A มือใหม่ เน้นพัฒนาและป้องกันบาดเจ็บ

ท่า เซต ซ้ำ พัก
External Rotation (ท่า 6) 3 15-20 ต่อข้าง 60 วิ
Dumbbell Overhead Press (ท่า 1) 3 10-12 2 นาที
Lateral Raise (ท่า 2) 3 15 90 วิ
Face Pull (ท่า 3) 3 15-20 90 วิ
Rear Delt Fly (ท่า 4) 3 15 90 วิ

โปรแกรม B ระดับกลาง เน้นพัฒนาทุกหัวสมดุล

วัน A จันทร์

ท่า เซต ซ้ำ พัก
Rotator Cuff Complex (ท่า 10) 3 ตามที่กำหนด 90 วิ
Arnold Press (ท่า 5) 4 10-12 2 นาที
Lateral Raise Cable (ท่า 2) 4 12-15 90 วิ
Face Pull (ท่า 3) 4 15-20 90 วิ

วัน B พฤหัสบดี

ท่า เซต ซ้ำ พัก
Landmine Press (ท่า 9) 4 10-12 ต่อข้าง 2 นาที
Rear Delt Fly (ท่า 4) 4 15-20 90 วิ
Front Raise (ท่า 7) 3 12-15 90 วิ
Wide Grip Upright Row (ท่า 8) 3 12-15 90 วิ
External Rotation (ท่า 6) 3 20 ต่อข้าง 60 วิ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการบริหารหัวไหล่

  1. ควรฝึกหัวไหล่กี่ครั้งต่อสัปดาห์ค่ะ

สำหรับการสร้างกล้าม 2 ครั้งต่อสัปดาห์เพียงพอค่ะ แต่ Rotator Cuff Prehab สามารถทำได้ทุกวันหรือทุกครั้งก่อน Upper Body Workout ค่ะ เพราะน้ำหนักเบาและฟื้นตัวเร็วมากค่ะ

  1. ปวดหัวไหล่ระหว่างออกกำลังกายควรทำอย่างไรค่ะ

หยุดท่านั้นทันทีค่ะ ความเจ็บปวดระหว่างออกกำลังกายไม่ใช่ความรู้สึกปกติค่ะ แยกแยะระหว่าง Muscle Burn ที่รู้สึกแสบล้าในกล้าม กับ Joint Pain ที่รู้สึกเจ็บที่ข้อค่ะ ถ้าเป็นอย่างหลังต้องปรึกษาแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดค่ะ

  1. ทำไมหัวไหล่ข้างหนึ่งดูใหญ่กว่าค่ะ

เกิดจากความไม่สมดุลของกล้ามสองข้างค่ะ มักเกิดในคนที่ถนัดข้างใดข้างหนึ่งค่ะ วิธีแก้คือทำท่า Unilateral หรือท่าทีละข้างมากขึ้นค่ะ เช่น Alternating Dumbbell Press แทน Barbell Press ค่ะ เพื่อให้แต่ละข้างทำงานอิสระค่ะ

  1. วอร์มอัพหัวไหล่ควรทำอะไรบ้างก่อน Upper Body Workout ค่ะ
  1. Arm Circle เล็กไปใหญ่ 10 ครั้งไปข้างหน้าและข้างหลังค่ะ
  2. Band Pull Apart 15-20 ครั้งค่ะ
  3. External Rotation ด้วยยางเบาๆ 15 ครั้งต่อข้างค่ะ
  4. Face Pull เบาๆ 15-20 ครั้งค่ะ
  5. Overhead Squat หรือ Pass Through ด้วยไม้หรือเชือกค่ะ

ใช้เวลารวม 8-10 นาทีค่ะ

  1. Behind the Neck Press และ Behind the Neck Pulldown อันตรายไหมค่ะ

ปุนิ่มแนะนำให้หลีกเลี่ยงทั้งสองท่าค่ะ เพราะบังคับให้หัวไหล่อยู่ในท่า Extreme External Rotation พร้อมกับรับแรงค่ะ ซึ่งสร้างแรงกดสูงมากต่อโรเตเตอร์คัฟและ AC Joint ค่ะ คนที่มี Shoulder Mobility ดีมากอาจทำได้โดยไม่เจ็บค่ะ แต่สำหรับคนทั่วไปความเสี่ยงสูงกว่าประโยชน์ที่ได้รับค่ะ

สรุป – หัวไหล่ที่แข็งแรงสวยงามและปลอดภัยต้องการความสมดุลมากกว่าขนาดใหญ่ค่ะ

หลังจากที่ปุนิ่มบาดเจ็บหัวไหล่และต้องหยุดฝึกสองเดือนค่ะ ปุนิ่มให้สัญญากับตัวเองว่าจะไม่มีวันละเลย Rotator Cuff Training อีกเลยค่ะ และตลอดหลายปีที่ผ่านมาค่ะ การรักษาสัญญานั้นคือสิ่งที่ทำให้ปุนิ่มยังแข่งขันและฝึกได้อย่างแข็งแรงในวัย 45 ปีค่ะ หัวไหล่ที่สวยงามบนเวทีมาจากเดลทอยด์ที่พัฒนาสมดุลทั้งสามหัวค่ะ หัวไหล่ที่ปลอดภัยในระยะยาวมาจากโรเตเตอร์คัฟที่แข็งแรงและ Posture ที่ดีค่ะ ทำทั้งสองอย่างนั้นค่ะ แล้วหัวไหล่จะรับใช้คุณได้ตลอดชีวิตค่ะ 💙

บทความนี้เขียนโดยโค้ชปุนิ่ม มนัสนันท์ อรรถอนุวรรณ สมาร์ทเทรนเนอร์ รุ่นที่ 27 แชมป์ฟิสิคหญิง มิสเตอร์ไทยแลนด์ 2025 ไทยแลนด์โอเพ่นมาสเตอร์เกมส์ 2025 และเปยาปคลาสสิค หลายสมัย ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกกำลังกายและสุขภาพองค์รวมค่ะ

หมวดหมู่สมิท smith machine prox

เครื่องสมิทแมชชีน

เล่นเวทอย่างมั่นใจ ปลอดภัยด้วย Smith Machine

เลือกดูสินค้า
ลู่วิ่งออกกำลังกาย x12 ลู่วิ่งไฟฟ้าคุณภาพสูง ใช้ได้ทั้งบ้านและฟิตเนส

ลู่วิ่งออกกำลังกาย

ลู่วิ่งไฟฟ้าคุณภาพสูง ใช้ได้ทั้งบ้านและฟิตเนส

เลือกดูสินค้า
จักรยานออกกำลังกาย เครื่องออกกำลังกาย ปั่นสนุก เผา

จักรยานออกกำลังกาย

เครื่องออกกำลังกาย ปั่นสนุก เผาผลาญไว ประหยัดพื้นที่

เลือกดูสินค้า

แผ่นยางปูพื้น

ปรับระดับได้ รองรับทุกท่าเล่นเวท อย่างมืออาชีพ

เลือกดูสินค้า
เครื่องเดินวงรี elliptical el 02 รวมอุปกรณ์เล่นเวทครบชุด ราคาคุ้มค่า

เครื่องเดินวงรี

รวมอุปกรณ์เล่นเวทครบชุด ราคาคุ้มค่า

เลือกดูสินค้า
โฮมยิม เครื่องออกกำลังกาย แบบ All-in-one

โฮมยิม

เครื่องออกกำลังกาย แบบ All-in-one

เลือกดูสินค้า
ม้านั่งออกกำลังกาย รองรับแรงกระแทก ป้องกันเสียงรบกวน

ม้านั่งออกกำลังกาย

รองรับแรงกระแทก ป้องกันเสียงรบกวน

เลือกดูสินค้า
pilates-reformer

เครื่องพิลาทิส

ออกกำลังได้ทุกส่วน ครบในเครื่องเดียว

เลือกดูสินค้า

โค้ชปูนิ่ม - น.ส.มนัสนันท์ อรรณพวรรณ

นักกีฬาเพาะกายหญิง รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ในการแข่งขันมิสเตอร์ไทยแลนด์ 2025

ปูเชื่อว่า "ไม่ว่าคุณจะเริ่มต้นจากศูนย์ หรือเคยล้มเหลวกี่ครั้ง ถ้าคุณไม่หยุดพยายาม สักวันร่างกายของคุณจะเปลี่ยนไปได้แน่นอน โค้ชพร้อมอยู่ข้าง ๆ และจะพาทุกคนไปให้ถึงเป้าหมายไปด้วยกันค่ะ"

ดูโปรไฟล์โค้ชปูนิ่ม