Home » ข่าวสาร » ท่าออกกำลังกาย » 15 ท่าเล่นแขนที่ต้องรู้ เพื่อกล้ามแขนสวยเต็มพิกัด

15 ท่าเล่นแขนที่ต้องรู้ เพื่อกล้ามแขนสวยเต็มพิกัด

สวัสดีครับทุกคน วันนี้เรามาทำความเข้าใจเรื่องการสร้างกล้ามแขนกันแบบละเอียด บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับกล้ามเนื้อแขนในทุกมิติ ทั้งท่าเล่น การจัดโปรแกรม และอาหารที่เหมาะสม

ทำความรู้จักกับกล้ามเนื้อแขน

กล้ามเนื้อแขนของเราประกอบด้วย 3 ส่วนหลักๆ 

  1. ไบเซ็ปส์ (Biceps) – กล้ามเนื้อด้านหน้าต้นแขน
  2. ไทรเซ็ปส์ (Triceps) – กล้ามเนื้อด้านหลังต้นแขน
  3. ฟอร์อาร์ม (Forearm) – กล้ามเนื้อปลายแขน

การมีกล้ามแขนที่สมดุลและสวยงามนั้น เราจำเป็นต้องฝึกฝนให้ครบทุกส่วน

หลักการพื้นฐานในการสร้างกล้ามแขน

  1. การเลือกน้ำหนักที่เหมาะสม
  2. การทำท่าให้ถูกต้อง
  3. การจัดจังหวะการเล่นให้เหมาะสม
  4. การพักระหว่างเซตอย่างพอดี

อุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการเล่นกล้ามแขน

การเล่นแขนสามารถทำได้ทั้งแบบใช้อุปกรณ์และไม่ใช้อุปกรณ์ แต่อุปกรณ์พื้นฐานที่แนะนำให้มี ได้แก่ 

  1. ดัมเบลน้ำหนักหลากหลาย
  2. บาร์โค้ง (EZ Bar) สำหรับท่าเล่นไบเซ็ปส์
  3. เชือกสำหรับท่าเล่นไทรเซ็ปส์

 

การเตรียมตัวก่อนเริ่มเล่นแขน

การวอร์มอัพถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เราควรใช้เวลาประมาณ 5-10 นาทีในการอบอุ่นร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณข้อศอกและข้อไหล่ เพื่อป้องกันการบาดเจ็บและเพิ่มประสิทธิภาพในการเล่น

วิธีวอร์มอัพก่อนเล่นแขนที่ถูกต้อง

ขั้นที่ 1  การกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต

  • หมุนข้อไหล่เบาๆ 20 ครั้ง
  • หมุนข้อศอกเป็นวงกลม 15 ครั้งต่อข้าง
  • บิดข้อมือทั้งสองข้างเบาๆ 20 ครั้ง

ขั้นที่ 2  การยืดกล้ามเนื้อแขนแบบไดนามิก

  • ยืดไบเซ็ปส์โดยการเหยียดแขนไปด้านหลัง 10 วินาที
  • ยืดไทรเซ็ปส์โดยการงอข้อศอกแตะหลังศีรษะ 10 วินาที
  • ยืดฟอร์อาร์มโดยการกางนิ้วและหงายมือ 10 วินาที

ขั้นที่ 3  การอุ่นเครื่องด้วยเซตเบา

  • เริ่มด้วยดัมเบลเบาๆ ทำท่า Biceps Curl 15 ครั้ง
  • ทำท่า Triceps Extension ด้วยน้ำหนักเบา 15 ครั้ง
  • ทำท่า Wrist Curl เพื่ออุ่นข้อมือ 15 ครั้ง

เคล็ดลับสำหรับการวอร์มอัพ

  • ไม่ควรยืดกล้ามเนื้อแบบค้างนานเกินไป
  • เพิ่มน้ำหนักในการอุ่นเครื่องทีละน้อย
  • สังเกตความรู้สึกของกล้ามเนื้อและข้อต่อ
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอก่อนเริ่มเล่น

 

15 ท่าเล่นกล้ามแขน

ท่าเล่นไบเซ็ปส์ 5 ท่าแรก

1.Dumbbell Biceps Curl

วิธีทำ ยืนตัวตรง เท้าห่างกันเท่าหัวไหล่ จับดัมเบลแต่ละมือในท่าหงายมือ แขนเหยียดตรง ค่อยๆ ยกดัมเบลขึ้นโดยให้ข้อศอกชิดลำตัว ทำจังหวะขึ้น 2 วินาที และลง 3 วินาที ทำแบบนี้ให้ครบเซต

จำนวนเซต 3-4 เซต เซตละ 12-15 ครั้ง พักระหว่างเซต 60-90 วินาที

เคล็ดลับสำคัญ การเล่นท่านี้ให้ได้ผลดี สิ่งสำคัญที่สุดคือการรักษาข้อศอกให้ชิดลำตัวตลอดการเคลื่อนไหว ไม่แกว่งตัวช่วยในการยก เพราะจะทำให้กล้ามเนื้อไม่ทำงานเต็มที่ ให้หายใจเข้าตอนลดน้ำหนัก หายใจออกตอนยก และบีบกล้ามเนื้อค้างไว้ 1 วินาทีตอนยกขึ้นสุด

ข้อควรระวัง การเล่นท่านี้ต้องระวังไม่ล็อคข้อศอกตอนเหยียดแขนลง เพราะอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บที่ข้อต่อได้ และไม่ควรใช้น้ำหนักมากเกินไปจนเสียฟอร์ม หากรู้สึกเจ็บข้อศอกให้หยุดพักทันที

2.Hammer Curls

วิธีทำ  ยืนตัวตรง เท้าห่างกันเท่าหัวไหล่ จับดัมเบลในลักษณะตั้งขึ้น (คล้ายถือค้อน) แขนทั้งสองข้างวางข้างลำตัว ค่อยๆ ยกดัมเบลขึ้นสลับซ้าย-ขวา รักษาข้อศอกให้ชิดลำตัวตลอด จังหวะการยกให้ขึ้น 2 วินาที ลง 3 วินาที

จำนวนเซต  3-4 เซต เซตละ 12-15 ครั้ง พักระหว่างเซต 60-90 วินาที

เคล็ดลับสำคัญ  การจับดัมเบลแบบ Hammer จะช่วยลดแรงกดที่ข้อศอกได้มากกว่าการหงายมือแบบ Regular Curl ท่านี้จะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ Brachialis ซึ่งอยู่ด้านข้างของต้นแขน การเล่นให้ได้ผลดีควรเน้นการบีบกล้ามเนื้อตอนยกขึ้นสุด และควบคุมจังหวะการลดน้ำหนักให้ช้าๆ

ข้อควรระวัง  การเล่นท่า Hammer Curls ต้องระวังไม่ให้หัวไหล่ยกขึ้นขณะยกน้ำหนัก และไม่โยกตัวไปมา เพราะจะทำให้กล้ามเนื้อไม่ทำงานเต็มที่ ควรรักษาลำตัวให้นิ่งและมั่นคงตลอดการเคลื่อนไหว

3.Preacher Curl

วิธีทำ นั่งที่ม้า Preacher ปรับความสูงของเบาะให้รองรับต้นแขนได้พอดี วางแขนทั้งสองข้างบนเบาะให้เต็ม จับบาร์หรือดัมเบลในท่าหงายมือ ค่อยๆ ยกน้ำหนักขึ้นจนถึงระดับไหล่ แล้วลดลงช้าๆ ใช้จังหวะยกขึ้น 2 วินาที ลง 3 วินาที

จำนวนเซต 3-4 เซต เซตละ 12-15 ครั้ง พักระหว่างเซต 60-90 วินาที

เคล็ดลับสำคัญ ท่า Preacher Curl เป็นท่าที่ช่วยแยกกล้ามเนื้อไบเซ็ปส์ได้ดีมาก เพราะการวางแขนบนเบาะจะช่วยป้องกันการโยกตัวช่วย ควรรักษาข้อศอกให้แนบกับเบาะตลอดการเคลื่อนไหว และควบคุมจังหวะการลดน้ำหนักให้ช้าๆ โดยไม่ทิ้งน้ำหนักลง

ข้อควรระวัง  การเล่นท่านี้ให้ระวังอย่าปล่อยให้แขนเหยียดสุด เพราะอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บที่ข้อศอกได้ และเมื่อยกน้ำหนักขึ้น ไม่ควรยกเลยระดับไหล่ เพราะจะทำให้กล้ามเนื้อไม่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

4.Concentration Curl

วิธีทำ  นั่งบนม้า แยกขาออก วางข้อศอกด้านในของต้นขา จับดัมเบลด้วยมือข้างที่ต้องการเล่น ปล่อยแขนให้เหยียดตรงในท่าหงายมือ ค่อยๆ ยกดัมเบลขึ้นจนถึงระดับไหล่ บีบค้างไว้ 1 วินาที แล้วลดลงช้าๆ ใช้จังหวะยกขึ้น 2 วินาที ลง 3 วินาที

จำนวนเซต  3-4 เซต เซตละ 12-15 ครั้งต่อข้าง พักระหว่างเซต 60-90 วินาที

เคล็ดลับสำคัญ ท่า Concentration Curl เป็นท่าที่ช่วยเน้นกล้ามเนื้อไบเซ็ปส์แบบแยกข้างได้ดีมาก เพราะการวางข้อศอกบนต้นขาจะช่วยให้เราโฟกัสที่กล้ามเนื้อได้ดีขึ้น ควรเน้นการบีบกล้ามเนื้อตอนยกขึ้นสุด และรักษาข้อศอกให้อยู่กับที่ตลอดการเคลื่อนไหว

5.Cable Curl

วิธีทำ  ยืนหน้าเครื่องเคเบิล ปรับรอกให้อยู่ในระดับต่ำสุด จับด้ามจับในท่าหงายมือ ถอยห่างจากเครื่องเล็กน้อยเพื่อให้มีแรงต้านตลอดการเคลื่อนไหว ยืนตัวตรง เท้าห่างกันเท่าหัวไหล่ ค่อยๆ ยกมือทั้งสองข้างขึ้นพร้อมกัน จนถึงระดับไหล่ แล้วลดลงช้าๆ ใช้จังหวะยกขึ้น 2 วินาที ลง 3 วินาที

จำนวนเซต  3-4 เซต เซตละ 12-15 ครั้ง พักระหว่างเซต 60-90 วินาที

เคล็ดลับสำคัญ  ท่า Cable Curl มีข้อดีคือมีแรงต้านตลอดการเคลื่อนไหว ทำให้กล้ามเนื้อทำงานได้อย่างต่อเนื่อง การปรับระดับรอกให้เหมาะสมกับความสูงจะช่วยให้เล่นได้ถูกท่ามากขึ้น ควรรักษาข้อศอกให้ชิดลำตัว และหลีกเลี่ยงการโยกตัวช่วยในการยก

ข้อควรระวัง  ขณะเล่นให้ระวังไม่ยืนใกล้เครื่องเกินไป เพราะจะทำให้สายเคเบิลไม่ตึงและลดประสิทธิภาพในการเล่น ควรรักษาลำตัวให้นิ่ง ไม่เอนหน้าเอนหลัง และระวังไม่ให้หัวไหล่ยกขึ้นขณะยกน้ำหนัก

 

ท่าเล่นไทรเซ็ปส์ 5 ท่า

1.Triceps Pushdown

วิธีทำ  ยืนหน้าเครื่องเคเบิล จับบาร์ในท่าคว่ำมือ ข้อศอกชิดลำตัว ก้มตัวเล็กน้อย ดันบาร์ลงด้านล่างโดยใช้แรงจากกล้ามเนื้อไทรเซ็ปส์ ค้างไว้ 1 วินาที แล้วค่อยๆ ยกกลับขึ้น ใช้จังหวะดันลง 2 วินาที ขึ้น 3 วินาที

จำนวนเซต  3-4 เซต เซตละ 12-15 ครั้ง พักระหว่างเซต 60-90 วินาที

เคล็ดลับสำคัญ  ท่า Triceps Pushdown เป็นท่าพื้นฐานที่ดีมากสำหรับการเล่นไทรเซ็ปส์ กุญแจสำคัญคือต้องรักษาข้อศอกให้ชิดลำตัวตลอดเวลา ไม่ปล่อยให้ข้อศอกเคลื่อนไปด้านหลัง เน้นการบีบกล้ามเนื้อตอนดันลงสุด และควบคุมจังหวะการยกขึ้นให้ช้าๆ

ข้อควรระวัง  การเล่นท่านี้ต้องระวังไม่โยกตัวไปมา ไม่ดันน้ำหนักลงด้วยความเร็ว และไม่ล็อคข้อศอกตอนดันลงสุด ควรรักษาลำตัวให้นิ่งตลอดการเคลื่อนไหว

2.Overhead Triceps Extension

วิธีทำ  ยืนตัวตรง จับดัมเบลด้วยมือทั้งสองข้าง ยกขึ้นเหนือศีรษะ งอข้อศอกให้ดัมเบลลงมาด้านหลังศีรษะ จากนั้นเหยียดแขนขึ้นตรงโดยใช้แรงจากกล้ามเนื้อไทรเซ็ปส์ ใช้จังหวะยกขึ้น 2 วินาที ลง 3 วินาที

จำนวนเซต  3-4 เซต เซตละ 12-15 ครั้ง พักระหว่างเซต 60-90 วินาที

เคล็ดลับสำคัญ  ท่านี้จะช่วยเน้นกล้ามเนื้อไทรเซ็ปส์ส่วนยาว ควรรักษาข้อศอกให้ชิดศีรษะตลอดการเคลื่อนไหว เน้นการควบคุมน้ำหนักทั้งขาขึ้นและขาลง ไม่ทิ้งน้ำหนักลงด้านหลังศีรษะ

ข้อควรระวัง  ระวังไม่ให้หลังแอ่น ควรรักษาแกนลำตัวให้มั่นคง และไม่ควรใช้น้ำหนักมากเกินไปจนควบคุมท่าทางไม่ได้

3.Diamond Push-ups

วิธีทำ  เริ่มในท่าวิดพื้น วางมือให้นิ้วโป้งและนิ้วชี้ชนกันเป็นรูปเพชร กางข้อศอกออกเล็กน้อย ลดตัวลงช้าๆ จนหน้าอกใกล้จะแตะมือ แล้วดันตัวขึ้น รักษาลำตัวให้ตรงตลอดการเคลื่อนไหว ใช้จังหวะลง 3 วินาที ขึ้น 2 วินาที

จำนวนเซต  3-4 เซต เซตละ 12-15 ครั้ง พักระหว่างเซต 60-90 วินาที

เคล็ดลับสำคัญ  ท่า Diamond Push-ups เป็นท่าที่ใช้น้ำหนักตัวที่ดีมากสำหรับการเล่นไทรเซ็ปส์ ควรเน้นการควบคุมจังหวะการเคลื่อนไหว ไม่ทิ้งน้ำหนักลงเร็วเกินไป และรักษาแนวลำตัวให้ตรงตลอดการเคลื่อนไหว

ข้อควรระวัง  ระวังไม่ให้หลังแอ่นหรือสะโพกตก ควรรักษาแกนกลางลำตัวให้แข็งแรง และไม่ควรกางข้อศอกออกมากเกินไป

4.Bench Dips

วิธีทำ  วางมือทั้งสองข้างบนม้านั่ง หันหลังให้ม้า เหยียดขาไปด้านหน้า ค่อยๆ ลดตัวลงโดยงอข้อศอก จนรู้สึกตึงที่กล้ามเนื้อไทรเซ็ปส์ แล้วดันตัวขึ้นกลับสู่ท่าเริ่มต้น ใช้จังหวะลง 3 วินาที ขึ้น 2 วินาที

จำนวนเซต  3-4 เซต เซตละ 12-15 ครั้ง พักระหว่างเซต 60-90 วินาที

เคล็ดลับสำคัญ  ท่า Bench Dips เป็นท่าพื้นฐานที่ทำได้ง่ายแต่ได้ผลดี ควรรักษาลำตัวให้ใกล้ม้านั่ง ไม่เอนตัวไปด้านหน้ามากเกินไป และควบคุมจังหวะการเคลื่อนไหวให้สม่ำเสมอ

5.Rope Pushdown

วิธีทำ  ยืนหน้าเครื่องเคเบิล ติดตั้งสายแบบเชือก จับปลายเชือกทั้งสองข้าง ข้อศอกชิดลำตัว ดันเชือกลงพร้อมกับแยกปลายเชือกออกเล็กน้อยเมื่อดันลงสุด บีบกล้ามเนื้อค้างไว้ 1 วินาที แล้วค่อยๆ ยกกลับขึ้น ใช้จังหวะดันลง 2 วินาที ขึ้น 3 วินาที

จำนวนเซต  3-4 เซต เซตละ 12-15 ครั้ง พักระหว่างเซต 60-90 วินาที

เคล็ดลับสำคัญ  ท่า Rope Pushdown เป็นท่าที่ช่วยเน้นการแยกกล้ามเนื้อไทรเซ็ปส์ได้ดีมาก การแยกปลายเชือกออกตอนดันลงจะช่วยให้รู้สึกถึงการทำงานของกล้ามเนื้อได้ชัดเจน ควรรักษาข้อศอกให้ชิดลำตัวตลอดการเคลื่อนไหว และเน้นการบีบกล้ามเนื้อตอนดันลงสุด

ข้อควรระวัง  อย่าดันเชือกลงด้วยความเร็ว ควรควบคุมจังหวะการเคลื่อนไหวให้นุ่มนวล และไม่ปล่อยให้ข้อศอกเคลื่อนออกจากลำตัว ระวังไม่ให้หลังแอ่นขณะเล่น

ท่าเล่นฟอร์อาร์ม 5 ท่า

1.Wrist Curl

วิธีทำ  นั่งบนม้า วางท่อนแขนบนต้นขา หงายมือขึ้น จับดัมเบลให้มั่น ปล่อยข้อมือลงจนรู้สึกยืดที่ปลายแขน จากนั้นงอข้อมือขึ้นให้สูงที่สุดเท่าที่ทำได้ บีบค้างไว้ 1 วินาที แล้วค่อยๆ ปล่อยลง ใช้จังหวะยกขึ้น 2 วินาที ลง 3 วินาที

จำนวนเซต  3-4 เซต เซตละ 15-20 ครั้ง พักระหว่างเซต 60 วินาที

เคล็ดลับสำคัญ  ท่า Wrist Curl เป็นท่าพื้นฐานที่ดีมากสำหรับการเล่นฟอร์อาร์มด้านหน้า ควรเน้นการยืดและหดกล้ามเนื้อให้สุดช่วงการเคลื่อนไหว การวางแขนบนต้นขาจะช่วยให้เราโฟกัสที่การเคลื่อนไหวของข้อมือได้ดีขึ้น

ข้อควรระวัง  ไม่ควรใช้น้ำหนักมากเกินไปในช่วงแรก เพราะกล้ามเนื้อฟอร์อาร์มต้องการเวลาในการปรับตัว ควรค่อยๆ เพิ่มน้ำหนักเมื่อแข็งแรงขึ้น

2.Reverse Wrist Curl

วิธีทำ  นั่งบนม้าเช่นเดียวกับท่า Wrist Curl แต่คว่ำมือลง วางท่อนแขนบนต้นขา จับดัมเบลให้มั่น ปล่อยข้อมือลง แล้วยกขึ้นโดยใช้กล้ามเนื้อด้านหลังของฟอร์อาร์ม บีบค้างไว้ 1 วินาที แล้วค่อยๆ ลดลง ใช้จังหวะยกขึ้น 2 วินาที ลง 3 วินาที

จำนวนเซต  3-4 เซต เซตละ 15-20 ครั้ง พักระหว่างเซต 60 วินาที

เคล็ดลับสำคัญ  ท่า Reverse Wrist Curl ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อฟอร์อาร์มด้านหลัง ซึ่งมักถูกละเลยในการฝึก การเล่นท่านี้อย่างสม่ำเสมอจะช่วยเพิ่มความแข็งแรงในการจับและความสมดุลของกล้ามเนื้อปลายแขน

3.Farmers Walk

วิธีทำ  จับดัมเบลหรือเคเบิลให้แน่นทั้งสองมือ ปล่อยแขนไว้ข้างลำตัว ยืนตัวตรง เริ่มเดินในลักษณะปกติเป็นระยะทาง 15-20 เมตร หรือเดินประมาณ 30-45 วินาที พยายามรักษาการจับให้แน่นตลอดการเคลื่อนไหว

จำนวนเซต  3-4 เซต พักระหว่างเซต 90 วินาที

เคล็ดลับสำคัญ  ท่า Farmers Walk นอกจากจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของฟอร์อาร์มแล้ว ยังช่วยพัฒนาความแข็งแรงโดยรวมของร่างกาย รวมถึงความอดทนในการจับด้วย ควรรักษาลำตัวให้ตรง หายใจสม่ำเสมอ และรักษาความเร็วในการเดินให้คงที่

4.Plate Pinch

วิธีทำ  ใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วที่เหลือหนีบแผ่นน้ำหนักด้านข้าง ยกขึ้นจากพื้น พยายามรักษาการจับให้นานที่สุดเท่าที่ทำได้ สามารถทำสลับซ้าย-ขวา หรือทำพร้อมกันทั้งสองมือ

จำนวนเซต  3-4 เซต จับค้างไว้ 20-30 วินาทีต่อเซต พักระหว่างเซต 60 วินาที

เคล็ดลับสำคัญ  ท่า Plate Pinch เป็นท่าที่ช่วยพัฒนาความแข็งแรงในการจับโดยเฉพาะ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มความแข็งแรงในการจับให้มากขึ้น ควรเริ่มจากแผ่นน้ำหนักบางๆ ก่อน แล้วค่อยๆ เพิ่มจำนวนแผ่นเมื่อแข็งแรงขึ้น

5.Bar Holds

วิธีทำ  จับบาร์ในท่าห้อยตัว (Dead Hang) มือห่างกันประมาณช่วงไหล่ พยายามรักษาการจับให้นานที่สุดเท่าที่ทำได้ สามารถเปลี่ยนท่าจับได้ทั้งแบบ overhand (คว่ำมือ) หรือ underhand (หงายมือ)

จำนวนเซต  3-4 เซต จับค้างไว้ 20-45 วินาทีต่อเซต พักระหว่างเซต 90 วินาที

เคล็ดลับสำคัญ  ท่า Bar Holds เป็นท่าที่ดีมากในการพัฒนาความแข็งแรงของกล้ามเนื้อฟอร์อาร์มและการจับ ท่านี้ยังช่วยเตรียมร่างกายสำหรับการเล่นท่าดึงข้อ (Pull-ups) ได้ด้วย ควรเริ่มจากระยะเวลาสั้นๆ ก่อน แล้วค่อยๆ เพิ่มเวลาขึ้นเมื่อร่างกายแข็งแรงขึ้น

ข้อควรระวัง  ควรอบอุ่นร่างกายให้ดีก่อนเล่น โดยเฉพาะข้อมือและไหล่ หากรู้สึกเจ็บหรือไม่สบายที่ข้อมือหรือไหล่ ให้หยุดพักทันที

 

จัดตารางเล่นกล้ามแขนอย่างเหมาะสมให้ขึ้นไวที่สุดพร้อมแผนการเล่นสำหรับ 1 เดือนแรก

วันที่ 1  วันเล่นไบเซ็ปส์หนัก

  1. เซตอุ่นเครื่อง  Dumbbell Curl เบาๆ 2 เซต เซตละ 15 ครั้ง
  2. เซตหลัก 
    • Barbell Curl  4 เซต เซตละ 8-12 ครั้ง วิธีทำ  ยืนตัวตรง จับบาร์กว้างเท่าไหล่ ยกขึ้นช้าๆ ลงช้าๆ
    • Preacher Curl  4 เซต เซตละ 8-12 ครั้ง วิธีทำ  นั่งที่ม้า Preacher วางแขนให้เต็มเบาะ ยกขึ้น-ลงช้าๆ
    • Hammer Curl  3 เซต เซตละ 12 ครั้ง วิธีทำ  ยกดัมเบลแบบตั้งขึ้น สลับซ้าย-ขวา

วันที่ 2  วันพักฟื้นฟู

  • ยืดกล้ามเนื้อแขนเบาๆ
  • นวดคลายกล้ามเนื้อด้วยลูกเทนนิสหรือโฟมโรล
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ

วันที่ 3  วันเล่นไทรเซ็ปส์หนัก

  1. เซตอุ่นเครื่อง  Diamond Push-ups 2 เซต เซตละ 10 ครั้ง
  2. เซตหลัก 
    • Triceps Pushdown  4 เซต เซตละ 8-12 ครั้ง วิธีทำ  ยืนตรง ข้อศอกชิดลำตัว ดันลงช้าๆ บีบค้าง 1 วินาที
    • Overhead Extension  4 เซต เซตละ 8-12 ครั้ง วิธีทำ  จับดัมเบลยกเหนือศีรษะ งอข้อศอกลงหลังศีรษะ ยกขึ้น
    • Bench Dips  3 เซต เซตละ 12-15 ครั้ง วิธีทำ  มือจับขอบม้า เหยียดขา ลดตัวลง-ขึ้นช้าๆ

วันที่ 4 วันพัก

วันที่ 5  วันเล่นแขนแบบผสมผสาน (Superset)

  1. ซุปเปอร์เซตที่ 1
    • Barbell Curl + Triceps Pushdown
    • 3 เซต เซตละ 12-15 ครั้ง
    • เล่นติดต่อกันไม่พัก พักท้ายซุปเปอร์เซต 90 วินาที วิธีทำ  เล่น Barbell Curl ให้เสร็จแล้วรีบไปทำ Pushdown ทันที
  2. ซุปเปอร์เซตที่ 2
    • Concentration Curl + Diamond Push-ups
    • 3 เซต เซตละ 12-15 ครั้ง วิธีทำ  ทำ Concentration Curl เสร็จแล้วลงพื้นทำ Diamond Push-ups ทันที
  3. ซุปเปอร์เซตที่ 3
    • Hammer Curl + Rope Pushdown
    • 3 เซต เซตละ 12-15 ครั้ง วิธีทำ  สลับระหว่างสองท่านี้ติดต่อกัน พักท้ายเซต

 

อาหารที่ควรกินเพื่อเพิ่มกล้ามเนื้อแขนให้ได้มากที่สุด

ความสำคัญของโปรตีนต่อการสร้างกล้ามแขน

การสร้างกล้ามเนื้อแขนให้ใหญ่ขึ้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับการออกกำลังกายเพียงอย่างเดียว อาหารที่เรากินเข้าไปมีความสำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะโปรตีนที่เป็นสารอาหารหลักในการซ่อมแซมและสร้างกล้ามเนื้อ

แหล่งโปรตีนคุณภาพดีสำหรับสร้างกล้าม

  1. เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน
    • อกไก่ 100 กรัม ให้โปรตีน 31 กรัม
    • ปลาทูน่า 100 กรัม ให้โปรตีน 26 กรัม
    • เนื้อวัวส่วนสันใน 100 กรัม ให้โปรตีน 29 กรัม
  2. ไข่ไก่
    • ไข่ทั้งฟอง 1 ฟอง ให้โปรตีน 6-7 กรัม
    • ไข่ขาว 1 ฟอง ให้โปรตีน 3-4 กรัม

อาหารเสริมสร้างกล้ามเนื้อ

จากการศึกษาในปี 2023 ที่ติดตามนักกีฬา 500 คนพบว่า ผู้ที่บริโภคโปรตีน 1.6-2.2 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม มีการพัฒนาของกล้ามเนื้อที่ดีกว่ากลุ่มที่บริโภคน้อยกว่า

  1. ถั่วและธัญพืช
    • ถั่วเหลือง 100 กรัม ให้โปรตีน 36 กรัม
    • เม็ดมะม่วงหิมพานต์ 100 กรัม ให้โปรตีน 18 กรัม
    • ถั่วลันเตา 100 กรัม ให้โปรตีน 25 กรัม
  2. ผลิตภัณฑ์จากนม
    • นมวัว 1 แก้ว ให้โปรตีน 8 กรัม
    • โยเกิร์ตกรีก 100 กรัม ให้โปรตีน 10 กรัม
    • cottage cheese 100 กรัม ให้โปรตีน 11 กรัม

จังหวะการกินที่เหมาะสม

งานวิจัยล่าสุดในวารสาร Sports Medicine พบว่า การกินโปรตีนแบ่งเป็น 4-6 มื้อต่อวัน โดยแต่ละมื้อห่างกัน 3-4 ชั่วโมง ให้ผลดีต่อการสร้างกล้ามเนื้อมากกว่าการกินแบบ 3 มื้อหลัก

ตัวอย่างการแบ่งมื้ออาหาร

  • มื้อที่ 1 (เช้าไข่ขาว 4-5 ฟอง + ข้าวโอ๊ต
  • มื้อที่ 2 (สาย) โยเกิร์ตกรีก + ถั่ว
  • มื้อที่ 3 (กลางวัน) อกไก่ + ข้าวกล้อง
  • มื้อที่ 4 (บ่าย)  เวย์โปรตีน + กล้วย
  • มื้อที่ 5 (เย็น)  ปลา + มันฝรั่ง
  • มื้อที่ 6 (ก่อนนอน)  เคซีนโปรตีน

คาร์โบไฮเดรตกับการสร้างกล้าม

การศึกษาในปี 2022 จากมหาวิทยาลัยกีฬาชั้นนำพบว่า นักกีฬาที่บริโภคคาร์โบไฮเดรตเพียงพอ (4-7 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม) มีประสิทธิภาพในการฝึกซ้อมและฟื้นตัวดีกว่า

ไขมันกับการสร้างกล้ามเนื้อ

การศึกษาทางโภชนาการในปี 2023 แสดงให้เห็นว่า ไขมันดีมีบทบาทสำคัญในการผลิตฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน ซึ่งจำเป็นต่อการสร้างกล้ามเนื้อ โดยควรได้รับไขมันดี 20-35% ของแคลอรี่ทั้งหมดต่อวัน

แหล่งไขมันดีที่ควรเลือกทาน 

  • อะโวคาโด
  • น้ำมันมะกอก
  • ปลาแซลมอน
  • ถั่วต่างๆ
  • เมล็ดเจีย

วิตามินและแร่ธาตุสำคัญ

จากงานวิจัยด้านโภชนาการกีฬาพบว่า วิตามินและแร่ธาตุต่อไปนี้มีความสำคัญต่อการสร้างกล้ามเนื้อ 

  1. วิตามินดี
    • ช่วยในการดูดซึมแคลเซียม
    • เพิ่มความแข็งแรงของกระดูก
    • แหล่งที่มา  แสงแดด ปลาทะเล ไข่แดง
  2. แมกนีเซียม
    • ช่วยในการหดตัวของกล้ามเนื้อ
    • ลดอาการเมื่อยล้า
    • แหล่งที่มา  ผักใบเขียว ถั่ว เมล็ดฟักทอง
  3. สังกะสี
    • ช่วยในการสร้างโปรตีน
    • เสริมภูมิคุ้มกัน
    • แหล่งที่มา  เนื้อแดง หอยนางรม เมล็ดฟักทอง
หมวดหมู่สมิท smith machine prox

เครื่องสมิทแมชชีน

เล่นเวทอย่างมั่นใจ ปลอดภัยด้วย Smith Machine

เลือกดูสินค้า
ลู่วิ่งออกกำลังกาย x12 ลู่วิ่งไฟฟ้าคุณภาพสูง ใช้ได้ทั้งบ้านและฟิตเนส

ลู่วิ่งออกกำลังกาย

ลู่วิ่งไฟฟ้าคุณภาพสูง ใช้ได้ทั้งบ้านและฟิตเนส

เลือกดูสินค้า
จักรยานออกกำลังกาย เครื่องออกกำลังกาย ปั่นสนุก เผา

จักรยานออกกำลังกาย

เครื่องออกกำลังกาย ปั่นสนุก เผาผลาญไว ประหยัดพื้นที่

เลือกดูสินค้า

แผ่นยางปูพื้น

ปรับระดับได้ รองรับทุกท่าเล่นเวท อย่างมืออาชีพ

เลือกดูสินค้า
เครื่องเดินวงรี elliptical el 02 รวมอุปกรณ์เล่นเวทครบชุด ราคาคุ้มค่า

เครื่องเดินวงรี

รวมอุปกรณ์เล่นเวทครบชุด ราคาคุ้มค่า

เลือกดูสินค้า
โฮมยิม เครื่องออกกำลังกาย แบบ All-in-one

โฮมยิม

เครื่องออกกำลังกาย แบบ All-in-one

เลือกดูสินค้า
ม้านั่งออกกำลังกาย รองรับแรงกระแทก ป้องกันเสียงรบกวน

ม้านั่งออกกำลังกาย

รองรับแรงกระแทก ป้องกันเสียงรบกวน

เลือกดูสินค้า
pilates-reformer

เครื่องพิลาทิส

ออกกำลังได้ทุกส่วน ครบในเครื่องเดียว

เลือกดูสินค้า

โค้ชปูนิ่ม - น.ส.มนัสนันท์ อรรณพวรรณ

นักกีฬาเพาะกายหญิง รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ในการแข่งขันมิสเตอร์ไทยแลนด์ 2025

ปูเชื่อว่า "ไม่ว่าคุณจะเริ่มต้นจากศูนย์ หรือเคยล้มเหลวกี่ครั้ง ถ้าคุณไม่หยุดพยายาม สักวันร่างกายของคุณจะเปลี่ยนไปได้แน่นอน โค้ชพร้อมอยู่ข้าง ๆ และจะพาทุกคนไปให้ถึงเป้าหมายไปด้วยกันค่ะ"

ดูโปรไฟล์โค้ชปูนิ่ม