นักวิ่ง 80% กินผิดก่อนวิ่งค่ะ บางคนกินมากเกินไปจนท้องปั่นป่วน บางคนไม่กินเลยจนหมดแรงกลางทาง และบางคนกินถูกอาหารแต่ผิดเวลาจนไม่ได้ประโยชน์เลยค่ะ
ปุนิ่มเคยวิ่งออกกำลังกายตอนเช้าโดยไม่กินอะไรเลยมาหลายปีค่ะ เพราะคิดว่าการวิ่งตอนท้องว่างจะช่วยเผาผลาญไขมันได้มากกว่าค่ะ ผลคือวิ่งได้ช้าลง รู้สึกเวียนหัวบ่อยค่ะ และฟื้นตัวหลังวิ่งได้แย่มากค่ะ จนกระทั่งศึกษาเรื่องโภชนาการก่อนวิ่งอย่างจริงจังค่ะ ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงค่ะ ทั้งประสิทธิภาพการวิ่ง ความรู้สึกระหว่างวิ่ง และการพัฒนาในระยะยาวค่ะ
ก่อนที่ปุนิ่มจะคว้าแชมป์ มิสเตอร์ไทยแลนด์ 2025 ที่พัทยา ไทยแลนด์โอเพ่นมาสเตอร์เกมส์ 2025 ที่กรุงเทพฯ และ เปยาปคลาสสิค ที่ลำปางในวัย 45 ปีค่ะ การวิ่งเป็นเครื่องมือหลักในการลดไขมันและพัฒนาสมรรถภาพหัวใจในช่วงเตรียมแข่งขันค่ะ และปุนิ่มได้ทดลองกินอาหารก่อนวิ่งมาในหลายรูปแบบค่ะ จนพบสูตรที่เหมาะกับแต่ละช่วงเวลาและระยะทางค่ะ
หลายคนเริ่มต้นฝึกวิ่งอย่างจริงจังด้วยการใช้อุปกรณ์คาร์ดิโอ เช่น ลู่วิ่งไฟฟ้า ซึ่งช่วยควบคุมความเร็ว ระยะเวลา และความเข้มข้นของการฝึกได้ง่าย โดยเฉพาะสำหรับการฝึกวิ่งในช่วงเตรียมแข่งขันหรือการฝึกซ้อมในบ้าน
สิ่งที่ปุนิ่มค้นพบคือไม่มีคำตอบเดียวที่ใช้ได้กับทุกคนทุกสถานการณ์ค่ะ การกินก่อนวิ่งต้องพิจารณาจากหลายปัจจัยพร้อมกันค่ะ ได้แก่ ช่วงเวลาที่วิ่ง ระยะทางที่วิ่ง ความเข้มข้นของการวิ่ง เป้าหมายของการวิ่งวันนั้น และสภาพร่างกายของแต่ละคนค่ะ
บทความนี้จะตอบทุกคำถามเกี่ยวกับการกินก่อนวิ่งอย่างครบถ้วนและละเอียดที่สุดค่ะ
วิทยาศาสตร์เบื้องหลัง ทำไมอาหารก่อนวิ่งถึงสำคัญมาก
ก่อนจะรู้ว่าควรกินอะไรและเมื่อไหร่ค่ะ ต้องเข้าใจก่อนว่าร่างกายใช้อาหารที่กินเข้าไปอย่างไรในการวิ่งค่ะ เพราะเมื่อเข้าใจกลไกนี้แล้วค่ะ ทุกคำแนะนำจะมีเหตุผลในตัวเองค่ะ
พลังงานที่ร่างกายใช้ในการวิ่งมาจากไหน สำหรับคนที่ต้องการควบคุมความเข้มข้นของการฝึกอย่างแม่นยำ การฝึกคาร์ดิโอด้วยอุปกรณ์อย่าง ลู่วิ่งไฟฟ้า สามารถช่วยกำหนดความเร็ว ความชัน และโซนการเต้นหัวใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ร่างกายมนุษย์มีแหล่งพลังงานหลักสามแหล่งสำหรับการวิ่งค่ะ
-
ไกลโคเจน Glycogen
Glycogen คือน้ำตาลกลูโคสที่ร่างกายเก็บสะสมไว้ในรูปโมเลกุลใหญ่ค่ะ สะสมอยู่สองที่หลักค่ะ ได้แก่ กล้ามเนื้อประมาณ 300-500 กรัมหรือ 1,200-2,000 แคลอรีค่ะ และตับประมาณ 70-100 กรัมหรือ 280-400 แคลอรีค่ะ
Glycogen ในกล้ามเนื้อเป็นแหล่งพลังงานด่วนที่ร่างกายใช้ได้เร็วที่สุดค่ะ ส่วน Glycogen ในตับทำหน้าที่รักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ค่ะ ซึ่งสำคัญมากสำหรับการทำงานของสมองและการควบคุมความเหนื่อยล้าค่ะ
ปัญหาคือ Glycogen มีปริมาณจำกัดค่ะ พอสำหรับวิ่งประมาณ 25-32 กิโลเมตรในเพซปานกลางค่ะ เมื่อ Glycogen หมดค่ะ ร่างกายต้องเปลี่ยนไปใช้พลังงานจากไขมันและโปรตีนแทนค่ะ ซึ่งผลิตพลังงานได้ช้ากว่ามากค่ะ ทำให้เพซตกลงอย่างรวดเร็วค่ะ นักวิ่งเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า Hitting the Wall ค่ะ
-
ไขมัน Fat
ไขมันเป็นแหล่งพลังงานสำรองที่มีปริมาณมหาศาลค่ะ แม้แต่นักวิ่งที่ผอมมากที่สุดก็มี Body Fat พอสำหรับวิ่งหลายร้อยกิโลเมตรค่ะ แต่การเผาผลาญไขมันต้องการออกซิเจนมากกว่าและผลิตพลังงานได้ช้ากว่า Glycogen ค่ะ
ร่างกายใช้ไขมันเป็นเชื้อเพลิงหลักเมื่อวิ่งในเพซช้าๆ ที่ใช้ระบบ Aerobic เต็มค่ะ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการควบคุม วิ่งเพซ และโซนการฝึกให้เหมาะสมค่ะ เมื่อวิ่งเร็วขึ้นสัดส่วนการใช้ Glycogen จะเพิ่มขึ้นและการใช้ไขมันจะลดลงค่ะ
-
โปรตีน Protein
ร่างกายจะเริ่มสลายโปรตีนจากกล้ามเนื้อเพื่อผลิตพลังงานก็ต่อเมื่อ Glycogen หมดและไขมันยังไม่พอค่ะ หรือเมื่ออดอาหารนานมากๆ ค่ะ การสลายโปรตีนนี้เรียกว่า Gluconeogenesis ค่ะ เป็นสิ่งที่ต้องการหลีกเลี่ยงค่ะ เพราะทำให้กล้ามเนื้อสลายตัวและฟื้นตัวช้าลงค่ะ
บทบาทของอาหารก่อนวิ่งในระบบพลังงานค่ะ
เมื่อกินคาร์โบไฮเดรตก่อนวิ่งค่ะ ร่างกายจะย่อยสลายเป็นกลูโคสและบางส่วนเก็บสะสมเป็น Glycogen เพิ่มเติมค่ะ ทำให้ระดับ Glycogen ในกล้ามเนื้อสูงขึ้นก่อนออกวิ่งค่ะ ส่งผลให้วิ่งได้นานขึ้นและเร็วขึ้นก่อนที่จะรู้สึกล้าค่ะ
งานวิจัยจาก Journal of Sports Science and Medicine พบว่าการกินคาร์โบไฮเดรตก่อนวิ่ง 1-4 ชั่วโมงเพิ่มประสิทธิภาพการวิ่งระยะกลางถึงยาวได้ 5-15% เทียบกับการวิ่งท้องว่างค่ะ ตัวเลขนี้สำหรับนักวิ่งสมัครเล่นแปลว่าเวลาที่ดีขึ้น 1-3 นาทีในการวิ่ง 10K ค่ะ
ความสำคัญของ Blood Sugar ก่อนวิ่งค่ะ
ระดับน้ำตาลในเลือดที่เหมาะสมก่อนวิ่งสำคัญมากค่ะ ถ้าน้ำตาลในเลือดต่ำเกินไป Hypoglycemia ค่ะ จะรู้สึกเวียนหัว อ่อนแรง และโฟกัสไม่ได้ค่ะ ถ้าสูงเกินไปหลังจากกินจำนวนมากและทันที ร่างกายจะตอบสนองด้วยการหลั่งอินซูลินออกมาสูงค่ะ อาจทำให้น้ำตาลตกในช่วงแรกของการวิ่งค่ะ ที่เรียกว่า Reactive Hypoglycemia ค่ะ
หลักการพื้นฐาน 5 ข้อของการกินก่อนวิ่ง
ก่อนเข้าสู่รายละเอียดตามช่วงเวลาและระยะทางค่ะ ปุนิ่มอยากให้ทุกคนเข้าใจหลักการพื้นฐานห้าข้อนี้ก่อนค่ะ เพราะมันใช้ได้กับทุกสถานการณ์ค่ะ
หลักการที่ 1 – ยิ่งใกล้เวลาวิ่งยิ่งต้องกินน้อยลงค่ะ
ระยะเวลาระหว่างการกินและการวิ่งกำหนดปริมาณและชนิดอาหารที่เหมาะสมค่ะ
- วิ่งใน 4 ชั่วโมง กินมื้อใหญ่สมบูรณ์ได้ค่ะ
- วิ่งใน 2-3 ชั่วโมง กินมื้อขนาดกลางค่ะ
- วิ่งใน 1-2 ชั่วโมง กินของว่างเบาๆ ค่ะ
- วิ่งใน 30-60 นาที กินน้อยมากหรือแค่เครื่องดื่มค่ะ
- วิ่งใน 15-30 นาที ไม่จำเป็นต้องกินค่ะ
หลักการที่ 2 – คาร์โบไฮเดรตคือพระเอกก่อนวิ่งค่ะ
คาร์โบไฮเดรตย่อยง่ายที่สุดและผลิตพลังงานได้เร็วที่สุดในบรรดาสารอาหารทั้งสามค่ะ ก่อนวิ่งควรให้คาร์โบไฮเดรตเป็นสัดส่วนหลักของมื้ออาหารค่ะ โดยลดไขมันและโปรตีนลงค่ะ เพราะทั้งสองย่อยช้ากว่าและอาจทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานหนักขณะวิ่งค่ะ
หลักการที่ 3 – หลีกเลี่ยงไขมันและไฟเบอร์สูงก่อนวิ่งค่ะ
ไขมันและไฟเบอร์ทั้งคู่ทำให้กระเพาะอาหารระบายช้าลงมากค่ะ ซึ่งหมายความว่าอาหารยังค้างอยู่ในกระเพาะขณะวิ่งค่ะ ทำให้รู้สึกหนักท้อง คลื่นไส้ และไม่สบายตัวค่ะ นอกจากนี้ร่างกายยังต้องส่งเลือดไปยังระบบย่อยอาหารมากขึ้นแทนที่จะส่งไปกล้ามเนื้อที่กำลังวิ่งค่ะ
หลักการที่ 4 – ทดลองและจดบันทึกค่ะ
ทุกคนมีระบบย่อยอาหารที่แตกต่างกันค่ะ สิ่งที่ได้ผลดีสำหรับคนหนึ่งอาจทำให้อีกคนท้องเสียได้ค่ะ ปุนิ่มแนะนำให้ทดลองอาหารก่อนวิ่งในวัน Easy Run ก่อนเสมอค่ะ ไม่ใช่ทดลองครั้งแรกในวันแข่งค่ะ จดบันทึกว่ากินอะไร กินเวลาไหน และรู้สึกอย่างไรระหว่างวิ่งค่ะ
หลักการที่ 5 – น้ำสำคัญไม่แพ้อาหารค่ะ
การขาดน้ำแค่ 2% ของน้ำหนักตัวทำให้ประสิทธิภาพการวิ่งลดลง 5-10% ค่ะ การดื่มน้ำก่อนวิ่งจึงสำคัญพอๆ กับการกินอาหารค่ะ โดยเฉพาะในประเทศไทยที่มีอากาศร้อนชื้นค่ะ
ก่อนวิ่งเช้า กินอะไรดีค่ะ
การวิ่งตอนเช้าคือโจทย์ที่ยากที่สุดค่ะ เพราะร่างกายผ่านการอดอาหารมา 7-9 ชั่วโมงขณะนอนหลับค่ะ Glycogen ในตับลดลงอย่างมีนัยสำคัญค่ะ แต่ก็ไม่มีเวลามากพอสำหรับมื้ออาหารใหญ่ค่ะ
สภาวะของร่างกายตอนตื่นนอนค่ะ
หลังนอนหลับ 7-9 ชั่วโมงค่ะ ร่างกายอยู่ในสภาวะดังนี้ค่ะ
- Liver Glycogen ลดลง 50-75% จากระดับก่อนนอนค่ะ เพราะตับใช้ Glycogen รักษาระดับน้ำตาลในเลือดตลอดคืนค่ะ
- Muscle Glycogen ยังค่อนข้างสมบูรณ์อยู่ค่ะ เพราะกล้ามเนื้อไม่ได้ทำงานขณะนอนหลับค่ะ
- ระดับน้ำตาลในเลือด Fasting Blood Sugar อยู่ที่ประมาณ 70-100 mg/dL ค่ะ
- ร่างกายขาดน้ำเล็กน้อยค่ะ เพราะหายใจออกและเหงื่อออกเล็กน้อยตลอดคืนค่ะ
ความแตกต่างระหว่างวิ่งเช้าท้องว่าง Fasted Cardio และวิ่งหลังกินอาหารค่ะ
นี่คือคำถามที่ถกเถียงกันมากที่สุดในวงการออกกำลังกายค่ะ ปุนิ่มจะอธิบายทั้งสองด้านอย่างตรงไปตรงมาค่ะ
ข้อดีของ Fasted Cardio ตอนเช้าค่ะ
- ระดับอินซูลินต่ำในสภาวะอดอาหารค่ะ ทำให้ร่างกายเข้าถึงไขมันสะสมได้ง่ายขึ้นค่ะ
- งานวิจัยบางชิ้นพบว่า Fasted Cardio เพิ่ม Fat Oxidation ในระหว่างออกกำลังกายได้สูงกว่าค่ะ
- ฝึกร่างกายให้ใช้ไขมันเป็นเชื้อเพลิงได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นในระยะยาวค่ะ เรียกว่า Fat Adaptation ค่ะ
- สะดวกกว่าสำหรับคนที่ตื่นแล้วต้องวิ่งเลยค่ะ ไม่ต้องรอย่อยอาหารค่ะ
ข้อเสียของ Fasted Cardio ค่ะ
- ประสิทธิภาพการวิ่งในเพซสูงหรือระยะไกลต่ำลงอย่างมีนัยสำคัญค่ะ
- เสี่ยงสลายกล้ามเนื้อมากขึ้นถ้าวิ่งนานเกิน 60 นาทีค่ะ
- รู้สึกเวียนหัวและอ่อนแรงค่ะ โดยเฉพาะในช่วงแรกที่ยังไม่ปรับตัวค่ะ
- งานวิจัยระยะยาวไม่ยืนยันว่า Fasted Cardio ให้การลดไขมันรวมดีกว่า Fed Cardio ค่ะ เพราะร่างกายชดเชยด้วยการเผาผลาญน้อยลงในส่วนอื่นของวันค่ะ
คำแนะนำของปุนิ่มค่ะ
- วิ่งเช้าระยะสั้น 3-5 กิโลเมตร เพซง่ายๆ ที่เป็น Easy Run ท้องว่างได้ค่ะ แต่ต้องดื่มน้ำก่อนวิ่งเสมอค่ะ
- วิ่งเช้าระยะกลาง 5-10 กิโลเมตร หรือที่มี Tempo Run หรือ Interval ค่ะ ต้องกินบางอย่างก่อนวิ่งค่ะ
- วิ่งเช้าระยะไกล 10 กิโลเมตรขึ้นไปค่ะ ต้องกินและวางแผนอาหารระหว่างวิ่งด้วยค่ะ
การฝึกวิ่งอย่างมีโครงสร้างช่วยพัฒนาสมรรถภาพหัวใจและระบบเผาผลาญได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเมื่อสามารถควบคุมความเร็ว ความชัน และระยะเวลาได้อย่างแม่นยำ
ดูเครื่องออกกำลังกาย Cardio
สถานการณ์เช้า A – วิ่ง 30 นาทีก่อนวิ่ง ระยะสั้น 3-5K
สิ่งที่ควรทำค่ะ
ดื่มน้ำ 300-500 มล. ทันทีที่ตื่นนอนค่ะ นี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุดและง่ายที่สุดค่ะ น้ำช่วยฟื้นคืน Hydration ที่สูญเสียไปตลอดคืนค่ะ
ถ้าต้องการพลังงานเพิ่มเติมค่ะ กินกล้วยครึ่งลูกหรือเดทหรือผลไม้แห้งหนึ่งชิ้นค่ะ อาหารเหล่านี้ย่อยเร็วมากและไม่ทำให้ท้องอืดค่ะ
สิ่งที่ไม่ควรทำค่ะ
- ไม่กินมื้อใหญ่ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นข้าวหรือขนมปังปริมาณมากค่ะ
- ไม่ดื่มกาแฟมากกว่า 1 แก้วโดยไม่มีน้ำตามค่ะ
- ไม่กินนมจืดหรือผลิตภัณฑ์นมค่ะ เพราะย่อยช้าและอาจทำให้ท้องอืดหรือเป็นตะคริวขณะวิ่งค่ะ
เมนูแนะนำค่ะ
- น้ำเปล่า 400-500 มล. ค่ะ นี่คืออันดับแรกและสำคัญที่สุดค่ะ
- กล้วยหอมครึ่งลูกค่ะ หรือ
- น้ำผึ้ง 1 ช้อนชาในน้ำอุ่นค่ะ หรือ
- เดทผลแห้ง 2-3 เม็ดค่ะ
💡 Tip จากปุนิ่ม: ถ้าวิ่งเช้าระยะสั้นเพื่อลดไขมันเป็นเป้าหมายหลักค่ะ ท้องว่างแล้วดื่มน้ำอย่างเดียวก็ได้ค่ะ แต่ถ้าเป้าหมายคือประสิทธิภาพการวิ่งหรือมีแผน Interval ค่ะ กินกล้วยครึ่งลูกก่อนค่ะ ร่างกายจะรู้สึกและวิ่งได้ดีกว่าชัดเจนค่ะ
สถานการณ์เช้า B – วิ่ง 1-2 ชั่วโมงก่อนวิ่ง ระยะกลาง 5-10K
หน้าต่างเวลาที่เหมาะสมค่ะ
มีเวลา 1-2 ชั่วโมงก่อนวิ่งค่ะ ซึ่งพอสำหรับอาหารเบาๆ ที่ย่อยได้เร็วค่ะ แต่ไม่พอสำหรับมื้อใหญ่ค่ะ
หลักการเลือกอาหารค่ะ
- คาร์โบไฮเดรตเป็นหลัก 60-70% ของแคลอรีค่ะ
- โปรตีนเล็กน้อย 15-20% ค่ะ
- ไขมันน้อยมาก ต่ำกว่า 10% ค่ะ
- ไฟเบอร์น้อยค่ะ หลีกเลี่ยงผักดิบและผลไม้ที่มีไฟเบอร์สูงค่ะ
เมนูแนะนำค่ะ
- กล้วยหอม 1-2 ลูก พร้อมน้ำผึ้งเล็กน้อยค่ะ แคลอรีประมาณ 150-200 ค่ะ ย่อยใน 30-45 นาทีค่ะ
- ขนมปังขาวสองแผ่นทาแยม 1 ช้อนชาค่ะ แคลอรีประมาณ 180-220 ค่ะ ย่อยใน 45-60 นาทีค่ะ ต้องใช้ขนมปังขาว ไม่ใช่โฮลวีทค่ะ เพราะโฮลวีทมีไฟเบอร์สูงกว่าและย่อยช้ากว่าค่ะ
- ข้าวเหนียว 3-4 ช้อนโต๊ะค่ะ แคลอรีประมาณ 150-180 ค่ะ ย่อยได้ดีและไม่ทำให้ท้องอืดค่ะ
- Oatmeal เบาๆ ไม่ใส่ถั่วหรือผลไม้แห้งมากค่ะ แคลอรีประมาณ 150-200 ค่ะ
- โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วยเล็กพร้อมน้ำผึ้งค่ะ แคลอรีประมาณ 130-160 ค่ะ
เมนูที่ต้องระวังค่ะ
- ไข่ดาวหรือไข่ต้ม ได้ค่ะ แต่ไม่เกิน 1-2 ฟองค่ะ เพราะไขมันในไข่แดงย่อยช้าค่ะ
- นมจืด อาจทำให้ท้องอืดหรือท้องเสียระหว่างวิ่งในบางคนค่ะ
- ผลไม้ที่มีไฟเบอร์สูงอย่างแอปเปิ้ล ลูกแพร์ หรือเบอร์รี่ค่ะ ย่อยช้าเกินไปค่ะ
💡 Tip จากปุนิ่ม: ปุนิ่มชอบกินกล้วยหอมหนึ่งลูกพร้อมน้ำผึ้งเล็กน้อยก่อนวิ่งเช้าค่ะ เพราะกล้วยให้ทั้ง Potassium ที่ช่วยป้องกันตะคริว Magnesium ที่ช่วยการทำงานของกล้ามเนื้อ และคาร์โบไฮเดรตที่ย่อยในอัตราพอดีค่ะ ไม่เร็วเกินจนน้ำตาลขึ้นสูงแล้วตกค่ะ และไม่ช้าเกินจนยังค้างอยู่ในกระเพาะขณะวิ่งค่ะ
สถานการณ์เช้า C – วิ่ง 3-4 ชั่วโมงก่อนวิ่ง ระยะยาว 10K ขึ้นไป
นี่คือสถานการณ์ที่ดีที่สุดสำหรับมื้ออาหารเช้าเต็มรูปแบบค่ะ
มีเวลา 3-4 ชั่วโมงค่ะ ซึ่งร่างกายย่อยและดูดซึมอาหารได้เกือบสมบูรณ์ค่ะ สามารถกินมื้อขนาดกลางถึงใหญ่ได้ค่ะ
สัดส่วนสารอาหารแนะนำสำหรับมื้อนี้ค่ะ
- คาร์โบไฮเดรต 60-70% ของแคลอรีค่ะ
- โปรตีน 20-25% ค่ะ
- ไขมัน 10-15% ค่ะ
เมนูแนะนำค่ะ
- ข้าวต้มหมูหรือข้าวต้มไก่ หนึ่งถ้วยขนาดกลางค่ะ แคลอรีประมาณ 250-350 ค่ะ ข้าวต้มย่อยง่ายมากค่ะ โปรตีนจากไก่หรือหมูช่วยรักษากล้ามเนื้อได้ค่ะ และน้ำในข้าวต้มช่วย Hydration ด้วยค่ะ
- ข้าวสวยครึ่งถ้วยพร้อมไข่ดาวหนึ่งฟองและผักลวกค่ะ แคลอรีประมาณ 300-400 ค่ะ มื้อนี้ให้คาร์โบไฮเดรตจากข้าว โปรตีนจากไข่ค่ะ
- โจ๊กข้าวหรือโจ๊กข้าวโพดกับไข่ค่ะ แคลอรีประมาณ 250-350 ค่ะ ย่อยง่ายและมีน้ำสูงค่ะ
- Oatmeal ขนาดกลาง พร้อมกล้วยและน้ำผึ้งค่ะ แคลอรีประมาณ 300-400 ค่ะ คาร์โบไฮเดรตสูงค่ะ ย่อยดีค่ะ
- ขนมปังขาวสองถึงสามแผ่นทาเนยถั่วบางๆ และแยมค่ะ แคลอรีประมาณ 300-400 ค่ะ
สิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยงแม้จะมีเวลา 3-4 ชั่วโมงค่ะ
- อาหารมันมาก เช่น ข้าวมันไก่ที่มีไขมันสูง หมูกระทะ หรือกับข้าวทอดค่ะ
- อาหารรสจัด เผ็ดมาก หรือเปรี้ยวมากค่ะ อาจกระตุ้นกระเพาะอาหารมากเกินไปค่ะ
- ถั่วหรือพืชตระกูลถั่วค่ะ ทำให้ท้องอืดมากค่ะ
- ผักดิบหรือสลัดปริมาณมากค่ะ ไฟเบอร์สูงมากค่ะ
🔥 Insight พิเศษ: งานวิจัยจาก International Journal of Sport Nutrition and Exercise Metabolism พบว่าการกินคาร์โบไฮเดรต 1-4 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ในช่วง 1-4 ชั่วโมงก่อนวิ่งระยะยาวค่ะ เพิ่ม Endurance Performance ได้สูงสุดเมื่อเทียบกับทุก Timing อื่นค่ะ สำหรับคนน้ำหนัก 60 กิโลกรัมค่ะ หมายความว่ากินคาร์โบไฮเดรต 60-240 กรัมก่อนวิ่งค่ะ ซึ่งตรงกับข้าวสวย 1-3 ทัพพีค่ะ
ก่อนวิ่งเที่ยง กินอะไรดีค่ะ
การวิ่งตอนเที่ยงมีข้อได้เปรียบคือร่างกายตื่นตัวสมบูรณ์แบบแล้วค่ะ แต่โจทย์คือการวิ่งหลังมื้อเช้าและก่อนมื้อเที่ยงค่ะ ซึ่งต้องจัดการทั้งมื้อเช้าให้ถูกต้องและมีของว่างก่อนวิ่งถ้าจำเป็นค่ะ
สภาวะของร่างกายก่อนวิ่งเที่ยงค่ะ
เวลาประมาณ 11.00-13.00 น.ค่ะ ร่างกายกำลังย่อยมื้อเช้าหรือย่อยเสร็จแล้วค่ะ ขึ้นอยู่กับว่ากินเช้าเมื่อไหร่และกินอะไรค่ะ
ถ้ากินเช้า 7.00 น. และวิ่งเที่ยง 12.00 น. ค่ะ มีช่วงเวลา 5 ชั่วโมงค่ะ ซึ่งมื้อเช้าน่าจะย่อยหมดแล้วค่ะ และ Glycogen อาจเริ่มลดลงเล็กน้อยค่ะ
ถ้ากินเช้า 9.00 น. และวิ่งเที่ยง 12.00 น. ค่ะ มีช่วงเวลา 3 ชั่วโมงค่ะ ซึ่งมื้อเช้ายังย่อยอยู่และพลังงานยังเพียงพอค่ะ
การวางแผนมื้อเช้าเพื่อรองรับการวิ่งเที่ยงค่ะ
ถ้าวางแผนจะวิ่งตอนเที่ยงค่ะ มื้อเช้าต้องถูกออกแบบมาเพื่อให้พลังงานได้ถึงตอนวิ่งด้วยค่ะ
มื้อเช้าที่เหมาะสำหรับคนวิ่งเที่ยง 7.00-8.00 น.ค่ะ
- ข้าวสวยหนึ่งทัพพีพร้อมไข่ดาวสองฟองและผักค่ะ แคลอรีประมาณ 400-500 ค่ะ
- Oatmeal ขนาดกลางพร้อมกล้วยและนม Almond Milk หรือนมไขมันต่ำค่ะ แคลอรีประมาณ 350-450 ค่ะ
- ขนมปังโฮลวีทสองแผ่นกับไข่ดาวหนึ่งฟองและอะโวคาโดเล็กน้อยค่ะ แคลอรีประมาณ 350-450 ค่ะ
ของว่างก่อนวิ่งเที่ยง 10.30-11.00 น.ค่ะ
ถ้ากินเช้า 7.00-8.00 น. และจะวิ่งเที่ยงค่ะ ควรมีของว่างเบาๆ ก่อนวิ่งประมาณ 1-1.5 ชั่วโมงค่ะ เพื่อเติม Glycogen ในตับที่ลดลงระหว่างเช้าค่ะ
- กล้วยหนึ่งลูกค่ะ แคลอรีประมาณ 100-120 ค่ะ
- ขนมปังขาวหนึ่งแผ่นทาแยมค่ะ แคลอรีประมาณ 120-150 ค่ะ
- Energy Bar หรือ Granola Bar แบบไขมันต่ำค่ะ แคลอรีประมาณ 150-200 ค่ะ
- น้ำผลไม้ 100% แก้วเล็กค่ะ แคลอรีประมาณ 80-120 ค่ะ
สถานการณ์เที่ยง A – วิ่ง 45 นาทีหลังกินอาหาร ระยะสั้น
โจทย์ที่ยากค่ะ
วิ่งหลังกินอาหารเพียง 45 นาทีค่ะ ซึ่งอาหารยังย่อยไม่เสร็จค่ะ ร่างกายยังส่งเลือดไปยังระบบย่อยอาหารอยู่ค่ะ
สิ่งที่กินได้ใน 45 นาทีก่อนวิ่งค่ะ
- กล้วยหอมครึ่งถึงหนึ่งลูกค่ะ
- เจลพลังงาน Energy Gel หนึ่งซองกับน้ำค่ะ
- น้ำผึ้งในน้ำอุ่น 200 มล.ค่ะ
- Dextrose Tablet หรือกลูโคส 2-3 เม็ดค่ะ
สิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยงอย่างเด็ดขาดค่ะ
- อาหารมื้อใหญ่ทุกประเภทค่ะ
- อาหารที่มีโปรตีนหรือไขมันสูงค่ะ
- ผลิตภัณฑ์นมค่ะ
- อาหารเสี่ยงท้องอืดทุกชนิดค่ะ
สถานการณ์เที่ยง B – วิ่ง 2-3 ชั่วโมงหลังกินอาหาร ระยะกลาง 5-10K
สถานการณ์ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการวิ่งเที่ยงค่ะ
มีเวลา 2-3 ชั่วโมงค่ะ ซึ่งเพียงพอสำหรับอาหารมื้อขนาดกลางค่ะ
เมนูแนะนำที่กินก่อนวิ่งเที่ยง 2-3 ชั่วโมงค่ะ
- ก๋วยเตี๋ยวน้ำใสขนาดกลางพร้อมเนื้อหมูหรือไก่ค่ะ แคลอรีประมาณ 300-400 ค่ะ เส้นก๋วยเตี๋ยวให้คาร์โบไฮเดรตที่ย่อยง่ายค่ะ น้ำซุปช่วย Hydration ค่ะ และโปรตีนจากเนื้อสัตว์ไม่มากเกินไปค่ะ
- ข้าวมันไก่ขนาดเล็กถึงกลาง โดยลดส่วนผิวหนังออกค่ะ แคลอรีประมาณ 400-500 ค่ะ
- ข้าวหน้าไก่ย่างค่ะ แคลอรีประมาณ 400-500 ค่ะ ไก่ย่างมีไขมันน้อยกว่าไก่ทอดค่ะ
- ข้าวสวยพร้อมปลานึ่งหรือปลาทอดน้อยน้ำมันค่ะ แคลอรีประมาณ 350-450 ค่ะ
- สปาเกตตีซอสมะเขือเทศพร้อมไก่ค่ะ แคลอรีประมาณ 400-500 ค่ะ
สิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยงในมื้อก่อนวิ่งเที่ยงค่ะ
- อาหารทอด เช่น ไก่ทอด ข้าวผัด หรือของทอดค่ะ ไขมันสูงย่อยช้าค่ะ
- ส้มตำหรืออาหารเผ็ดจัดค่ะ อาจทำให้ท้องไม่สบายขณะวิ่งค่ะ
- น้ำหวานหรือชาเย็นปริมาณมากค่ะ น้ำตาลขึ้นเร็วแล้วตกก็เร็วค่ะ
- อาหารมีถั่วมากค่ะ
💡 Tip จากปุนิ่ม: ก๋วยเตี๋ยวน้ำใสคือตัวเลือกก่อนวิ่งเที่ยงที่ดีที่สุดในความเห็นของปุนิ่มค่ะ เพราะน้ำซุปเพิ่ม Electrolytes และ Hydration ค่ะ เส้นก๋วยเตี๋ยวให้คาร์โบไฮเดรตที่ดูดซึมในอัตราพอเหมาะค่ะ และโปรตีนจากเนื้อสัตว์ไม่มากเกินค่ะ ถ้าเลือกก๋วยเตี๋ยวน้ำใสปริมาณพอดีไม่มากเกินค่ะ วิ่งหลัง 2 ชั่วโมงได้สบายมากค่ะ
ก่อนวิ่งเย็น กินอะไรดีค่ะ
การวิ่งเย็นเป็นที่นิยมที่สุดในประเทศไทยค่ะ เพราะอากาศเย็นกว่าตอนเช้าในหลายพื้นที่ค่ะ และเป็นเวลาที่หลายคนว่างหลังงานค่ะ โจทย์ที่ท้าทายคือการจัดการมื้อกลางวันและของว่างบ่ายให้พอดีค่ะ
สภาวะของร่างกายก่อนวิ่งเย็นค่ะ
ร่างกายผ่านการทำงานมาตลอดวันค่ะ Glycogen บางส่วนถูกใช้ไปกับกิจกรรมทั้งวันค่ะ แต่มื้อกลางวันและของว่างบ่ายได้เติมเต็มไปบ้างแล้วค่ะ
ข้อดีของการวิ่งเย็นค่ะ
- อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นถึงจุดสูงสุดตอนบ่ายค่ะ ทำให้กล้ามเนื้อยืดหยุ่นและทำงานได้ดีขึ้นค่ะ
- ระบบประสาทตื่นตัวสมบูรณ์ค่ะ
- ปอดทำงานได้มีประสิทธิภาพสูงสุดค่ะ
- งานวิจัยพบว่าเพซเฉลี่ยของนักวิ่งในช่วงเย็นดีกว่าเช้า 2-5% ค่ะ
การวางแผนมื้อกลางวันเพื่อรองรับการวิ่งเย็น 17.00-19.00 น.ค่ะ
มื้อกลางวัน 12.00-13.00 น. ต้องให้พลังงานได้อย่างสม่ำเสมอจนถึงเวลาวิ่งค่ะ
มื้อกลางวันที่เหมาะสำหรับคนวิ่งเย็นค่ะ
- ข้าวสวยหนึ่งถึงหนึ่งและครึ่งทัพพีพร้อมผัดผักไก่หรือปลาค่ะ แคลอรีประมาณ 450-600 ค่ะ
- ก๋วยเตี๋ยวน้ำหรือผัดขนาดกลางค่ะ แคลอรีประมาณ 400-550 ค่ะ
- ข้าวกล้องพร้อมอกไก่ย่างและผักนึ่งค่ะ แคลอรีประมาณ 450-600 ค่ะ
ของว่างบ่าย 14.00-15.30 น. ก่อนวิ่งเย็นค่ะ
ของว่างบ่ายสำคัญมากสำหรับการวิ่งเย็นค่ะ เป็นการเติมพลังงานครั้งสุดท้ายก่อนวิ่งค่ะ
ถ้าวิ่ง 17.00-18.00 น. ค่ะ กินของว่างได้ตั้งแต่ 14.00-15.00 น.ค่ะ เป็นของว่างขนาดกลาง 150-250 แคลอรีค่ะ
ถ้าวิ่ง 18.00-19.00 น. ค่ะ กินของว่างได้ตั้งแต่ 15.00-16.00 น.ค่ะ ของว่างขนาดเล็ก 100-200 แคลอรีค่ะ
เมนูของว่างบ่ายแนะนำค่ะ
- กล้วยหอม 1-2 ลูกค่ะ แคลอรีประมาณ 100-200 ค่ะ
- ข้าวเหนียวมะม่วง ครึ่งส่วนเล็กค่ะ แคลอรีประมาณ 200-250 ค่ะ
- ขนมปังขาวสองแผ่นทาแยมค่ะ แคลอรีประมาณ 160-200 ค่ะ
- ผลไม้รวมค่ะ เช่น แตงโม มะละกอ สับปะรดค่ะ แคลอรีประมาณ 100-150 ค่ะ
- Rice Cake หรือข้าวแผ่นสองถึงสามอันค่ะ แคลอรีประมาณ 80-130 ค่ะ
สถานการณ์เย็น A – วิ่งหลังมื้อเย็น ห้ามวิ่งทันทีหลังกินค่ะ
คำเตือนสำคัญค่ะ
ห้ามวิ่งทันทีหลังกินมื้อเย็นค่ะ ต้องรออย่างน้อย 1.5-2 ชั่วโมงค่ะ ถ้าต้องวิ่งก่อน 1.5 ชั่วโมงหลังมื้อเย็นค่ะ ให้กินน้อยมากในมื้อนั้นค่ะ
ทำไมถึงอันตรายที่จะวิ่งทันทีหลังมื้อเย็นค่ะ
- Side Stitch หรือปวดตะโคกค่ะ เกิดจากกะบังลมเกร็งขณะที่กระเพาะอาหารเต็มและขยายตัวค่ะ
- คลื่นไส้และอาเจียนค่ะ
- ระบบย่อยทำงานผิดปกติค่ะ เพราะเลือดถูกเบี่ยงจากระบบย่อยไปกล้ามเนื้อค่ะ
- ประสิทธิภาพการวิ่งต่ำมากค่ะ
สถานการณ์เย็น B – วิ่งก่อนมื้อเย็น ดีที่สุดค่ะ
ลำดับที่แนะนำค่ะ
- มื้อกลางวัน 12.00-13.00 น.ค่ะ
- ของว่างบ่าย 14.00-15.00 น.ค่ะ
- วิ่ง 17.00-19.00 น.ค่ะ
- มื้อเย็นหลังวิ่ง 19.30-20.30 น.ค่ะ
ลำดับนี้ทำให้ร่างกายมีพลังงานเพียงพอสำหรับการวิ่งจากมื้อกลางวันและของว่างบ่ายค่ะ และได้รับสารอาหารสำหรับการฟื้นตัวจากมื้อเย็นหลังวิ่งค่ะ
มื้อเย็นหลังวิ่งที่ดีที่สุดค่ะ
มื้อเย็นหลังวิ่งต้องมีทั้งคาร์โบไฮเดรตเพื่อเติม Glycogen และโปรตีนเพื่อซ่อมแซมกล้ามเนื้อค่ะ
- ข้าวสวยหนึ่งถึงหนึ่งและครึ่งทัพพีพร้อมไก่ย่างและผักค่ะ
- ก๋วยเตี๋ยวน้ำหรือผัดขนาดกลาง-ใหญ่ค่ะ
- ข้าวกล้องพร้อมปลาและผักนึ่งค่ะ
🔥 Insight พิเศษ: งานวิจัยจาก European Journal of Sports Science พบว่าหน้าต่างฟื้นตัว Recovery Window ที่ดีที่สุดหลังวิ่งคือภายใน 30-45 นาทีแรกค่ะ ในช่วงนี้กล้ามเนื้อดูดซึม Glycogen ได้เร็วกว่าปกติ 2-3 เท่าค่ะ ดังนั้นถ้าวิ่งเย็นเสร็จแล้วรู้สึกหิวมากค่ะ นั่นคือสัญญาณดีที่ร่างกายพร้อมรับสารอาหารค่ะ ควรกินของว่างเล็กน้อยทันทีหลังวิ่งค่ะ เช่น กล้วยหรือนมช็อกโกแลตค่ะ ก่อนอาบน้ำค่ะ แล้วกินมื้อเย็นเต็มๆ ใน 1-2 ชั่วโมงถัดมาค่ะ
โภชนาการก่อนวิ่งแยกตามระยะทาง
นี่คือส่วนที่ปุนิ่มคิดว่าสำคัญที่สุดค่ะ เพราะระยะทางกำหนดทุกอย่างค่ะ ทั้งปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่ต้องการ เวลาที่เหมาะสมในการกิน และความจำเป็นของอาหารระหว่างวิ่งค่ะ
ระยะ 3-5 กิโลเมตร – ไม่จำเป็นต้องกินมากค่ะ
เหตุผลค่ะ
ระยะนี้ใช้เวลาประมาณ 15-35 นาทีสำหรับนักวิ่งส่วนใหญ่ค่ะ Glycogen ในกล้ามเนื้อที่มีอยู่เพียงพออย่างมากค่ะ ร่างกายไม่ต้องการ Glycogen เพิ่มเติมจากอาหารเป็นพิเศษค่ะ
ความต้องการพลังงานค่ะ
ประมาณ 200-350 แคลอรีต่อการ วิ่ง 5 กิโล กี่แคล ขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวและเพซค่ะ ซึ่งน้อยมากเมื่อเทียบกับ Glycogen ที่มีสะสมอยู่แล้วค่ะ
คำแนะนำค่ะ
- วิ่งตอนเช้า ดื่มน้ำ 300-500 มล. แค่นี้พอค่ะ ไม่จำเป็นต้องกินค่ะ
- วิ่งตอนบ่ายหรือเย็น กินของว่างเบาๆ 1-2 ชั่วโมงก่อนได้ค่ะ แต่ไม่จำเป็นถ้าไม่หิวค่ะ
- ไม่ต้องกิน Gel หรือ Sports Drink ระหว่างวิ่งระยะนี้ค่ะ
ระยะ 5-10 กิโลเมตร – เริ่มต้องวางแผนอาหารก่อนวิ่งค่ะ
นักวิ่งจำนวนมากใช้การฝึกบน ลู่วิ่งไฟฟ้า เพื่อควบคุมเพซและโครงสร้างการซ้อม โดยเฉพาะการฝึก Tempo Run หรือ Interval ที่ต้องการความแม่นยำของความเร็ว
ความต้องการพลังงานค่ะ
ประมาณ 350-700 แคลอรีต่อการ วิ่ง 10 กิโล กี่แคล ค่ะ ขึ้นอยู่กับน้ำหนักและเพซค่ะ ยังอยู่ในช่วงที่ Glycogen สะสมรับมือได้ค่ะ แต่ถ้าวิ่งในเพซหนักหรือมี Interval ค่ะ ความต้องการพลังงานสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญค่ะ
คำแนะนำก่อนวิ่งค่ะ
สำหรับ Easy Run หรือ Recovery Run ค่ะ กินของว่างเบาๆ 1 ชั่วโมงก่อนวิ่งก็เพียงพอค่ะ เช่น กล้วยหนึ่งลูกค่ะ
สำหรับ Tempo Run หรือ Interval ค่ะ ต้องการพลังงานมากกว่าค่ะ กินมื้อขนาดกลางที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง 2-3 ชั่วโมงก่อนวิ่งค่ะ
ตัวเลือกอาหารก่อนวิ่ง 10K Race ค่ะ
กินอาหารมื้อใหญ่ 3-4 ชั่วโมงก่อนแข่งค่ะ เน้นคาร์โบไฮเดรตค่ะ เช่น ข้าวสวยสองทัพพีพร้อมโปรตีนเบาๆ ค่ะ
กินของว่างเบาๆ 1-1.5 ชั่วโมงก่อนแข่งค่ะ เช่น กล้วยหรือขนมปังขาวค่ะ
ไม่ต้องกิน Gel ระหว่างแข่งสำหรับนักวิ่งส่วนใหญ่ค่ะ ยกเว้นถ้าใช้เวลามากกว่า 60 นาทีค่ะ
ระยะ 10-21 กิโลเมตร Half Marathon – ต้องวางแผนอย่างจริงจังค่ะ
ความต้องการพลังงานค่ะ
ประมาณ 700-1,500 แคลอรีต่อการวิ่ง Half Marathonค่ะ ซึ่งเริ่มเข้าใกล้ขีดจำกัดของ Glycogen สะสมค่ะ
โดยเฉพาะในนักวิ่งที่วิ่งในเพซหนักค่ะ Glycogen อาจเริ่มหมดในช่วง 15-18 กิโลเมตรค่ะ ถ้าไม่ได้เตรียมการที่ดีค่ะ
การวางแผนอาหารสำหรับ Half Marathon ค่ะ
วันก่อนแข่ง Carb Loading เล็กน้อยค่ะ
สำหรับ Half Marathon ไม่จำเป็นต้อง Carb Loading เต็มรูปแบบแบบ Marathon ค่ะ แต่ควรเพิ่มคาร์โบไฮเดรตในมื้อวันก่อนแข่งค่ะ
มื้อเย็นวันก่อนแข่งแนะนำค่ะ ข้าวสวยสองถึงสามทัพพีพร้อมไก่หรือปลาค่ะ หรือ Pasta ในซอสมะเขือเทศพร้อมไก่ค่ะ แคลอรีประมาณ 600-800 ค่ะ
มื้อเช้าวันแข่งค่ะ
กินก่อนแข่ง 3-4 ชั่วโมงค่ะ
- ข้าวต้มไก่ขนาดกลางค่ะ
- ขนมปังสองถึงสามแผ่นพร้อมไข่ดาวหนึ่งถึงสองฟองค่ะ
- Oatmeal ขนาดใหญ่พร้อมกล้วยค่ะ
ปริมาณคาร์โบไฮเดรตเป้าหมายค่ะ 1.5-2 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมค่ะ สำหรับคนน้ำหนัก 60 กิโลกรัมค่ะ คือประมาณ 90-120 กรัมคาร์โบไฮเดรตค่ะ ซึ่งเทียบเท่าข้าวสวยประมาณ 1.5-2 ทัพพีค่ะ
ของว่างก่อนแข่ง 1-1.5 ชั่วโมงค่ะ
กล้วยหนึ่งลูกหรือขนมปังขาวหนึ่งแผ่นค่ะ
อาหารระหว่างวิ่งค่ะ
ถ้าวิ่ง Half Marathon ใช้เวลามากกว่า 1.5 ชั่วโมงค่ะ ควรกิน Gel หนึ่งซองที่ประมาณกิโลเมตรที่ 9-10 ค่ะ
💡 Tip จากปุนิ่ม: ปุนิ่มทดสอบอาหารทุกอย่างในการฝึกก่อนวันแข่งเสมอค่ะ ไม่เคยกินอะไรใหม่ๆ ในวันแข่งค่ะ เพราะระบบย่อยอาหารขณะแข่งขันตอบสนองแตกต่างจากตอนฝึกซ้อมค่ะ ร่างกายตึงเครียดมากกว่าค่ะ และความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาท้องสูงกว่าค่ะ
ระยะ 21-42 กิโลเมตร Marathon – ต้องการการวางแผนสูงสุดค่ะ
ความท้าทายของ Marathon ค่ะ
Marathon คือระยะทางที่ Glycogen จะหมดลงอย่างแน่นอน ถ้าไม่วางแผนโภชนาการอย่างถูกต้องค่ะ นักวิ่งส่วนใหญ่มี Glycogen พอสำหรับ 28-32 กิโลเมตรในเพซ Marathon ค่ะ หลังจากนั้นร่างกายต้องพึ่งพาไขมันมากขึ้นค่ะ ซึ่งผลิตพลังงานได้ช้ากว่าค่ะ
Carb Loading 2-3 วันก่อนแข่งค่ะ
Carb Loading คือการเพิ่มคาร์โบไฮเดรตและลดปริมาณการวิ่งใน 2-3 วันก่อนแข่งค่ะ เพื่อเพิ่ม Glycogen สะสมให้สูงสุดค่ะ
โปรโตคอล Carb Loading แนะนำค่ะ
3 วันก่อนแข่งค่ะ กินคาร์โบไฮเดรต 8-10 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวันค่ะ สำหรับคนน้ำหนัก 60 กิโลกรัมค่ะ คือ 480-600 กรัมต่อวันค่ะ ซึ่งสูงมากและต้องกินทุกมื้อค่ะ
อาหาร 3 วันก่อนแข่งที่แนะนำค่ะ
- ข้าวสวย ข้าวกล้อง ข้าวโพด ข้าวเหนียวค่ะ
- Pasta สปาเกตตี มักกะโรนีค่ะ
- ขนมปังขาวและขนมปังธัญพืชค่ะ
- มันฝรั่งต้มหรืออบค่ะ
- กล้วยและผลไม้ค่ะ
- น้ำผลไม้ 100% ค่ะ
สิ่งที่ต้องลดลงใน 3 วันก่อนแข่งค่ะ
- อาหารไขมันสูงค่ะ
- อาหารโปรตีนสูงค่ะ เพราะต้องการพื้นที่ในกระเพาะสำหรับคาร์โบไฮเดรตค่ะ
- อาหารไฟเบอร์สูงค่ะ เพื่อลดความเสี่ยงท้องอืดในวันแข่งค่ะ
- อาหารใหม่ที่ไม่เคยกินค่ะ
มื้อเช้าวันแข่ง Marathon ค่ะ
กินก่อนแข่ง 3-4 ชั่วโมงค่ะ
เมนูที่นักวิ่ง Marathon ระดับโลกนิยมค่ะ
- ขนมปังสองถึงสามแผ่นทาแยมหรือน้ำผึ้งค่ะ แคลอรีประมาณ 250-350 ค่ะ
- Oatmeal พร้อมกล้วยและน้ำผึ้งค่ะ แคลอรีประมาณ 350-450 ค่ะ
- ข้าวต้มไก่ขนาดกลางค่ะ แคลอรีประมาณ 300-400 ค่ะ นิยมมากในนักวิ่งไทยค่ะ
ปริมาณคาร์โบไฮเดรตเป้าหมายในมื้อเช้าวันแข่งค่ะ
2-4 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมค่ะ สำหรับคนน้ำหนัก 60 กิโลกรัมค่ะ คือ 120-240 กรัมคาร์โบไฮเดรตค่ะ
แผนอาหารระหว่างวิ่ง Marathon ค่ะ
นี่คือความแตกต่างที่ใหญ่ที่สุดระหว่าง Marathon กับระยะสั้นกว่าค่ะ
เป้าหมายคือกินคาร์โบไฮเดรต 45-60 กรัมต่อชั่วโมงระหว่างวิ่งค่ะ สำหรับการวิ่งนานกว่า 75 นาทีค่ะ
ตารางอาหารระหว่างวิ่ง Marathon ตัวอย่างค่ะ
| กิโลเมตรที่ | อาหาร | คาร์โบไฮเดรต |
| ก่อนออกตัว | Gel 1 ซองกับน้ำ | 25 กรัม |
| 8-10 | Gel 1 ซองกับน้ำ | 25 กรัม |
| 16-18 | Gel 1 ซองกับน้ำ | 25 กรัม |
| 24-26 | Gel 1 ซองและ Sports Drink | 30-35 กรัม |
| 32-34 | Gel 1 ซองกับน้ำ | 25 กรัม |
🔥 Insight พิเศษ: งานวิจัยจาก Medicine and Science in Sports and Exercise พบว่า Marathon Runners ที่กินคาร์โบไฮเดรต 60 กรัมต่อชั่วโมงระหว่างวิ่งมีเวลาสุดท้ายดีกว่ากลุ่มที่ไม่กินเลยเฉลี่ย 11.4 นาทีค่ะ สำหรับนักวิ่งที่ต้องการ Sub-4 ชั่วโมงค่ะ 11 นาทีคือความแตกต่างระหว่างทำได้และทำไม่ได้ค่ะ
ระยะ 42 กิโลเมตรขึ้นไป Ultra Marathon – โภชนาการคือสิ่งที่ทำให้ถึงเส้นชัยค่ะ
ความท้าทายของ Ultra Marathon ค่ะ
Ultra Marathon ใช้เวลาตั้งแต่ 4-5 ชั่วโมงสำหรับระยะ 50K ไปจนถึง 24-48 ชั่วโมงสำหรับระยะ 100 ไมล์ค่ะ โภชนาการไม่ใช่แค่การ Fuel ร่างกายค่ะ แต่คือการป้องกันไม่ให้ระบบย่อยอาหารพัง Gut Failure ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ นักวิ่ง Ultra Runners หรือ วิ่งเทรล ต้อง DNF Did Not Finish ค่ะ
หลักการพิเศษสำหรับ Ultra Marathon ค่ะ
- กินอาหารจริงๆ Real Food มากขึ้นค่ะ เพราะกินได้แต่ Gel ทั้งวันนั้นไม่ยั่งยืนค่ะ และหลายคนคลื่นไส้จากน้ำตาลมากเกินไปค่ะ
- กินบ่อยขึ้น ทุก 20-30 นาทีค่ะ แทนที่จะกินปริมาณมากแต่นานๆ ครั้งค่ะ
- ระวัง GI Distress ค่ะ คือปัญหาระบบย่อยที่พบได้มากขึ้นเมื่อวิ่งนานขึ้นค่ะ
- โซเดียมสำคัญมากสำหรับระยะนี้ค่ะ เพื่อป้องกัน Hyponatremia หรือโซเดียมในเลือดต่ำเกินไปจากการดื่มน้ำมากแต่เสียเกลือมากค่ะ
อาหาร Real Food ที่ Ultra Runners นิยมค่ะ
- กล้วยหอมค่ะ พกพาง่ายค่ะ ย่อยดีค่ะ ให้ Potassium ค่ะ
- มันเทศต้มหรืออบค่ะ คาร์โบไฮเดรตที่ย่อยในอัตราช้าค่ะ เหมาะสำหรับพลังงานยาวนานค่ะ
- Rice Ball หรือข้าวปั้นญี่ปุ่นค่ะ คาร์โบไฮเดรตสูงค่ะ กินได้ง่ายขณะวิ่งค่ะ
- ขนมปังกับเนยถั่วค่ะ คาร์โบไฮเดรตและไขมันในอัตราส่วนที่ดีสำหรับระยะยาวมากค่ะ
- น้ำซุปค่ะ ให้โซเดียม Electrolytes และความอบอุ่นค่ะ นิยมมากในการวิ่ง Ultra กลางคืนค่ะ
- เจลผลไม้หรือ Fruit Puree ค่ะ ย่อยง่ายและรสชาติดีกว่า Synthetic Gel ค่ะ
อาหารและเครื่องดื่มที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพก่อนวิ่ง
นอกจากมื้ออาหารหลักค่ะ ยังมีสารอาหารและเครื่องดื่มบางชนิดที่งานวิจัยยืนยันว่าช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการวิ่งได้ค่ะ
- คาเฟอีน Caffeine ⭐ ที่ได้รับการยืนยันมากที่สุดค่ะ
งานวิจัยกว่า 300 ชิ้นยืนยันตรงกันว่าคาเฟอีนเพิ่มประสิทธิภาพ Endurance Performance ได้ 2-4% ค่ะ
คาเฟอีนทำงานโดยบล็อก Adenosine Receptors ในสมองค่ะ ซึ่งลดความรู้สึกเหนื่อยล้าค่ะ และเพิ่ม Adrenaline ที่ช่วยให้ร่างกายเข้าถึงไขมันสะสมได้ง่ายขึ้นค่ะ
ปริมาณที่แนะนำค่ะ 3-6 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมค่ะ สำหรับคนน้ำหนัก 60 กิโลกรัมค่ะ คือ 180-360 มิลลิกรัมค่ะ ซึ่งเทียบเท่ากาแฟดำ 1-2 แก้วค่ะ
กินก่อนวิ่ง 45-60 นาทีค่ะ เพื่อให้ระดับคาเฟอีนในเลือดถึงจุดสูงสุดพอดีค่ะ
ข้อควรระวังค่ะ
- ไม่ดื่มกาแฟมากเกินไปค่ะ อาจทำให้หัวใจเต้นเร็ว มือสั่น และกระเพาะอาหารไม่สบายค่ะ
- ทนต่อคาเฟอีนสร้างได้ค่ะ ผลที่ได้จะลดลงถ้าดื่มกาแฟทุกวันค่ะ
- บางคนมีผลข้างเคียงจากคาเฟอีนมากกว่าค่ะ ต้องทดสอบในวัน Training ก่อนค่ะ
- บีตรูต Beetroot และ Nitrates ค่ะ
Beetroot อุดมด้วย Dietary Nitrates ที่ร่างกายเปลี่ยนเป็น Nitric Oxide ค่ะ Nitric Oxide ขยายหลอดเลือดค่ะ ทำให้เลือดและออกซิเจนไหลไปกล้ามเนื้อได้มากขึ้นค่ะ
งานวิจัยพบว่าน้ำบีตรูต 500 มล. ก่อนวิ่ง 2-3 ชั่วโมงเพิ่มประสิทธิภาพ Endurance ได้ 1-3% ค่ะ และลด Oxygen Cost ของการวิ่งที่ความเข้มข้นเดียวกันค่ะ
วิธีการบริโภคค่ะ
- น้ำบีตรูตสด 500 มล. ก่อนวิ่ง 2-3 ชั่วโมงค่ะ
- Beetroot Shot 70 มล. เข้มข้นก่อนวิ่ง 2-3 ชั่วโมงค่ะ
- บีตรูตดิบหรือต้มประมาณ 200-300 กรัมค่ะ
- คาร์โบไฮเดรต Rinsing หรือ Mouth Rinse ค่ะ
งานวิจัยที่น่าสนใจมากค่ะ พบว่าแค่การบ้วนปากด้วยสารละลายคาร์โบไฮเดรตค่ะ โดยไม่กลืนลงไปค่ะ เพิ่มประสิทธิภาพการวิ่งได้ 2-3% ในการวิ่งระยะ 45-60 นาทีค่ะ
กลไกคือมีตัวรับรู้ในปากที่ส่งสัญญาณไปสมองว่ากำลังมีพลังงานเข้ามาค่ะ สมองตอบสนองด้วยการเพิ่มการกระตุ้นกล้ามเนื้อค่ะ
ใช้ประโยชน์สำหรับนักวิ่งที่วิ่งในเพซสูงระยะ 5-10K ค่ะ ซึ่งไม่ต้องการพลังงานเพิ่มจริงๆ แต่ต้องการ Performance Boost ค่ะ
- โปรตีนเล็กน้อยก่อนวิ่งระยะยาวค่ะ
สำหรับการวิ่งระยะยาวกว่า 90 นาทีค่ะ การกินโปรตีนเล็กน้อย 10-20 กรัมพร้อมคาร์โบไฮเดรตก่อนวิ่ง 2-3 ชั่วโมงค่ะ ช่วยลดการสลายกล้ามเนื้อ Muscle Protein Breakdown ระหว่างวิ่งได้ค่ะ
แหล่งโปรตีนที่ย่อยง่ายและเหมาะก่อนวิ่งค่ะ
- ไข่ขาว 2-3 ฟองค่ะ
- กรีกโยเกิร์ตค่ะ
- Whey Protein ผสมน้ำค่ะ
- ปลาทูน่ากระป๋องในน้ำเล็กน้อยค่ะ
การดื่มน้ำก่อนและระหว่างวิ่ง
การดื่มน้ำที่ถูกต้องสำคัญพอๆ กับการกินอาหารที่ถูกต้องค่ะ และหลายคนยังเข้าใจผิดเรื่องนี้ค่ะ
วิธีประเมิน Hydration Status ก่อนวิ่งค่ะ
วิธีที่ง่ายที่สุดคือดูสีปัสสาวะค่ะ
- สีเหลืองอ่อนมากถึงใสค่ะ Hydrated ดีค่ะ พร้อมวิ่งค่ะ
- สีเหลืองอ่อนค่ะ Hydrated ดีค่ะ
- สีเหลืองเข้มค่ะ ขาดน้ำเล็กน้อยค่ะ ดื่มน้ำเพิ่มก่อนวิ่งค่ะ
- สีน้ำตาลหรือส้มเข้มค่ะ ขาดน้ำมากค่ะ ยังไม่ควรวิ่งค่ะ
แนวทางการดื่มน้ำก่อนวิ่งค่ะ
ดื่มน้ำ 500 มล. ทันทีที่ตื่นนอนทุกเช้าค่ะ ไม่ว่าจะวิ่งหรือไม่ก็ตามค่ะ
4 ชั่วโมงก่อนวิ่งค่ะ ดื่มน้ำ 500-600 มล. ค่ะ ถ้าปัสสาวะยังเข้มอยู่ค่ะ ดื่มเพิ่มอีก 200-300 มล. ใน 2 ชั่วโมงถัดมาค่ะ
10-20 นาทีก่อนวิ่งค่ะ ดื่มน้ำ 200-300 มล. เพื่อเติมน้ำสุดท้ายก่อนออกวิ่งค่ะ
การดื่มน้ำระหว่างวิ่งค่ะ
วิ่งไม่เกิน 30 นาทีค่ะ ไม่จำเป็นต้องดื่มระหว่างวิ่งค่ะ ถ้า Hydrated ดีก่อนวิ่งค่ะ
วิ่ง 30-60 นาทีค่ะ ดื่มน้ำ 150-250 มล. ทุก 15-20 นาทีถ้ารู้สึกหิวน้ำค่ะ ไม่จำเป็นต้องดื่มถ้าไม่รู้สึกหิวค่ะ
วิ่งนานกว่า 60 นาทีค่ะ ดื่มน้ำ 150-250 มล. ทุก 15-20 นาทีค่ะ และเพิ่ม Electrolytes เช่น Sports Drink หรือ Salt Tablet ทุก 45-60 นาทีค่ะ
วิ่งนานกว่า 2 ชั่วโมงค่ะ ต้องมีแผน Hydration ที่ชัดเจนค่ะ พิจารณา Sodium Supplementation เพื่อป้องกัน Hyponatremia ค่ะ
ข้อควรระวัง Overhydration ค่ะ
การดื่มน้ำมากเกินไปก็อันตรายค่ะ โดยเฉพาะในการวิ่ง Ultra ค่ะ Hyponatremia หรือโซเดียมในเลือดต่ำค่ะ เกิดจากดื่มน้ำมากเกินไปโดยไม่เพิ่ม Electrolytes ค่ะ อาการคือปวดศีรษะ คลื่นไส้ สับสน และในกรณีรุนแรงอาจถึงแก่ชีวิตได้ค่ะ
ตัวอย่างแผนอาหารสมบูรณ์ตลอดสัปดาห์สำหรับนักวิ่ง
ปุนิ่มออกแบบตัวอย่างสัปดาห์ฝึกวิ่งที่มีโภชนาการครบถ้วนค่ะ สำหรับนักวิ่งที่วิ่ง 4-5 วันต่อสัปดาห์ค่ะ
สมมติแผนการวิ่งสัปดาห์นี้ค่ะ
- จันทร์ Easy Run 6 กม. เช้าค่ะ
- อังคาร พักค่ะ
- พุธ Tempo Run 8 กม. เย็นค่ะ
- พฤหัสบดี Recovery Run 5 กม. เช้าค่ะ
- ศุกร์ Interval 8 กม. เย็นค่ะ
- เสาร์ Long Run 18 กม. เช้าค่ะ
- อาทิตย์ พักหรือวิ่งเบา 4 กม.ค่ะ
วันจันทร์ Easy Run 6 กม. เช้าค่ะ
ก่อนวิ่งค่ะ น้ำ 500 มล. และกล้วยครึ่งลูกค่ะ
หลังวิ่งทันทีค่ะ นมช็อกโกแลตหรือโปรตีนเชคค่ะ
มื้อเช้าหลังวิ่งค่ะ ข้าวต้มไข่พร้อมผักค่ะ แคลอรีประมาณ 350-450 ค่ะ
มื้อกลางวันค่ะ ข้าวสวยพร้อมไก่ย่างและผัดผักค่ะ แคลอรีประมาณ 500-600 ค่ะ
ของว่างบ่ายค่ะ ผลไม้หรือ Oatmeal เล็กน้อยค่ะ
มื้อเย็นค่ะ ข้าวสวยพร้อมปลาและผักค่ะ แคลอรีประมาณ 500-600 ค่ะ
วันพุธ Tempo Run 8 กม. เย็นค่ะ
มื้อเช้าค่ะ ข้าวสวยพร้อมไข่และผักค่ะ แคลอรีประมาณ 400-500 ค่ะ
มื้อกลางวันค่ะ ก๋วยเตี๋ยวน้ำขนาดกลางค่ะ แคลอรีประมาณ 400-500 ค่ะ
ของว่างบ่าย 14.30 น.ค่ะ กล้วยหนึ่งลูกหรือข้าวเหนียวเล็กน้อยค่ะ แคลอรีประมาณ 150-200 ค่ะ
ก่อนวิ่ง 30-45 นาทีค่ะ น้ำ 300 มล. และกาแฟดำ 1 แก้ว ถ้าต้องการ Caffeine Boost ค่ะ
หลังวิ่งค่ะ นมช็อกโกแลตหรือกล้วยและน้ำค่ะ
มื้อเย็นค่ะ ข้าวสวยพร้อมไก่หรือปลาและผักค่ะ แคลอรีประมาณ 550-650 ค่ะ
วันเสาร์ Long Run 18 กม. เช้าค่ะ
คืนวันศุกร์ก่อนนอนค่ะ มื้อเย็นที่มีคาร์โบไฮเดรตสูงค่ะ ข้าวสวยสองถึงสามทัพพีพร้อมไก่ค่ะ
เช้าวันเสาร์ ตื่น 06.00 น.ค่ะ ดื่มน้ำ 500 มล. ทันทีค่ะ
06.00-06.30 น.ค่ะ กินมื้อเช้าค่ะ ข้าวต้มไก่ขนาดกลางค่ะ หรือขนมปังสองแผ่นทาแยมและกล้วยค่ะ แคลอรีประมาณ 350-450 ค่ะ
วิ่งเวลา 09.00-10.00 น. หลังกินสามชั่วโมงค่ะ
ก่อนออกวิ่ง 15 นาทีค่ะ กล้วยครึ่งลูกและน้ำ 200 มล.ค่ะ
ระหว่างวิ่งค่ะ Gel 1 ซองที่กิโลเมตรที่ 7-8 ค่ะ Gel 1 ซองที่กิโลเมตรที่ 14-15 ค่ะ น้ำ 150-200 มล. ทุก 20-25 นาทีค่ะ
หลังวิ่งทันทีค่ะ น้ำมะพร้าว 1 ลูกหรือ Sports Drink ค่ะ กล้วยหนึ่งลูกค่ะ
มื้อฟื้นตัวภายใน 1-2 ชั่วโมงหลังวิ่งค่ะ ข้าวสวยสองทัพพีพร้อมไก่และผักนึ่งค่ะ แคลอรีประมาณ 600-750 ค่ะ
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย และ FAQ ทุกคำถาม
ความเข้าใจผิดที่ 1 – วิ่งท้องว่างเผาไขมันมากกว่าเสมอค่ะ
ผิดบางส่วนค่ะ Fasted Cardio เพิ่ม Fat Oxidation ระหว่างออกกำลังกายจริงค่ะ แต่งานวิจัย Meta-Analysis ที่รวบรวมผลวิจัย 27 ชิ้นพบว่าไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญของการสูญเสียไขมันรวมระหว่าง Fasted และ Fed Cardio ในช่วง 4-6 สัปดาห์ค่ะ เพราะร่างกายชดเชยด้วยการเผาผลาญน้อยลงในส่วนอื่นของวันค่ะ
ความเข้าใจผิดที่ 2 – กิน Sports Gel ทุกชั่วโมงก็พอสำหรับ Marathon ค่ะ
ไม่เพียงพอสำหรับคนส่วนใหญ่ค่ะ Gel ทั่วไปให้คาร์โบไฮเดรต 20-25 กรัมต่อซองค่ะ ในขณะที่ร่างกายต้องการ 45-60 กรัมต่อชั่วโมงค่ะ ต้องกิน Gel 2 ซองต่อชั่วโมงหรือเสริมด้วย Sports Drink ด้วยค่ะ
ความเข้าใจผิดที่ 3 – กินโปรตีนมากก่อนวิ่งจะทำให้แข็งแรงขึ้นค่ะ
ผิดค่ะ โปรตีนย่อยช้าและไม่ใช่แหล่งพลังงานหลักสำหรับการวิ่งค่ะ การกินโปรตีนมากก่อนวิ่งมักทำให้ท้องอืด หนักท้อง และลดประสิทธิภาพค่ะ โปรตีนสำคัญหลังวิ่งค่ะ ไม่ใช่ก่อนวิ่งค่ะ
คำถามที่ 1 – วิ่งตอนเช้าไม่กินอาหารเลย แล้วรู้สึกเวียนหัวทำอย่างไรค่ะ
อาการเวียนหัวระหว่างวิ่งท้องว่างบ่งบอกว่าร่างกายยังไม่ปรับตัวกับ Fasted Training ค่ะ หรือ Blood Sugar ลดต่ำเกินไปค่ะ แนะนำให้ดื่มน้ำกับน้ำผึ้ง 1 ช้อนชาก่อนวิ่งค่ะ ซึ่งให้แคลอรีน้อยมากแต่เพียงพอที่จะป้องกันอาการนี้ค่ะ ถ้ายังเวียนหัวอยู่ค่ะ กินกล้วยครึ่งลูกก่อนวิ่งค่ะ
คำถามที่ 2 – กินอาหารก่อนวิ่งเสร็จแล้วแต่ยังรู้สึกไม่มีแรงระหว่างวิ่งค่ะ เป็นเพราะอะไรค่ะ
สาเหตุที่พบบ่อยค่ะ
- กินอาหารประเภทไม่ถูกค่ะ เช่น ไขมันสูงหรือโปรตีนสูงแทนคาร์โบไฮเดรตค่ะ
- กินช้าเกินไปค่ะ อาหารยังย่อยไม่เสร็จพลังงานยังไม่เข้าถึงกล้ามเนื้อค่ะ
- กินเร็วเกินไปค่ะ น้ำตาลขึ้นแล้วตกก่อนวิ่งค่ะ Reactive Hypoglycemia ค่ะ
- ขาดน้ำค่ะ การขาดน้ำทำให้รู้สึกอ่อนแรงมากค่ะ แม้จะกินอาหารถูกต้องค่ะ
- นอนหลับไม่พอค่ะ ซึ่งส่งผลต่อพลังงานมากกว่าการกินอาหารในหลายกรณีค่ะ
คำถามที่ 3 – ควรกิน Gel ยี่ห้อไหนค่ะ
ปุนิ่มไม่แนะนำยี่ห้อเฉพาะเจาะจงค่ะ แต่แนะนำให้เลือก Gel ที่มีลักษณะดังนี้ค่ะ ให้คาร์โบไฮเดรต 20-30 กรัมต่อซองค่ะ มีโซเดียม 50-100 มก. ต่อซองค่ะ และทดสอบกับระบบย่อยของคุณก่อนในวัน Training ค่ะ Gel บางยี่ห้อทำให้บางคนท้องเสียได้ค่ะ และทุกคนตอบสนองต่างกันค่ะ
คำถามที่ 4 – กินกล้วยก่อนวิ่งแล้วปวดท้องค่ะ
กล้วยแม้จะย่อยง่ายสำหรับคนส่วนใหญ่ค่ะ แต่บางคนไม่ทนต่อ Fructose ในกล้วยได้ดีค่ะ ลองเปลี่ยนเป็นขนมปังขาวทาแยมหรือข้าวเหนียวเล็กน้อยแทนค่ะ หรือลดปริมาณกล้วยลงเหลือครึ่งลูกค่ะ และกินนานขึ้นก่อนวิ่งค่ะ เช่น 90 นาทีแทน 60 นาทีค่ะ
คำถามที่ 5 – กาแฟดำก่อนวิ่งดีไหมค่ะ ต้องระวังอะไรค่ะ
กาแฟดำก่อนวิ่งดีมากค่ะ ถ้าทนต่อคาเฟอีนได้และไม่มีปัญหากระเพาะอาหารค่ะ ดื่มก่อนวิ่ง 45-60 นาทีค่ะ ต้องดื่มน้ำตามเสมอค่ะ เพราะคาเฟอีนมีฤทธิ์ขับปัสสาวะเล็กน้อยค่ะ ไม่ดื่มเกิน 2 แก้วก่อนวิ่งค่ะ และไม่เติมนมหรือครีมมากค่ะ เพราะไขมันอาจทำให้ท้องอืดขณะวิ่งค่ะ
สรุป – โภชนาการก่อนวิ่งที่ถูกต้องคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับนักวิ่งทุกคนค่ะ
ปุนิ่มอยากสรุปด้วยหลักการง่ายๆ สามข้อที่จำได้ตลอดชีวิตค่ะ
ข้อที่ 1 ยิ่งวิ่งนานยิ่งต้องกินมากขึ้นและวางแผนมากขึ้นค่ะ วิ่ง 5K ท้องว่างได้ค่ะ แต่วิ่ง Marathon ต้องกินทั้งก่อน ระหว่าง และหลังวิ่งอย่างวางแผนค่ะ
ข้อที่ 2 คาร์โบไฮเดรตย่อยง่ายคือเชื้อเพลิงหลักก่อนวิ่งค่ะ ไขมันและโปรตีนสำหรับหลังวิ่งค่ะ
ข้อที่ 3 ทดสอบในวัน Training เสมอก่อนนำไปใช้ในวันแข่งค่ะ ร่างกายทุกคนแตกต่างกันค่ะ สูตรที่ดีที่สุดคือสูตรที่ร่างกายของคุณตอบสนองได้ดีที่สุดค่ะ
การกินถูกต้องก่อนวิ่งไม่ได้ทำให้คุณกลายเป็นนักวิ่งที่ดีขึ้นในชั่วข้ามคืนค่ะ แต่มันทำให้ทุก Session มีคุณภาพดีกว่าค่ะ สะสมเป็นความก้าวหน้าที่แท้จริงในระยะยาวค่ะ ปุนิ่มในวัย 45 ปียังคงเรียนรู้และปรับปรุงโภชนาการก่อนวิ่งอยู่ทุกวันค่ะ เพราะรู้ว่ามันคือปัจจัยที่ควบคุมได้ที่ทำให้การวิ่งดีขึ้นได้เสมอค่ะ 💙
โดยทั่วไปแล้วการกินอาหารก่อนวิ่งควรเน้นคาร์โบไฮเดรตที่ย่อยง่าย เช่น กล้วย ขนมปัง หรือข้าว และควรกินก่อนวิ่งประมาณ 1–3 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับปริมาณอาหารและระยะทางที่วิ่ง เพื่อให้ร่างกายมีพลังงานเพียงพอโดยไม่ทำให้รู้สึกจุกหรือหนักท้องขณะวิ่ง
บทความนี้เขียนโดยโค้ชปุนิ่ม มนัสนันท์ อรรถอนุวรรณ สมาร์ทเทรนเนอร์ รุ่นที่ 27 แชมป์ฟิสิคหญิง มิสเตอร์ไทยแลนด์ 2025 ไทยแลนด์โอเพ่นมาสเตอร์เกมส์ 2025 และเปยาปคลาสสิค หลายสมัย ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกกำลังกายและสุขภาพองค์รวมค่ะ
วางแผนเปิดฟิตเนสหรือโครงการ?
ทีมงาน Thaigymstuffs ให้บริการจัดหาและติดตั้งเครื่องออกกำลังกายครบวงจร พร้อมออกแบบตามงบประมาณและพื้นที่
ดูบริการสร้างห้องฟิตเนส



