ท่า Squat สามารถฝึกได้ทั้งแบบ Bodyweight และแบบใช้อุปกรณ์ เช่น บาร์เบล ดัมเบล หรืออุปกรณ์ในโซน ฟังก์ชั่นนอลเทรนนิ่ง ซึ่งช่วยเพิ่มแรงต้านและพัฒนาความแข็งแรงของกล้ามขาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Squat คือราชาของท่าออกกำลังกายทั้งหมดค่ะ และเป็นหนึ่งในพื้นฐานสำคัญของการ เวทเทรนนิ่ง คือ การฝึกที่ช่วยสร้างมวลกล้ามเนื้อ ความแข็งแรง และการเผาผลาญได้มากที่สุดค่ะ แต่ก็ไม่มีท่าใดที่ทำผิดแล้วทำลายหัวเข่าและหลังได้เร็วเท่ากันด้วยค่ะ
ปุนิ่มเคยกลัว Squat มาหลายปีค่ะ เพราะได้ยินว่า Squat ทำลายหัวเข่าค่ะ จนกระทั่งได้ศึกษาวิทยาศาสตร์จริงๆ และพบว่าความจริงตรงกันข้ามค่ะ Squat ที่ทำถูกต้องคือท่าที่เสริมสร้างความแข็งแรงให้หัวเข่ามากที่สุดค่ะ ในขณะที่ Squat ที่ทำผิดวิธีต่างหากที่ทำลายหัวเข่าค่ะ ความแตกต่างระหว่างสองแบบนั้นอยู่ที่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่บทความนี้จะอธิบายทุกข้อค่ะ
ก่อนที่ปุนิ่มจะคว้าแชมป์ มิสเตอร์ไทยแลนด์ 2025 ที่พัทยา ไทยแลนด์โอเพ่นมาสเตอร์เกมส์ 2025 ที่กรุงเทพฯ และ เปยาปคลาสสิค ที่ลำปางในวัย 45 ปีค่ะ Squat คือท่าที่ปุนิ่มให้เวลาศึกษาและปรับปรุงมากที่สุดในชีวิตการเพาะกายค่ะ เพราะรู้ว่า Squat ที่สมบูรณ์แบบคือรากฐานของขาและก้นที่แข็งแรงค่ะ และนั่นคือสิ่งที่กรรมการให้คะแนนสูงสุดในการแข่งขันค่ะ
กายวิภาคที่ต้องรู้ก่อนทำ Squat ทุกครั้งค่ะ
เมื่อเข้าใจว่ากล้ามมัดไหนทำงานอะไรค่ะ ทุกการปรับเล็กๆ น้อยๆ ใน Squat จะมีเหตุผลในตัวเองค่ะ ถ้าอยากเข้าใจภาพรวมของการฝึกขาทั้งหมด สามารถดูเพิ่มเติมได้จาก ท่าเล่นขา ที่รวมท่าบริหารขาและก้นที่ใช้กันในโปรแกรมเวทเทรนนิ่งค่ะ
กล้ามเนื้อหลักที่ทำงานใน Squat ค่ะ
Quadriceps หรือกล้ามต้นขาด้านหน้าค่ะ
ประกอบด้วยสี่มัดค่ะ ได้แก่ Rectus Femoris, Vastus Lateralis, Vastus Medialis และ Vastus Intermedius ค่ะ ทำหน้าที่เหยียดเข่าค่ะ คือการดันตัวขึ้นจากจุดต่ำสุดของ Squat ค่ะ Quadriceps รับภาระมากที่สุดในช่วงแรกของการดันขึ้นค่ะ
ส่วนที่น่าสนใจค่ะ คือ Rectus Femoris เป็นกล้ามในกลุ่ม Quadriceps มัดเดียวที่ข้ามสองข้อต่อค่ะ คือข้อสะโพกและข้อเข่าค่ะ ทำให้มันทำงานแตกต่างจากมัดอื่นค่ะ และเป็นสาเหตุที่มุมก้าวเท้าและความลึก Squat ส่งผลต่อการกระตุ้น Quadriceps อย่างมากค่ะ
Gluteus Maximus หรือกล้ามก้นค่ะ
กล้ามที่ใหญ่ที่สุดในร่างกายค่ะ ทำหน้าที่ขยายสะโพก Hip Extension ค่ะ คือการดันสะโพกไปข้างหน้าและขึ้นจากท่านั่งยองค่ะ Gluteus Maximus ทำงานมากที่สุดในช่วงครึ่งล่างของ Squat ค่ะ คือตั้งแต่จุดต่ำสุดขึ้นมาถึงครึ่งทางค่ะ
Hamstrings หรือกล้ามต้นขาด้านหลังค่ะ
ประกอบด้วย Biceps Femoris, Semitendinosus และ Semimembranosus ค่ะ ทำหน้าที่เป็น Dynamic Stabilizer ในช่วงที่นั่งลงและดันขึ้นค่ะ และช่วยในการขยายสะโพกร่วมกับ Gluteus Maximus ค่ะ
Adductors หรือกล้ามด้านในต้นขาค่ะ
ทำหน้าที่รักษาความมั่นคงของเข่าไม่ให้แฉลบเข้าด้านในค่ะ และช่วยในการขยายสะโพกด้วยค่ะ โดยเฉพาะ Adductor Magnus ที่มีขนาดใหญ่และแข็งแรงมากค่ะ
Core และหลังค่ะ
Erector Spinae, Multifidus และกล้ามท้องทั้งหมดทำหน้าที่รักษา Neutral Spine ตลอดการเคลื่อนไหวค่ะ ถ้า Core อ่อนแอค่ะ หลังจะโค้งงอค่ะ และนั่นคือสาเหตุหลักของการบาดเจ็บหลังส่วนล่างจาก Squat ค่ะ
Core ที่แข็งแรงสามารถพัฒนาได้จากการฝึก ท่าเล่นหน้าท้อง อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งช่วยเพิ่มความมั่นคงของลำตัวในท่า Squat อย่างมากค่ะ
ข้อต่อที่เกี่ยวข้องค่ะ
Squat ใช้ข้อต่อสามจุดพร้อมกันค่ะ คือข้อสะโพก ข้อเข่า และข้อเท้าค่ะ การประสานงานของทั้งสามจุดนี้ต้องสมดุลกันค่ะ ถ้าข้อใดข้อหนึ่งจำกัดการเคลื่อนไหวค่ะ ข้อที่เหลือจะรับภาระเพิ่มขึ้นค่ะ และนั่นคือที่มาของการบาดเจ็บค่ะ
Squat พื้นฐาน Bodyweight Squat ฉบับสมบูรณ์ค่ะ
ก่อนเริ่ม Squat ทุกครั้งควรทำการ วอร์มร่างกาย เพื่อเตรียมกล้ามเนื้อ ข้อต่อ และระบบประสาทให้พร้อมสำหรับการเคลื่อนไหวแบบ Compound Movement อย่าง Squat ค่ะ และก่อนจะเล่นน้ำหนักค่ะ ต้องทำ Bodyweight Squat ได้สมบูรณ์แบบก่อนค่ะ เพราะ Squat แบบไม่ใช้อุปกรณ์เป็นพื้นฐานของ Bodyweight Training ที่ช่วยพัฒนาเทคนิคการเคลื่อนไหวของร่างกายค่ะ
เมื่อเทคนิคพื้นฐานแข็งแรงแล้ว นักกีฬาหลายคนจะเริ่มเพิ่มแรงต้านด้วยอุปกรณ์ Free Weight เช่น ดัมเบล หรือบาร์เบลเพื่อพัฒนาความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาในระดับที่สูงขึ้น
การตั้งท่าเริ่มต้นค่ะ
เท้าห่างกันเท่าหัวไหล่ถึงกว้างกว่าเล็กน้อยค่ะ ปลายเท้าชี้ออกด้านนอก 15-30 องศาค่ะ ตัวเลขที่เหมาะสมแตกต่างกันตามกายวิภาคของแต่ละคนค่ะ บางคนสบายที่ 15 องศาค่ะ บางคนต้อง 45 องศาค่ะ
หลักง่ายๆ ค่ะ คือปลายเท้าควรชี้ออกในมุมเดียวกับที่เข่าจะเดินทางเมื่อนั่งลงค่ะ ถ้าเข่าเดินทางออกนอกแนวปลายเท้าค่ะ ปรับมุมปลายเท้าให้มากขึ้นค่ะ
วิธีทำ Bodyweight Squat ทีละขั้นตอนค่ะ
ขั้นตอนที่ 1 ค่ะ ยืนตัวตรงค่ะ เท้าห่างเท่าหัวไหล่ค่ะ ปลายเท้าชี้ออกด้านนอกเล็กน้อยค่ะ แขนยกขึ้นข้างหน้าเพื่อทรงตัวค่ะ
ขั้นตอนที่ 2 ค่ะ สูดหายใจเข้าลึกๆ ค่ะ แล้วกลั้นลมหายใจด้วยเทคนิค Valsalva Maneuver ค่ะ คือกลั้นลมหายใจในท้องค่ะ เพื่อเพิ่ม Intra-Abdominal Pressure ซึ่งเป็น Natural Brace ที่ดีที่สุดสำหรับหลังค่ะ
ขั้นตอนที่ 3 ค่ะ เริ่มนั่งลงโดย “นั่งลงข้างหลัง” ค่ะ ไม่ใช่นั่งลงตรงๆ ค่ะ นึกภาพว่ามีเก้าอี้อยู่ข้างหลังและกำลังจะนั่งค่ะ สะโพกเริ่มเคลื่อนไปข้างหลังก่อนค่ะ
ขั้นตอนที่ 4 ค่ะ เข่าเดินทางออกด้านนอกตามแนวปลายเท้าค่ะ ไม่ยุบเข้าด้านในค่ะ ซึ่งสำคัญมากค่ะ
ขั้นตอนที่ 5 ค่ะ ลงไปจนต้นขาขนานกับพื้นหรือต่ำกว่าค่ะ ที่ความลึกนี้เรียกว่า Parallel ค่ะ ถ้าลงได้ต่ำกว่า Parallel คือต้นขาต่ำกว่าระดับเข่าค่ะ เรียกว่า Below Parallel หรือ ATG คือ Ass to Grass ค่ะ
ขั้นตอนที่ 6 ค่ะ ที่จุดต่ำสุดค่ะ หลังตรงในท่า Neutral Spineค่ะ อกเปิดค่ะ ไม่งอหลังค่ะ ส้นเท้าวางราบบนพื้นตลอดค่ะ
ขั้นตอนที่ 7 ค่ะ หายใจออกพร้อมดันตัวขึ้นค่ะ โดยดันผ่านส้นเท้าและฝ่าเท้าทั้งหมดค่ะ ไม่ใช่ดันผ่านปลายเท้าค่ะ
ขั้นตอนที่ 8 ค่ะ ขณะดันขึ้นค่ะ เข่ายังอยู่แนวเดิมค่ะ ไม่ยุบเข้าด้านในค่ะ ลำตัวและสะโพกขึ้นมาพร้อมกันค่ะ
🔥 Insight พิเศษ Neutral Spine คืออะไรและทำไมสำคัญมากค่ะ
Neutral Spine คือการรักษาความโค้งธรรมชาติของกระดูกสันหลังทั้งสามส่วนไว้ค่ะ ได้แก่ความโค้งเข้าที่คอ Cervical ค่ะ ความโค้งออกที่กลางหลัง Thoracic ค่ะ และความโค้งเข้าที่หลังล่าง Lumbar ค่ะ เมื่ออยู่ใน Neutral Spine ค่ะ แรงกดที่ Intervertebral Discs กระจายอย่างสม่ำเสมอค่ะ ลดความเสี่ยงบาดเจ็บหมอนรองกระดูกอย่างมากค่ะ

Barbell Back Squat ฉบับละเอียดสมบูรณ์ค่ะ
Barbell Back Squat คือรูปแบบที่นิยมมากที่สุดและสร้างมวลกล้ามเนื้อขาได้มากที่สุดค่ะ แต่ก็ต้องการเทคนิคที่แม่นยำที่สุดด้วยค่ะ
การตั้งบาร์เบลในตำแหน่งที่ถูกต้องค่ะ
มีสองตำแหน่งหลักค่ะ ได้แก่ High Bar และ Low Bar ค่ะ
High Bar Squat ค่ะ
บาร์วางบน Upper Trapezius ค่ะ คือกล้ามต้นคอส่วนบนค่ะ ประมาณระดับ C7 หรือปุ่มกระดูกที่นูนที่สุดที่ต้นคอค่ะ ลำตัวค่อนข้างตั้งตรงกว่าค่ะ กระตุ้น Quadriceps มากกว่าค่ะ เป็นแบบที่นักเพาะกายส่วนใหญ่ใช้ค่ะ
Low Bar Squat ค่ะ
บาร์วางต่ำกว่าค่ะ บน Posterior Deltoid หรือกล้ามไหล่หลังค่ะ ประมาณ 5-8 เซนติเมตรต่ำกว่า High Bar ค่ะ ลำตัวโน้มไปข้างหน้ามากกว่าค่ะ กระตุ้น Gluteus และ Hamstrings มากกว่าค่ะ นิยมในนักยกน้ำหนักเพาเวอร์ลิฟต์ค่ะ
สำหรับนักเพาะกายทั่วไปค่ะ ปุนิ่มแนะนำ High Bar ก่อนค่ะ เพราะทำให้ลำตัวตั้งตรงมากกว่าค่ะ เหมาะกับการสร้างกล้ามขาและก้นอย่างสมดุลค่ะ
การ Setup ที่ Squat Rack ทีละขั้นตอนค่ะ
การฝึก Barbell Squat จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์อย่าง Squat Rack หรือ Power Rack ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอุปกรณ์ในหมวด พาวเวอร์ลิฟติ้ง ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการฝึกยกน้ำหนักอย่างปลอดภัย
ขั้นตอนที่ 1 ค่ะ ปรับความสูงของ J-Hooks ให้บาร์อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าไหล่ประมาณ 5-8 เซนติเมตรค่ะ เมื่อเดินเข้าไปยืนใต้บาร์ค่ะ บาร์จะวางบนไหล่พอดีโดยไม่ต้องยืดตัวหรืองอตัวมากค่ะ
ขั้นตอนที่ 2 ค่ะ ตั้งตำแหน่ง Safety Bar หรือ Safeties ในระดับที่ถ้าบาร์ตกค่ะ จะไม่ตกใส่ตัวค่ะ ต้องอยู่ต่ำกว่าจุดต่ำสุดของ Squat เล็กน้อยค่ะ
ขั้นตอนที่ 3 ค่ะ เดินเข้าไปใต้บาร์ค่ะ ยืนให้บาร์อยู่เหนือตำแหน่ง High Bar หรือ Low Bar ที่ต้องการค่ะ
ขั้นตอนที่ 4 ค่ะ จับบาร์ด้วยมือทั้งสองข้างค่ะ กว้างกว่าไหล่เล็กน้อยค่ะ ข้อมืออยู่ในท่า Neutral ค่ะ ไม่หักข้อมือลงค่ะ
ขั้นตอนที่ 5 ค่ะ ก่อนยกบาร์ออกจาก J-Hooks ค่ะ ทำ Brace Core ให้แน่นก่อนค่ะ สูดหายใจเข้าเต็มปอดค่ะ แล้วกลั้นด้วย Valsalva ค่ะ บีบท้องแน่นๆ เหมือนกำลังจะถูกชกท้องค่ะ
ขั้นตอนที่ 6 ค่ะ ดันตัวขึ้นเพื่อยกบาร์ออกจาก J-Hooks ค่ะ ก้าวออกมาสองถึงสามก้าวค่ะ ตั้งท่าให้เท้าอยู่ในตำแหน่ง Squat Stance ค่ะ
วิธีทำ Barbell Back Squat ทีละขั้นตอนค่ะ
ขั้นตอนที่ 1 หายใจและ Brace ค่ะ
ก่อนเริ่มนั่งลงทุกครั้งค่ะ สูดหายใจเข้าลึกๆ ลงท้องค่ะ ไม่ใช่ขยายหน้าอกค่ะ แล้วกลั้นลมหายใจด้วย Valsalva Maneuver ค่ะ Brace Core 360 องศาค่ะ คือบีบกล้ามท้องรอบด้านค่ะ ทั้งด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลังค่ะ ไม่ใช่แค่ดูดท้องเข้าค่ะ
ความกดดันในช่องท้องที่เพิ่มขึ้นนี้ทำหน้าที่เหมือนเสื้อเกราะธรรมชาติค่ะ ลดแรงกดที่กระดูกสันหลังในช่วง Squat ได้ถึง 40% ค่ะ
ขั้นตอนที่ 2 เริ่มนั่งลงค่ะ
เริ่มการเคลื่อนไหวด้วยการดันเข่าออกด้านนอกพร้อมกับดันสะโพกไปข้างหลังพร้อมกันค่ะ ไม่ใช่ทำอย่างใดอย่างหนึ่งก่อนค่ะ
ลองนึกภาพว่าเท้าสองข้างกำลัง “ขยาย” พื้นออกด้านข้างค่ะ เหมือนพยายามฉีกพื้นออกจากกันค่ะ การนึกภาพแบบนี้ช่วยให้เข่าออกนอกได้ดีขึ้นค่ะ และกระตุ้น Glutes ตั้งแต่เริ่มต้นท่าค่ะ
ขั้นตอนที่ 3 ความลึกค่ะ
ลงไปจนถึง Parallel อย่างน้อยค่ะ คือต้นขาขนานกับพื้นค่ะ ถ้าสะโพกยืดหยุ่นดีพอค่ะ ลงให้ต่ำกว่า Parallel ได้ค่ะ เรียกว่า Below Parallel ค่ะ
งานวิจัยพบว่า Below Parallel Squat กระตุ้น Gluteus Maximus มากกว่า Parallel Squat ถึง 25% ค่ะ เพราะสะโพกต้องขยายจากตำแหน่งที่ยืดมากขึ้นค่ะ
ขั้นตอนที่ 4 ตรวจสอบท่าที่จุดต่ำสุดค่ะ
ที่จุดต่ำสุดค่ะ ส้นเท้าราบกับพื้นทั้งสองข้างค่ะ เข่าออกนอกตามแนวปลายเท้าค่ะ หลังตรงในท่า Neutral Spine ค่ะ อกเปิดและหน้าอกชี้ไปข้างหน้าค่ะ สะโพกอยู่ต่ำกว่าระดับเข่าค่ะ น้ำหนักกระจายทั่วฝ่าเท้าค่ะ
ขั้นตอนที่ 5 ดันขึ้นค่ะ
เริ่มดันขึ้นโดยดันผ่านฝ่าเท้าทั้งหมดค่ะ จินตนาการว่ากำลังดันพื้นออกไปด้านล่างค่ะ ไม่ใช่ดันตัวขึ้นค่ะ สองอย่างนี้ให้ผลที่ต่างกันอย่างมากในเชิงกลไกของร่างกายค่ะ
สะโพกและไหล่ขึ้นมาในอัตราเดียวกันค่ะ ไม่ใช่สะโพกขึ้นก่อนทำให้ลำตัวโน้มไปข้างหน้ามากค่ะ ซึ่งเป็นข้อผิดพลาดที่พบบ่อยมากค่ะ
ขั้นตอนที่ 6 ปิดท่าค่ะ
ที่จุดสูงสุดค่ะ เหยียดสะโพกสมบูรณ์แบบค่ะ ไม่ Hyperextend หลังค่ะ บีบ Glutes ที่จุดสูงสุดค่ะ แล้วหายใจออกค่ะ
💡 Tip จากปุนิ่ม: ลองใช้ Cue “Chest Up, Knees Out, Drive Through the Floor” ค่ะ ก่อนทุกครั้งที่นั่งลงค่ะ สามคำสั่งสั้นๆ นี้ครอบคลุมข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดทั้งหมดค่ะ

Goblet Squat ท่าที่ดีที่สุดสำหรับมือใหม่และพัฒนาเทคนิคค่ะ
กล้ามที่โดนหลักค่ะ Quadriceps, Gluteus Maximus, Adductors, Core ค่ะ
ทำไม Goblet Squat จึงสมบูรณ์แบบสำหรับเรียนรู้เทคนิคค่ะ
Goblet Squat ถูกคิดค้นโดย Dan John โค้ชความแข็งแรงชาวอเมริกันค่ะ และได้รับการยอมรับทั่วโลกว่าเป็นท่าที่สอนกลไก Squat ที่ถูกต้องได้ดีที่สุดค่ะ
เหตุผลค่ะ น้ำหนักที่อยู่ด้านหน้าลำตัวค่ะ บังคับให้ลำตัวต้องตั้งตรงมากกว่าค่ะ ซึ่งลดความเสี่ยงหลังโค้งงอค่ะ และช่วยให้เข่าเดินทางออกนอกได้ง่ายขึ้นค่ะ เพราะข้อศอกสามารถดันเข่าออกด้านนอกได้โดยตรงในท่านี้ค่ะ
วิธีทำ Goblet Squat ทีละขั้นตอนค่ะ
ขั้นตอนที่ 1 ค่ะ จับดัมเบลหนึ่งอันในแนวตั้งด้วยมือทั้งสองข้างค่ะ หรือจับ Kettlebell ในท่า Goblet ค่ะ คือจับที่ด้านข้างของ Bell ค่ะ ดัมเบลหรือ Kettlebell อยู่ระดับอกค่ะ ข้อศอกชี้ลงค่ะ การใช้ ดัมเบลออกกำลังกาย สำหรับ Goblet Squat เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมสำหรับการเรียนรู้เทคนิค Squat ที่ถูกต้องก่อนจะเพิ่มน้ำหนักด้วยบาร์เบล
ขั้นตอนที่ 2 ค่ะ ยืนเท้าห่างกว้างกว่าหัวไหล่เล็กน้อยค่ะ ปลายเท้าชี้ออกด้านนอก 30-45 องศาค่ะ
ขั้นตอนที่ 3 ค่ะ สูดหายใจเข้าค่ะ Brace Core ค่ะ เริ่มนั่งลงโดยดันเข่าออกนอกพร้อมกับดันสะโพกไปข้างหลังค่ะ
ขั้นตอนที่ 4 ค่ะ ระหว่างนั่งลงค่ะ ใช้ข้อศอกดันเข่าออกด้านนอกได้เลยค่ะ ซึ่งเป็นข้อดีพิเศษของ Goblet Squat ค่ะ เพราะสอนให้รู้ว่าเข่าควรอยู่ที่ไหนค่ะ
ขั้นตอนที่ 5 ค่ะ ลงจนต่ำกว่า Parallel ถ้าทำได้ค่ะ ส้นเท้าราบพื้นตลอดค่ะ หลังตรงค่ะ
ขั้นตอนที่ 6 ค่ะ ค้างที่จุดต่ำสุด 2 วินาทีค่ะ รู้สึกว่า Inner Thigh และ Glutes ยืดออกค่ะ
ขั้นตอนที่ 7 ค่ะ ดันขึ้นช้าๆ ผ่านฝ่าเท้าทั้งหมดค่ะ
เทคนิค Goblet Squat Hold ที่ปุนิ่มชอบมากค่ะ
ลองค้างที่จุดต่ำสุด 30-60 วินาทีค่ะ เรียกว่า Goblet Squat Hold ค่ะ วิธีนี้ยืดกล้าม Adductors, Hip Flexors และเพิ่มความยืดหยุ่นของข้อสะโพกค่ะ ซึ่งเป็นตัวกำหนดว่า Squat จะลึกได้แค่ไหนค่ะ ทำเป็น Mobility Drill ก่อน Squat Session ทุกครั้งค่ะ
จำนวนแนะนำค่ะ 3-4 เซต รอบละ 10-15 ครั้ง พัก 90 วินาทีค่ะ

Front Squat ท่าที่ยากแต่ให้ผลต่อ Quadriceps สูงที่สุดค่ะ
กล้ามที่โดนหลักค่ะ Quadriceps เป็นหลักค่ะ ซึ่งมากกว่า Back Squat ค่ะ กล้ามที่ช่วยรองค่ะ Gluteus Maximus, Core ค่ะ
ทำไม Front Squat กระตุ้น Quadriceps มากกว่า Back Squat ค่ะ
ตำแหน่งบาร์ที่ด้านหน้าบังคับให้ลำตัวตั้งตรงมากกว่าค่ะ เมื่อลำตัวตั้งตรงมากขึ้นค่ะ การเคลื่อนไหวจะเน้นที่ข้อเข่ามากกว่าข้อสะโพกค่ะ ซึ่งหมายความว่า Quadriceps รับภาระมากขึ้นค่ะ
งานวิจัย EMG พบว่า Front Squat กระตุ้น Rectus Femoris สูงกว่า Back Squat ถึง 21% ค่ะ แต่กระตุ้น Gluteus Maximus น้อยกว่าค่ะ
การ Rack Position หรือตำแหน่งการถือบาร์ค่ะ
นี่คือส่วนที่ยากที่สุดของ Front Squat ค่ะ มีสองแบบค่ะ
แบบ Clean Grip ค่ะ
จับบาร์ด้วยมือกว้างเท่าหัวไหล่ค่ะ ยกข้อศอกขึ้นสูงจนขนานกับพื้นหรือสูงกว่าค่ะ บาร์นอนบน Fingertips ค่ะ ไม่ใช่กำมือสนิทค่ะ ข้อศอกสูงสำคัญมากค่ะ เพราะถ้าข้อศอกตกต่ำลงค่ะ บาร์จะหลุดออกด้านหน้าค่ะ
แบบ Cross Arm ค่ะ
พับแขนไขว้กันค่ะ วางบาร์บน Upper Arm ที่ไขว้กันค่ะ วิธีนี้ง่ายกว่า Clean Grip ค่ะ แต่ควบคุมบาร์ได้น้อยกว่าค่ะ เหมาะสำหรับมือใหม่ที่ยังไม่มีความยืดหยุ่นข้อมือพอค่ะ
วิธีทำ Front Squat ทีละขั้นตอนค่ะ
ขั้นตอนที่ 1 ค่ะ Setup ที่ Rack และวาง Rack Position ค่ะ ตำแหน่งบาร์อยู่บน Clavicle หรือกระดูกไหปลาร้าและ Front Deltoid ค่ะ ไม่ใช่บนลำคอค่ะ
ขั้นตอนที่ 2 ค่ะ Brace Core และยก Unrack ค่ะ ก้าวออกมาตั้งท่าค่ะ
ขั้นตอนที่ 3 ค่ะ ก่อนนั่งลงค่ะ ให้แน่ใจว่าข้อศอกยังสูงอยู่ค่ะ เพราะข้อศอกจะมีแนวโน้มตกลงระหว่างนั่งลงค่ะ
ขั้นตอนที่ 4 ค่ะ นั่งลงตรงๆ มากกว่า Back Squat ค่ะ เข่าเดินทางออกนอกตามแนวปลายเท้าค่ะ ลำตัวตั้งตรงมากค่ะ
ขั้นตอนที่ 5 ค่ะ ลงจนต่ำกว่า Parallel ค่ะ Front Squat มักลงได้ลึกกว่า Back Squat ค่ะ เพราะลำตัวที่ตั้งตรงกว่าทำให้สะโพกเคลื่อนได้อิสระมากขึ้นค่ะ
ขั้นตอนที่ 6 ค่ะ ดันขึ้นค่ะ โดยให้ข้อศอกยังสูงตลอดค่ะ บาร์ต้องไม่เคลื่อนไปข้างหน้าค่ะ
จุดยากที่สุดของ Front Squat ค่ะ
ความยืดหยุ่นของข้อมือและไหล่ค่ะ เพราะ Clean Grip ต้องการการยืดข้อมือและ Lat ที่ดีมากค่ะ ถ้ายังทำ Clean Grip ไม่ได้ค่ะ ให้ใช้ Cross Arm ไปก่อนค่ะ และทำ Wrist Mobility Drills ทุกวันค่ะ
จำนวนแนะนำค่ะ 3-4 เซต รอบละ 6-10 ครั้ง พัก 2-3 นาทีค่ะ
💡 Tip จากปุนิ่ม: Front Squat ยากในช่วงแรกค่ะ อย่าเพิ่มน้ำหนักเร็วเกินไปค่ะ เริ่มจากน้ำหนักเบามากค่ะ เพื่อเรียนรู้ Rack Position ก่อนค่ะ ปุนิ่มใช้เวลาสองเดือนกว่าจะ Clean Grip ได้สบายค่ะ แต่พอทำได้ค่ะ รู้สึกว่า Quad Control ดีขึ้นอย่างมากค่ะ

Bulgarian Split Squat ท่าที่โหดที่สุดและได้ผลที่สุดสำหรับขาและก้นค่ะ
กล้ามที่โดนหลักค่ะ Gluteus Maximus, Quadriceps, Hamstrings ค่ะ กล้ามที่ช่วยรองค่ะ Adductors, Hip Flexors, Core ค่ะ
ทำไม Bulgarian Split Squat ถึงโหดมากค่ะ
Bulgarian Split Squat หรือที่เรียกว่า RFESS ย่อจาก Rear Foot Elevated Split Squat ค่ะ เป็นท่า Single Leg ที่บังคับให้ขาหน้าแบกน้ำหนักเกือบทั้งหมดค่ะ โดยขาหลังที่วางบนม้านั่งเพียงแค่ช่วยรักษาสมดุลค่ะ ไม่ได้ช่วยรับน้ำหนักมากค่ะ
ผลที่ตามมาค่ะ คือกล้ามขาหน้าต้องทำงานหนักมากกว่า Barbell Squat ปกติในน้ำหนักที่เท่ากันค่ะ ทำให้ได้ผลต่อขาและก้นสูงมากโดยใช้น้ำหนักน้อยกว่าค่ะ
วิธีทำ Bulgarian Split Squat ทีละขั้นตอนค่ะ
ขั้นตอนที่ 1 ค่ะ ยืนหันหลังให้ม้านั่งหรือ Bench ที่มีความสูงประมาณ 40-50 เซนติเมตรค่ะ การใช้ ม้านั่งฟิตเนส สำหรับ Bulgarian Split Squat ช่วยให้สามารถฝึกกล้ามขาแบบ Single Leg ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเพิ่มความท้าทายของการฝึก
ขั้นตอนที่ 2 ค่ะ ก้าวขาหน้าออกไปข้างหน้าประมาณ 60-80 เซนติเมตรค่ะ แล้ววางหลังเท้าของขาหลังบนม้านั่งค่ะ ส่วนบนของเท้าวางบนม้านั่งค่ะ ไม่ใช่ส้นเท้าค่ะ
ขั้นตอนที่ 3 ค่ะ ตรวจสอบระยะก้าวค่ะ ระยะที่ถูกต้องคือเมื่อนั่งลงจนเข่าหน้าทำมุม 90 องศาค่ะ เข่าหน้าไม่เกินปลายเท้าหน้ามากค่ะ และลำตัวตั้งตรงค่ะ ถ้าเข่าเลยปลายเท้าไปมากค่ะ ก้าวออกไปไกลขึ้นอีกค่ะ
ขั้นตอนที่ 4 ค่ะ สูดหายใจเข้าค่ะ Brace Core ค่ะ เริ่มนั่งลงตรงๆ ค่ะ ไม่ก้าวไปข้างหน้าค่ะ
ขั้นตอนที่ 5 ค่ะ ลงจนเข่าหลังใกล้พื้นค่ะ หรือแตะพื้นเบาๆ ค่ะ เข่าหน้าชี้ในแนวเดียวกับปลายเท้าหน้าค่ะ ไม่ยุบเข้าด้านในค่ะ
ขั้นตอนที่ 6 ค่ะ ลำตัวตั้งตรงตลอดหรือโน้มไปข้างหน้าเล็กน้อยค่ะ ขึ้นอยู่กับว่าต้องการเน้น Quad มากกว่าหรือ Glute มากกว่าค่ะ
ขั้นตอนที่ 7 ค่ะ ดันขึ้นผ่านส้นเท้าของขาหน้าค่ะ รู้สึกว่า Glute ของขาหน้าหดตัวค่ะ
เทคนิคปรับเน้น Quad หรือ Glute ค่ะ
ต้องการเน้น Quadriceps มากขึ้นค่ะ ลำตัวตั้งตรงมากขึ้นค่ะ ก้าวเท้าหน้าสั้นลงเล็กน้อยค่ะ
ต้องการเน้น Gluteus Maximus มากขึ้นค่ะ โน้มลำตัวไปข้างหน้ามากขึ้นเล็กน้อยค่ะ ก้าวเท้าหน้าออกไปไกลขึ้นค่ะ
จำนวนแนะนำค่ะ 3-4 เซต รอบละ 8-12 ครั้งต่อข้าง พัก 90 วินาทีถึง 2 นาทีค่ะ
🔥 Insight พิเศษค่ะ
งานวิจัยจาก Journal of Strength and Conditioning Research เปรียบเทียบ Bulgarian Split Squat กับ Back Squat ในน้ำหนักที่เท่ากัน 100% BW ค่ะ พบว่า Bulgarian Split Squat สร้าง Hypertrophy ใน Gluteus Maximus มากกว่า 40% และ Rectus Femoris มากกว่า 20% ค่ะ พร้อมกับลดแรงกดที่กระดูกสันหลังได้มากกว่า 50% ค่ะ

Sumo Squat ท่าเพื่อกล้ามด้านในต้นขาและก้นค่ะ
กล้ามที่โดนหลักค่ะ Adductors, Gluteus Maximus ค่ะ กล้ามที่ช่วยรองค่ะ Quadriceps, Hamstrings ค่ะ
ทำไม Sumo Squat แตกต่างจาก Squat ทั่วไปค่ะ
ระยะเท้าที่กว้างมากและปลายเท้าที่ชี้ออกด้านนอกมากขึ้นค่ะ เปลี่ยนมุมของแรงที่กล้ามต่างๆ ต้องผลิตค่ะ ทำให้ Adductors และ Glutes ทำงานมากขึ้นค่ะ ในขณะที่ Quadriceps ทำงานน้อยลงค่ะ เหมาะมากสำหรับคนที่ต้องการพัฒนาด้านในต้นขาและก้นโดยเฉพาะค่ะ
วิธีทำ Sumo Squat ทีละขั้นตอนค่ะ
ขั้นตอนที่ 1 ค่ะ ยืนเท้ากว้างกว่าไหล่มากค่ะ ประมาณ 1.5-2 เท่าของความกว้างไหล่ค่ะ ปลายเท้าชี้ออกด้านนอก 45-60 องศาค่ะ
ขั้นตอนที่ 2 ค่ะ จับดัมเบลหนึ่งอันในแนวตั้งด้วยมือทั้งสองค่ะ หรือวางบาร์เบลบนไหล่ก็ได้ค่ะ ดัมเบลห้อยลงกึ่งกลางระหว่างขาค่ะ
ขั้นตอนที่ 3 ค่ะ Brace Core ค่ะ เริ่มนั่งลงตรงๆ ค่ะ เข่าเดินทางออกนอกอย่างมากค่ะ ตามแนวปลายเท้าค่ะ
ขั้นตอนที่ 4 ค่ะ ลงจนต้นขาขนานกับพื้นค่ะ รู้สึกว่า Inner Thigh ยืดออกอย่างมากค่ะ
ขั้นตอนที่ 5 ค่ะ ที่จุดต่ำสุดค่ะ หลังตรงค่ะ อกเปิดค่ะ ส้นเท้าราบพื้นค่ะ เข่าออกนอกสุดค่ะ
ขั้นตอนที่ 6 ค่ะ ดันขึ้นผ่านส้นเท้าค่ะ บีบ Glutes ที่จุดสูงสุดค่ะ
เทคนิค Peak Contraction สำหรับ Sumo Squat ค่ะ
ที่จุดสูงสุดค่ะ บีบ Glutes และ Adductors แน่นๆ ค้าง 1-2 วินาทีค่ะ รู้สึกว่ากล้ามด้านในต้นขาหดตัวค่ะ
จำนวนแนะนำค่ะ 3-4 เซต รอบละ 12-15 ครั้ง พัก 90 วินาทีค่ะ

Pause Squat เทคนิคที่เพิ่มความแข็งแรงได้อย่างรวดเร็วค่ะ
ทำไม Pause Squat ได้ผลมากกว่า Squat ปกติค่ะ
Pause Squat คือการค้างที่จุดต่ำสุดของ Squat นาน 2-5 วินาทีก่อนดันขึ้นค่ะ
ประโยชน์ที่พิเศษมากค่ะ คือการค้างนี้กำจัด Stretch Reflex ค่ะ ในการ Squat ปกติค่ะ พอนั่งลงถึงจุดต่ำสุดแล้วดันขึ้นทันทีค่ะ ร่างกายได้รับแรงจาก Stretch Reflex ของกล้ามขาช่วยดันขึ้นบางส่วนค่ะ แต่ใน Pause Squat ค่ะ แรงนั้นหายไปหมดค่ะ กล้ามต้องผลิตแรงทั้งหมดเองจากศูนย์ค่ะ
วิธีทำ Pause Squat ค่ะ
ทำเหมือน Back Squat ปกติทุกอย่างค่ะ แต่เมื่อถึงจุดต่ำสุดค่ะ หยุดค้างนาน 2-3 วินาทีค่ะ รักษา Tension ในกล้ามทุกมัดตลอดค่ะ ไม่ “นั่งพัก” ในท่าค่ะ แล้วดันขึ้นอย่างเร็วและระเบิดค่ะ
ใช้น้ำหนัก 70-80% ของ 1RM ปกติค่ะ เพราะหนักกว่าอย่างมีนัยสำคัญค่ะ
จำนวนแนะนำค่ะ 3-4 เซต รอบละ 4-6 ครั้ง พัก 2-3 นาทีค่ะ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดใน Squat และวิธีแก้ไขค่ะ
นี่คือส่วนที่สำคัญที่สุดสำหรับนักเพาะกายที่เล่น Squat มานานแต่ยังไม่เห็นผลหรือเริ่มเจ็บหัวเข่าค่ะ
ข้อผิดพลาดที่ 1 – Knee Cave หรือเข่าพังเข้าด้านในค่ะ ⭐⭐
นี่คือข้อผิดพลาดที่อันตรายที่สุดค่ะ และพบบ่อยมากที่สุดด้วยค่ะ เข่าที่ยุบเข้าด้านในขณะนั่งลงหรือดันขึ้นค่ะ ทำให้เส้นเอ็น ACL และ MCL รับแรงบิดที่สูงมากค่ะ ซึ่งเป็นสาเหตุของการบาดเจ็บเข่าในนักเพาะกายและนักกีฬาจำนวนมากค่ะ
สาเหตุของ Knee Cave ค่ะ
- Gluteus Medius อ่อนแอเกินไปค่ะ ซึ่งเป็นกล้ามที่ทำหน้าที่ดึงเข่าออกนอกค่ะ
- Adductors ที่แข็งตึงเกินไปค่ะ ดึงเข่าเข้าด้านในค่ะ
- ใช้น้ำหนักหนักเกินไปค่ะ กล้ามไม่แข็งแรงพอที่จะรักษาเข่าให้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องค่ะ
วิธีแก้ไขค่ะ ลดน้ำหนักลงก่อนค่ะ เพิ่ม Cue “Push Your Knees Out” ค่ะ ในทุกครั้งที่ Squat ค่ะ เพิ่ม Gluteus Medius Exercise ในโปรแกรมค่ะ เช่น Clamshell และ Lateral Band Walk ค่ะ และเพิ่ม Adductor Stretching หลัง Workout ค่ะ
ข้อผิดพลาดที่ 2 – Butt Wink หรือก้นหงิก ค่ะ ⭐⭐
Butt Wink คือการที่กระดูกเชิงกรานหมุนไปข้างหลัง Posterior Pelvic Tilt ในช่วงต่ำสุดของ Squat ค่ะ มองเห็นได้ชัดค่ะ คือหลังส่วนล่างจะโค้งงอออก Lumbar Flexion ในท่าต่ำสุดค่ะ
ทำไมอันตรายค่ะ เพราะ Lumbar Flexion ขณะรับน้ำหนักหนักค่ะ เพิ่มแรงกดที่หมอนรองกระดูก Intervertebral Disc ในหลังส่วนล่างอย่างมากค่ะ และเป็นสาเหตุหลักของ Disc Herniation ที่หลังส่วนล่างในคนที่ Squat มาหลายปีค่ะ
สาเหตุของ Butt Wink ค่ะ
- ขาดความยืดหยุ่นของ Hip Flexors และ Hamstrings ค่ะ
- ขาดความยืดหยุ่นของข้อสะโพก Hip Mobility ค่ะ
- Squat ลึกเกินกว่าที่ความยืดหยุ่นของร่างกายจะรับได้ในขณะนี้ค่ะ
วิธีแก้ไขค่ะ จำกัดความลึก Squat ไว้ที่จุดที่ยังไม่เกิด Butt Wink ค่ะ และทำ Mobility Work อย่างสม่ำเสมอค่ะ เช่น Hip Flexor Stretch ค่ะ Hamstring Stretch ค่ะ และ Hip 90/90 Stretch ค่ะ ค่อยๆ เพิ่มความลึกตามที่ความยืดหยุ่นพัฒนาขึ้นค่ะ
ข้อผิดพลาดที่ 3 – Morning Glory หรือสะโพกขึ้นเร็วกว่าไหล่ค่ะ
เมื่อดันขึ้นจากจุดต่ำสุดค่ะ สะโพกขึ้นไปก่อนค่ะ ทำให้ลำตัวโน้มไปข้างหน้ามากค่ะ และหลังส่วนล่างรับแรงแทน Quadriceps ค่ะ
สาเหตุค่ะ Quadriceps อ่อนแอเกินไปเมื่อเทียบกับ Posterior Chain ค่ะ หรือน้ำหนักหนักเกินไปค่ะ
วิธีแก้ค่ะ ใช้ Cue “Chest Up” ขณะดันขึ้นค่ะ หรือ “Drive Your Back Into The Bar” ค่ะ และเพิ่ม Quad Strengthening ด้วย Front Squat และ Leg Press ค่ะ
ข้อผิดพลาดที่ 4 – ส้นเท้าลอยขึ้นจากพื้นค่ะ
สาเหตุค่ะ ข้อเท้าขาดความยืดหยุ่น Ankle Mobility ค่ะ Gastrocnemius และ Soleus แข็งตึงค่ะ
วิธีแก้ไขค่ะ ทำ Ankle Mobility Drills ทุกวันค่ะ เช่น Ankle Circles และ Wall Ankle Stretch ค่ะ ในระหว่างนี้ค่ะ ใส่แผ่นรองใต้ส้นเท้าเล็กน้อยก็ได้ค่ะ เพื่อให้ Squat ได้อย่างมีประสิทธิภาพในขณะที่ Mobility กำลังพัฒนาค่ะ
ข้อผิดพลาดที่ 5 – ไม่ Brace Core ค่ะ
หลายคนหายใจตลอดขณะ Squat ค่ะ ไม่ได้ใช้ Valsalva Maneuver ค่ะ ทำให้ Core ไม่ได้รับการ Stabilize ที่ดีพอค่ะ หลังอ่อนแอและเสี่ยงบาดเจ็บมากขึ้นค่ะ
วิธีแก้ค่ะ ฝึก Brace Core ก่อน Squat ทุกครั้งค่ะ สูดหายใจเข้าลึกๆ ลงท้อง กลั้นลมหายใจ Brace Core 360 องศาค่ะ แล้วจึงเริ่มนั่งลงค่ะ ปล่อยลมหายใจออกที่จุดสูงสุดเท่านั้นค่ะ
Mobility Work ที่จำเป็นสำหรับ Squat ที่สมบูรณ์แบบค่ะ
Squat ที่ดีไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในยิมค่ะ แต่เกิดขึ้นจากความยืดหยุ่นที่พัฒนาขึ้นทุกวันค่ะ
Mobility Work ที่สำคัญที่สุดห้าอย่างค่ะ
Hip 90/90 Stretch ค่ะ
นั่งบนพื้นค่ะ วางขาสองข้างทำมุม 90 องศาทั้งสองด้านค่ะ ขาหน้าอยู่ด้านหน้าลำตัวค่ะ ขาหลังพับออกด้านข้างค่ะ โน้มตัวไปข้างหน้าเหนือขาหน้าค่ะ ค้าง 30-60 วินาทีค่ะ แล้วสลับข้างค่ะ ยืด External Rotators ของสะโพกค่ะ
Deep Squat Hold ค่ะ
นั่งยองๆ ลึกสุดเท่าที่ทำได้ค่ะ ส้นเท้าราบพื้นค่ะ หลังตรงค่ะ ค้าง 1-3 นาทีต่อวันค่ะ เพิ่มเป็นทีละน้อยค่ะ ท่านี้ยืดทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับ Squat พร้อมกันค่ะ
Couch Stretch ค่ะ
คุกเข่าข้างหนึ่งค่ะ วางเท้าของขาที่คุกเข่าชิดกำแพงค่ะ ขาหน้าทำมุม 90 องศาค่ะ เกร็ง Core และ Glute ของขาหลังค่ะ แล้วดันสะโพกไปข้างหน้าค่ะ ค้าง 60-120 วินาทีค่ะ ยืด Hip Flexors ที่มักแข็งตึงในคนที่นั่งนานค่ะ
Wall Ankle Stretch ค่ะ
ยืนหน้ากำแพงค่ะ วางเท้าห่างจากกำแพงประมาณ 10-15 เซนติเมตรค่ะ ดันเข่าไปชนกำแพงค่ะ ส้นเท้าราบพื้นค่ะ ค้าง 30 วินาทีค่ะ ค่อยๆ เพิ่มระยะห่างจากกำแพงค่ะ
Pigeon Pose ค่ะ
จากท่า Push-Up ค่ะ ดึงขาข้างหนึ่งไปด้านหน้าค่ะ วางแนวนอนระหว่างมือค่ะ ยืดขาหลังออกไปด้านหลังค่ะ โน้มตัวลงค่ะ ค้าง 60-90 วินาทีค่ะ ยืด Piriformis และ Hip External Rotators ค่ะ
โปรแกรม Squat สมบูรณ์สำหรับแต่ละระดับค่ะ
โปรแกรม A มือใหม่ เน้นเทคนิคค่ะ
| ท่า | เซต | ครั้ง | พัก |
| Goblet Squat Hold เป็น Warmup ค่ะ | 1 | 60 วินาที | – |
| Goblet Squat | 3 | 10-12 | 90 วิ |
| Bodyweight Bulgarian Split Squat | 3 | 8/ข้าง | 90 วิ |
| Sumo Squat น้ำหนักเบาค่ะ | 3 | 12-15 | 90 วิ |
โปรแกรม B ระดับกลาง เน้นพัฒนามวลกล้ามค่ะ
| ท่า | เซต | ครั้ง | พัก |
| Barbell Back Squat | 4 | 8-10 | 2-3 นาที |
| Bulgarian Split Squat ดัมเบล | 3 | 10/ข้าง | 2 นาที |
| Front Squat | 3 | 6-8 | 2 นาที |
| Sumo Squat | 3 | 12-15 | 90 วิ |
โปรแกรม C ระดับสูง เน้นพัฒนาความแข็งแรงและ Detail ค่ะ
| ท่า | เซต | ครั้ง | พัก |
| Pause Squat | 4 | 4-5 | 3 นาที |
| Barbell Back Squat ปกติ | 4 | 6-8 | 2-3 นาที |
| Front Squat | 3 | 5-6 | 2-3 นาที |
| Bulgarian Split Squat | 4 | 8-10/ข้าง | 2 นาที |
| Sumo Squat | 3 | 12-15 | 90 วิ |
| Goblet Squat Finisher | 3 | 15-20 | 60 วิ |
สำหรับคนที่ต้องการฝึก Squat ที่บ้าน สามารถดูคำแนะนำเกี่ยวกับ เครื่องออกกำลังกายที่บ้าน เพื่อเลือกอุปกรณ์ที่ช่วยให้การฝึกมีประสิทธิภาพมากขึ้นค่ะ
การฝึก Squat อย่างมีประสิทธิภาพต้องใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสม เช่น ดัมเบล บาร์เบล ม้านั่งฟิตเนส และอุปกรณ์ Free Weight ซึ่งช่วยเพิ่มแรงต้านและพัฒนาความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาดูอุปกรณ์ Free Weight
สรุป – Squat ที่ดีไม่ได้วัดที่น้ำหนักค่ะ แต่วัดที่เทคนิคและความสม่ำเสมอค่ะ
ปุนิ่มอยากสรุปด้วยหลักการห้าข้อที่ถ้าปฏิบัติสม่ำเสมอค่ะ Squat จะกลายเป็นท่าที่แข็งแรงและปลอดภัยที่สุดในโปรแกรมของคุณค่ะ
ข้อที่ 1 เทคนิคก่อนน้ำหนักเสมอค่ะ Squat ที่หนักโดยไม่มีเทคนิคที่ดีค่ะ ทำลายหัวเข่าและหลังได้รวดเร็วมากค่ะ เริ่มเบาๆ เรียนรู้ทีละรายละเอียดค่ะ
ข้อที่ 2 Brace Core ทุกครั้งก่อนนั่งลงค่ะ ไม่มีข้อยกเว้นค่ะ Intra-Abdominal Pressure คือเกราะป้องกันหลังที่ดีที่สุดที่ร่างกายมีค่ะ
ข้อที่ 3 เข่าออกนอกตามแนวปลายเท้าตลอดค่ะ ถ้าเข่ายุบเข้าด้านในค่ะ หยุดทันทีค่ะ ลดน้ำหนักและแก้ไขก่อนค่ะ
ข้อที่ 4 Mobility Work ทุกวันค่ะ ไม่ใช่แค่วันที่ Squat ค่ะ Hip Mobility และ Ankle Mobility คือตัวกำหนดว่า Squat จะลึกได้แค่ไหนและปลอดภัยแค่ไหนค่ะ
ข้อที่ 5 ใช้หลายรูปแบบ Squat ในโปรแกรมค่ะ แต่ละรูปแบบมีจุดเด่นต่างกันค่ะ Back Squat สำหรับมวลกล้ามโดยรวมค่ะ Front Squat สำหรับ Quad ค่ะ Bulgarian Split Squat สำหรับ Glutes ค่ะ และ Sumo Squat สำหรับ Adductors ค่ะ
ปุนิ่มในวัย 45 ปีค่ะ ยัง Squat ทุกสัปดาห์และยังพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ ไม่ใช่เพราะขาแข็งแรงเป็นพิเศษค่ะ แต่เพราะเข้าใจว่าทุกรายละเอียดของท่าค่ะ มีความหมายต่อทั้งผลลัพธ์และความปลอดภัยของข้อต่อทุกจุดค่ะ Squat ที่ถูกต้องคือท่าที่จะทำให้คุณแข็งแรงขึ้นทุกสัปดาห์ได้นานหลายปีโดยไม่บาดเจ็บค่ะ 💙
บทความนี้เขียนโดยโค้ชปุนิ่ม มนัสนันท์ อรรถอนุวรรณ สมาร์ทเทรนเนอร์ รุ่นที่ 27 แชมป์ฟิสิคหญิง มิสเตอร์ไทยแลนด์ 2025 ไทยแลนด์โอเพ่นมาสเตอร์เกมส์ 2025 และเปยาปคลาสสิค หลายสมัย ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกกำลังกายและสุขภาพองค์รวมค่ะ


