Home » ข่าวสาร » ท่าออกกำลังกาย » 5 ท่าปั้นกล้ามหลังให้โดนทุกส่วน พร้อมเคล็ดลับออกกำลังอย่างถูกวิธี

5 ท่าปั้นกล้ามหลังให้โดนทุกส่วน พร้อมเคล็ดลับออกกำลังอย่างถูกวิธี

ไปฟิตเนสเล่นกล้ามหลัง เล่นท่าอะไรให้โดนทุกส่วน

เวลาจะเล่นกล้ามหลังให้ครบทุกส่วน สิ่งแรกเลยคือต้องรู้ก่อนว่ากล้ามหลังมีกี่กลุ่มหลักๆ และแต่ละกลุ่มอยู่ตรงไหนของหลังบ้าง จะได้เลือกท่าให้โดนเป้า จริงๆ แล้วกล้ามหลังแบ่งเป็น 4 กลุ่มใหญ่ๆ ฟังให้ดีนะ

4 กลุ่มกล้ามหลังที่คุณต้องรู้จัก !

1.กลุ่ม “ทราพีเซียส” (Trapezius)

  • อยู่แถวบ่า ไหล่ คอ ทำหน้าที่ขยับสะบัก กลุ่มนี้ยังแบ่งเป็น 3 ส่วนย่อยๆ คือ ส่วนบน กลาง และล่าง จำได้ไหมล่ะ

2.กลุ่ม “แลทิสซิมัส ดอร์ซาย” (Latissimus Dorsi)

  • นี่คือกล้ามเนื้อที่ค่อนข้างใหญ่เลย อยู่ข้างๆ ลำตัว ลากยาวจากรักแร้ไปจนถึงสะโพกและกระดูกเชิงกราน หน้าที่ก็คือดึงแขนลง ดึงไหล่เข้า แล้วก็บิดลำตัวเข้าด้านใน

3.กลุ่ม “อีเร็คเตอร์ สไปนี” (Erector Spinae)

  • พวกนี้จะวิ่งยาวไปตามแนวกระดูกสันหลังเลย มีหน้าที่หลักๆ คือช่วยเหยียดหลังให้ตรง แล้วก็เอนตัวไปด้านข้างได้ด้วย กลุ่มนี้สำคัญมากเวลายืนหรือเดินเพื่อให้ลำตัวทรงตัวดี

4.กลุ่ม “โรมบอยด์” (Rhomboids)

  • อยู่ข้างใต้กลุ่มแรก คือ ทราพีเซียส จะเชื่อมระหว่างสะบักกับกระดูกสันหลังแถวอก ทำหน้าที่ดึงสะบักเข้าหากลางหลัง ซึ่งจะต้องทำงานคู่กับทราพีเซียสตรงกลางนั่นแหละ

เอาล่ะ! ทีนี้ก็ถึงเวลาเลือกท่าเล่นที่จะช่วยเล่นกล้ามแต่ละกลุ่มให้ทั่วถึงกันแล้ว เดี๋ยวพี่มีท่าเด็ดๆ มาแนะนำให้

 

5 ท่าเบสิคเพื่อปั้นกล้ามหลัง

1.ท่าเดดลิฟท์ (Deadlift)

ปั้นกล้ามหลังล่างสุดๆ โดยเน้นเกร็งหลังช่วงล่างให้แน่นปั๋ง ตอนดึงบาร์เบลขึ้นมาจากพื้นจนยืนตรงเต็มที่ พยายามใช้น้ำหนักที่สู้ได้ พอรู้สึกท้าทายแต่ยังคุมฟอร์มอยู่นะ ค่อยๆ ก้มและดึงขึ้นอย่างช้าๆ ป้องกันเอ็นหรือกล้ามเนื้ออักเสบ

  • ควรทำ 3-5 เซต แต่ละเซตประมาณ 5-8 เรพ (repetitions หรือจำนวนครั้ง)
  • เริ่มต้นด้วยน้ำหนักที่ไม่หนักมาก ประมาณ 50-60% ของน้ำหนักสูงสุดที่ยกได้ (1RM) แล้วค่อยๆ เพิ่มขึ้น 5-10% ในแต่ละสัปดาห์
  • พักระหว่างเซต 2-3 นาที

2.ท่าเบนต์โอเวอร์โรว์ (Bent-over Row)

ปั้นกล้ามหลังกลางแบบจัดเต็ม นี่เป็นท่าที่ช่วยกระชับกล้ามหลังด้านข้างหรือแลทิสซิมัส ดอร์ซาย และกล้ามสะบักอย่างโรมบอยด์ได้ดีเลย โดยการก้มตัวให้ลำตัวขนานกับพื้น แล้วดึงดัมเบลหรือบาร์เบลขึ้นมาชิดอก ใช้น้ำหนักที่พอดี ไม่หนักหรือเบาเกินไป รักษาแนวหลังให้ตรงตลอดการฝึก

  • ทำ 3-4 เซต เซตละ 8-12 เรพ
  • ใช้น้ำหนักที่ทำให้รู้สึกหนักในช่วง 2-3 เรพสุดท้าย แต่ยังคงรักษาฟอร์มที่ถูกต้องได้
  • พัก 60-90 วินาทีระหว่างเซต

3.ท่าพูลอัพ (Pull-up)

สร้างความกว้างของหลังแบบสุดๆ เป็นท่าที่เน้นเล่นกล้ามหลังส่วนบนอย่างแลทิสซิมัส ดอร์ซายเป็นหลัก เพียงแค่ดึงตัวขึ้นโดยให้คางพ้นราวให้ได้ ใช้จังหวะช้าๆ ควบคุมการเกร็งกล้ามหลังให้ดี แม้จะเป็นท่าที่ไม่ง่ายนัก แต่ถ้าทำได้ผลลัพธ์ที่ได้จะสุดยอดมากเลยล่ะ

  • ทำ 3-4 เซต เซตละ 6-10 เรพ (หรือเท่าที่ทำได้ หากยังไม่ถึง)
  • ถ้าทำบอดี้เวทได้ไม่เยอะ อาจใช้วิธีช่วยด้วยยางยืด หรือแอสซิสต์ด้วยเครื่องแอสซิสต์ก็ได้
  • พัก 2-3 นาทีต่อเซต

ถ้ายังทำพูลอัพไม่ได้ ก็ลองมาดูท่าถัดไปนี้แทนละกัน

4.แล็ทพูลดาวน์ (Lat Pulldown)

เป็นอีกท่าในการปั้นกล้ามแลทิสซิมัส ดอร์ซาย โดยใช้เครื่อง cable machine นั่งลงแล้วดึงบาร์ลงมาให้ชิดอก กล้ามหลังส่วนบนและสะบักจะได้ทำงานเต็มที่ เป็นท่าที่เหมาะมากสำหรับมือใหม่ที่ยังทำพูลอัพไม่ได้ เพราะปรับน้ำหนักได้ง่ายกว่า

  • เล่น 3-4 เซต เซตละ 10-15 เรพ
  • ปรับน้ำหนักให้อยู่ในช่วงที่ท้าทาย สัก 70-80% ของน้ำหนักสูงสุดที่ทำได้
  • พักสัก 60-90 วินาทีระหว่างเซต

5.แบ็คเอกซ์เทนชัน (Back Extension)

เสริมความแข็งแกร่งให้กล้ามหลังส่วนล่าง โดยเฉพาะกลุ่มอีเร็คเตอร์ สไปนี ซึ่งเป็นกลุ่มกล้ามเนื้อสำคัญในแนวกระดูกสันหลัง ช่วยป้องกันอาการปวดหลังได้ด้วยนะ แค่นอนคว่ำบนเครื่อง back extension แล้วค่อยๆ ยกลำตัวขึ้นและลง รักษาท่าให้นิ่ง หายใจเข้าออกช้าๆ สัก 10-15 ครั้ง

  • ทำ 2-3 เซต เซตละ 12-20 เรพ
  • ใช้น้ำหนักตัวเองก่อน ทำช้าๆ เพื่อให้กล้ามเนื้อรู้สึกตึง
  • พักประมาณ 1-2 นาทีต่อเซต

โดยสรุป เวลาฝึกกล้ามหลัง ควรเลือกทำสลับกันไป สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง เพื่อให้กล้ามเนื้อได้พักฟื้นอย่างเพียงพอ และค่อยๆ ปรับเพิ่มน้ำหนักทีละน้อยในแต่ละสัปดาห์ เน้นเทคนิคที่ถูกต้อง ไม่ควรเร่งมากเกินไป หากทำได้อย่างสม่ำเสมอ รับรองว่ากล้ามหลังของคุณจะแข็งแรงขึ้นแน่นอนครับ

 

การเตรียมตัวยืดเส้นยืดสายก่อนเล่นกล้ามหลังอย่างถูกวิธี

ก่อนที่จะเข้าฟิตเนสเพื่อฟิตกล้ามหลังกันเลย สิ่งสำคัญอีกอย่างที่ไม่ควรมองข้ามเลยก็คือ การยืดเหยียดกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นต่างๆ โดยเฉพาะแถวหลังและสะโพก

การอบอุ่นร่างกายด้วยการยืดเส้นยืดสายเป็นประจำก่อนเริ่มออกกำลังกาย จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับกล้ามเนื้อ ลดอาการปวดเมื่อยหลังออกกำลัง รวมถึงป้องกันการบาดเจ็บต่างๆที่อาจเกิดขึ้นได้ในระหว่างการฝึกอีกด้วย

มาดูเทคนิคการยืดสายก่อนออกกำลังกล้ามหลังกันดีกว่า ทั้งแบบอุ่นเครื่องก่อนเริ่มและคลายกล้ามหลังเล่นเสร็จ

3 เคล็ดลับในการยืดเส้นยืดสายก่อนและหลังเล่นกล้ามหลั

  1. ก่อนเริ่มเวทเทรนนิ่ง ให้ยืดเส้นยืดสายแบบออกแรงเบาๆ 10-15 วินาที พร้อมกับหายใจเข้าออกอย่างช้าๆ ลึกๆในท่าแมวบิดตัว และท่าก้มเอามือแตะปลายเท้า “มาดูวิดีโอสอนท่าอบอุ่นร่างกายก่อนเล่นกล้ามหลังกัน”
  2. หลังออกกำลังเสร็จ ให้ค้างในท่ายืดเหยียด 15-30 วินาทีต่อท่า โฟกัสไปที่กล้ามเนื้อกลุ่มที่รู้สึกเมื่อยล้า ใช้ลมหายใจช่วยผ่อนคลาย แล้วจะรู้สึกสบายตัวขึ้นเยอะเลย “มาดูวิดีโอสาธิตการยืดเส้นคลายกล้ามหลังหลังเล่นเสร็จ”
  3. เลือกทำท่าโยคะอย่างแมวบิดตัว (Cat-Cow) และท่างูตกขอบ (Cobra) เป็นประจำ จะช่วยเพิ่มความอ่อนตัวให้ไหล่และกล้ามหลัง ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการออกกำลังแบบเวทเทรนนิ่ง “ลองทำตามวิดีโอท่าโยคะเบื้องต้นเพื่อคลายกล้ามหลังกัน” นอกจากนี้ การนวดโฟมโรลเลอร์บริเวณหลังและไหล่ก่อนหรือหลังการออกกำลังก็จะช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายได้ดี ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการฝึก และลดโอกาสเกิดอาการบาดเจ็บจากการออกกำลังกายได้อีกด้วย

จำไว้นะ ออกกำลังกล้ามหลังให้มีประสิทธิภาพ ต้องไม่ลืมยืดเส้นยืดสายก่อนและหลังเทรนนิ่งเป็นประจำ ใช้เวลาไม่นานแต่ช่วยได้เยอะเลยล่ะ

 

ท่าหลังที่ต้องเล่นใน 1 วัน ให้โดนกล้ามแบบรอบด้าน

ในแต่ละครั้งที่เราจัดโปรแกรมฝึกกล้ามหลัง สิ่งสำคัญคือต้องเลือกท่าให้ครอบคลุมกล้ามหลักทั้ง 4 กลุ่ม ได้แก่ Trapezius, Latissimus dorsi, Erector spinae และ Rhomboids เพื่อให้กล้ามเนื้อทุกส่วนได้รับการกระตุ้นอย่างเพียงพอ และสมดุลกัน

ยกตัวอย่างเช่น โปรแกรมเล่นกล้ามหลังใน 1 วันอาจมีท่าเหล่านี้

  • Deadlift 3-4 เซต x 6-8 reps
  • Lat Pulldown 3-4 เซต x 10-12 reps
  • Bent-over Row 3 เซต x 8-10 reps
  • Back Extension 2-3 เซต x 12-15 reps

เน้นเริ่มจากท่าที่ออกแรงมาก เช่น Deadlift ก่อน ตามด้วยท่าที่ใช้น้ำหนักเบาลงอย่าง Lat Pulldown และ Row ปิดท้ายด้วยท่าฟินิชชิ่งที่ใช้น้ำหนักตัวอย่าง Back Extension

แต่บางคนอาจชอบแบ่งเป็นกลุ่มกล้ามหลังแบบ “หลังล่าง-หลังบน” โดยเล่นสลับกันในแต่ละสัปดาห์ เช่น

สัปดาห์ที่ 1 (หลังล่าง)

  • Deadlift 4 เซต
  • Good Morning 3 เซต
  • Back Extension 3 เซต

สัปดาห์ที่ 2 (หลังบน)

  • Pull-up 4 เซต
  • Bent-over Row 3 เซต
  • Lat Pulldown 3 เซต

ซึ่งก็เป็นอีกวิธีที่ได้ผลดี แต่ไม่ว่าจะแบ่งแบบไหน ให้จำไว้ว่าต้องครอบคลุมกลุ่มกล้ามเนื้อหลักอย่างสมดุลในแต่ละสัปดาห์

3 เคล็ดลับในการวางแผนเล่นกล้ามหลังแต่ละสัปดาห์

  1. จัดโปรแกรมเล่นกล้ามหลังสัปดาห์ละ 2 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างอย่างน้อย 48-72 ชั่วโมง เพื่อให้กล้ามเนื้อมีเวลาฟื้นตัว
  2. หมุนเวียนสลับท่าที่เน้นกล้ามหลังกลุ่มต่างๆ อย่างทั่วถึง เช่น Vertical pull กับ Horizontal pull, ท่าเน้นหลังบนกับหลังล่าง
  3. เพิ่มน้ำหนักหรือความหนักในการฝึกอย่างค่อยเป็นค่อยไป ประมาณ 5-10% ในแต่ละสัปดาห์ เพื่อให้ร่างกายค่อยๆ ปรับตัว

เอาเป็นว่า ไม่ว่าจะจัดตารางเล่นกล้ามหลังแบบไหน อย่าลืมให้เวลาพักฟื้นเพียงพอ และค่อยๆ เพิ่มโหลดขึ้นทีละน้อย ไม่ต้องรีบร้อนครับ ฝึกไปเรื่อยๆ อย่างมีวินัย รับรองไม่นานหลังต้องแน่นปึ๊กแน่นอน

 

ออกกำลังกายหลังได้บ่อยแค่ไหน กี่ครั้งต่อสัปดาห์

หลายคนสงสัยว่า เราควรเทรนหลังบ่อยแค่ไหนในแต่ละสัปดาห์ถึงจะเห็นผลดี คำตอบคือ เฉลี่ยแล้วควรเล่นกล้ามหลังสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง เพื่อให้กล้ามเนื้อได้รับการกระตุ้นอย่างเพียงพอ และมีเวลาพักฟื้นสภาพนั่นเอง

การฝึกซ้อมกล้ามหลังต้องให้เวลามากกว่าส่วนอื่นๆ เล็กน้อย เพราะกลุ่มกล้ามที่ใช้ในการออกกำลัง เช่น กลุ่ม Latissimus dorsi, Erector spinae มีขนาดใหญ่ ต้องการเวลาในการฟื้นฟูนานขึ้น มิเช่นนั้นอาจเสี่ยงต่อการบาดเจ็บหรือกล้ามเนื้อล้ามากเกินไปได้

ยกตัวอย่างเช่น คุณอาจแบ่งการฝึกกล้ามหลังออกเป็น

  • วันจันทร์ ฝึกหลังทั้งด้านบนและล่าง
  • วันอังคาร พัก หรือเล่นกล้ามส่วนอื่น เช่น ขา
  • วันพุธ พัก
  • วันพฤหัส ฝึกหลังด้านบนเน้นๆ
  • วันศุกร์ ฝึกหลังด้านล่างเน้นๆ
  • วันเสาร์-อาทิตย์ พัก

3 สัญญาณเตือนที่บอกว่าคุณออกกำลังหลังมากเกินไป

  1. รู้สึกปวดกล้ามเนื้อหลังอยู่เรื่อยๆ ไม่หายไปภายใน 72 ชั่วโมงแม้จะพักผ่อนเพียงพอแล้ว
  2. เริ่มมีอาการปวดเมื่อยข้อต่อ ข้อไหล่ หลัง สะโพก ในชีวิตประจำวัน เช่น เวลางอตัวเก็บของหรือนั่งทำงานนานๆ
  3. รู้สึกเหนื่อยง่าย ไม่สดชื่นผ่องใส แม้จะนอนหลับเต็มอิ่มแล้ว

หากมีอาการเหล่านี้ควรหยุดพักสักระยะ ทบทวนโปรแกรมการฝึก และเพิ่มเวลาฟื้นฟูร่างกายให้มากขึ้น จะช่วยให้กลับมาฟิตกล้ามหลังได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอีกครั้ง

สรุปคือ

  • ออกกำลังหลัง 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์
  • พักอย่างน้อย 1-2 วันก่อนเทรนกล้ามหลังเดิมซ้ำ
  • สังเกตอาการเมื่อยล้าของร่างกาย อย่าฝืนเกินไป
  • เพิ่มเวลานอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  • กินอาหารโปรตีนสูงเพื่อซ่อมแซมกล้ามเนื้อ

เท่านี้ก็จะสามารถออกกำลังกายหลังได้อย่างปลอดภัย และเห็นพัฒนาการที่ดีได้ในระยะยาวครับ

สรุป

สำหรับบทความ “วิธีออกกำลังกล้ามหลังอย่างถูกวิธีเพื่อสุขภาพที่ดี” นี้ เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับ

  • กายวิภาคของกล้ามเนื้อหลังแต่ละกลุ่ม ได้แก่ Trapezius, Latissimus dorsi, Erector spinae และ Rhomboids
  • 5 ท่าฝึกหลักที่ควรบรรจุในโปรแกรม ทั้ง Deadlift, Bent-over Row, Pull-up, Lat Pulldown และ Back extension
  • เทคนิคการยืดเหยียดและอบอุ่นร่างกายก่อนเทรนหลังที่ถูกต้อง
  • หลักการเลือกท่าและวางแผนฝึกกล้ามหลังแบบรอบด้าน ตลอดจนความถี่ที่เหมาะสมต่อสัปดาห์
  • วิธีสังเกตอาการเมื่อยล้าจากการออกกำลังกายที่มากเกินไป

จำไว้ว่าการมีหลังที่แข็งแรงนั้นไม่เพียงแค่ทำให้รูปร่างดูดี แต่ยังช่วยป้องกันอาการบาดเจ็บ ลดปัญหาปวดหลัง และทำให้เรามีสุขภาพโดยรวมที่ดีอีกด้วย

ขอให้ทุกคนมีความสุขและปลอดภัยกับการออกกำลังกายหลังนะครับ แล้วเจอกันใหม่ในบทความหน้า 

หมวดหมู่สมิท smith machine prox

เครื่องสมิทแมชชีน

เล่นเวทอย่างมั่นใจ ปลอดภัยด้วย Smith Machine

เลือกดูสินค้า
ลู่วิ่งออกกำลังกาย x12 ลู่วิ่งไฟฟ้าคุณภาพสูง ใช้ได้ทั้งบ้านและฟิตเนส

ลู่วิ่งออกกำลังกาย

ลู่วิ่งไฟฟ้าคุณภาพสูง ใช้ได้ทั้งบ้านและฟิตเนส

เลือกดูสินค้า
จักรยานออกกำลังกาย เครื่องออกกำลังกาย ปั่นสนุก เผา

จักรยานออกกำลังกาย

เครื่องออกกำลังกาย ปั่นสนุก เผาผลาญไว ประหยัดพื้นที่

เลือกดูสินค้า

แผ่นยางปูพื้น

ปรับระดับได้ รองรับทุกท่าเล่นเวท อย่างมืออาชีพ

เลือกดูสินค้า
เครื่องเดินวงรี elliptical el 02 รวมอุปกรณ์เล่นเวทครบชุด ราคาคุ้มค่า

เครื่องเดินวงรี

รวมอุปกรณ์เล่นเวทครบชุด ราคาคุ้มค่า

เลือกดูสินค้า
โฮมยิม เครื่องออกกำลังกาย แบบ All-in-one

โฮมยิม

เครื่องออกกำลังกาย แบบ All-in-one

เลือกดูสินค้า
ม้านั่งออกกำลังกาย รองรับแรงกระแทก ป้องกันเสียงรบกวน

ม้านั่งออกกำลังกาย

รองรับแรงกระแทก ป้องกันเสียงรบกวน

เลือกดูสินค้า
pilates-reformer

เครื่องพิลาทิส

ออกกำลังได้ทุกส่วน ครบในเครื่องเดียว

เลือกดูสินค้า

โค้ชปูนิ่ม - น.ส.มนัสนันท์ อรรณพวรรณ

นักกีฬาเพาะกายหญิง รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ในการแข่งขันมิสเตอร์ไทยแลนด์ 2025

ปูเชื่อว่า "ไม่ว่าคุณจะเริ่มต้นจากศูนย์ หรือเคยล้มเหลวกี่ครั้ง ถ้าคุณไม่หยุดพยายาม สักวันร่างกายของคุณจะเปลี่ยนไปได้แน่นอน โค้ชพร้อมอยู่ข้าง ๆ และจะพาทุกคนไปให้ถึงเป้าหมายไปด้วยกันค่ะ"

ดูโปรไฟล์โค้ชปูนิ่ม