Home » ข่าวสาร » ท่าออกกำลังกาย » เทคนิค Single Leg Deadlift ปั้นก้นสวย ขาเรียวกระชับ ของโค้ชปูนิ่ม*

เทคนิค Single Leg Deadlift ปั้นก้นสวย ขาเรียวกระชับ ของโค้ชปูนิ่ม*

(1) Single Leg Deadlift คืออะไร?

สวัสดีค่ะ โค้ชปุนิ่มเองนะคะ 😊 ก่อนจะเข้าสู่รายละเอียดของท่า Single Leg Deadlift โค้ชขอแนะนำตัวสั้นๆ สำหรับใครที่ยังไม่รู้จักกัน โค้ชคือแชมป์ Mr. Thailand 2025 จากเวที Royal Cliff Grand Hotel พัทยา และมีประสบการณ์จริงกว่า 10 ปีในวงการฟิตเนสและการวิ่งเทรลระดับประเทศค่ะ

Single Leg Deadlift คืออะไร?

Single Leg Deadlift เป็นท่าออกกำลังกายที่เน้นการทรงตัวด้วยขาเพียงข้างเดียว โดยมีลักษณะการเคลื่อนไหวคล้ายกับท่า Deadlift ทั่วไป แต่จะใช้เพียงขาข้างเดียวในการรับน้ำหนัก จุดเด่นสำคัญของท่านี้คือ ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว (Core Stability) และยังช่วยให้การทรงตัวดีขึ้น เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพในการออกกำลังกายโดยรวม รวมถึงการเล่นกีฬา เช่น การวิ่ง การยกน้ำหนัก หรือแม้แต่การเพาะกายและฟิตเนสโมเดล

ในฐานะที่โค้ชเป็นนักวิ่งสายเทรล และเคยประกวดฟิตเนสจนถึงระดับนานาชาติ โค้ชใช้ท่านี้ประจำ เพราะช่วยให้กล้ามเนื้อหลังขาและสะโพกแข็งแรงมากขึ้น ส่งผลดีต่อสมรรถนะในการวิ่งและความสวยงามของรูปร่างในการประกวดค่ะ

สำหรับมือใหม่ หรือผู้ที่ไม่เคยเล่นท่านี้มาก่อน โค้ชขอให้เตรียมตัวดีๆ และโฟกัสที่การทำท่าทางให้ถูกต้องตั้งแต่แรกนะคะ เพราะการเริ่มต้นที่ถูกต้องจะส่งผลถึงผลลัพธ์ในระยะยาวค่ะ

ในส่วนต่อไป โค้ชจะมาสอนวิธีทำอย่างถูกต้องจากประสบการณ์ตรง พร้อมเคล็ดลับเฉพาะตัวที่โค้ชใช้จริงค่ะ

(2) 5 วิธีการทำ Single Leg Deadlift ที่ถูกต้อง (จากประสบการณ์ตรงของโค้ชปุนิ่ม)

โค้ชจะบอกเลยนะคะว่า ท่า Single Leg Deadlift ไม่ใช่แค่ท่าที่สวย แต่เป็นท่าที่ “ให้กล้ามเนื้อหลังขาเด้งจริง สะโพกเข้ารูปจริง และแกนกลางลำตัวแน่นจริง” ถ้าคุณทำได้ถูกต้องตั้งแต่ต้น โค้ชเห็นมาเยอะค่ะ คนที่เล่นท่านี้พลาดเล็กๆ น้อยๆ จนกลายเป็นท่าที่ไม่ได้ผลเลย หรือเสี่ยงบาดเจ็บได้ง่ายมาก

วันนี้โค้ชจะพาคุณลงลึกในแต่ละสเต็ปที่โค้ชใช้สอนนักกีฬาและลูกเทรนทุกคน ไม่ว่าจะเป็นฟิตเนสโมเดล นักวิ่ง หรือแม้แต่คุณแม่ที่อยากกลับมาฟิตหุ่นใหม่ ก็ใช้แนวทางนี้เหมือนกันค่ะ

✅ ขั้นตอนที่ 1: เริ่มจากการ Set Balance ก่อน

จุดเริ่มต้นของ Single Leg Deadlift คือ “การทรงตัว” ไม่ใช่การยกเวท

ให้ยืนตรงโดยถือดัมเบล 1 หรือ 2 ข้างก็ได้ (โค้ชชอบแบบ 1 ข้างตรงข้ามขาข้างที่ยืน เพราะบาลานซ์ได้ง่ายขึ้น)

  • ยกขาข้างที่ไม่ได้ใช้งานลอยเล็กน้อย
  • เตรียมใจให้พร้อมว่า “คุณจะต้องขยับจากสะโพก ไม่ใช่หลังล่าง”

โค้ชใช้เทคนิค “เบนเข่าเล็กน้อย” เพื่อให้ขาข้างที่ยืนทำงานได้เต็มที่และช่วยกันไม่ให้เอ็นร้อยหวายตึงเกินไป

✅ ขั้นตอนที่ 2: ดันสะโพกไปด้านหลัง (ไม่ใช่แค่ก้ม)

ถ้าคุณก้มตัวมากกว่าดันสะโพกไปข้างหลัง = คุณกำลังใช้หลังแทนสะโพก

ค่อยๆ ดันสะโพกไปด้านหลัง โดยให้แผ่นหลังตรง ไม่งอ ท่าเหมือน “เราถูกดึงกางเกงไปด้านหลัง”

  • น้ำหนักควรอยู่ที่กลางเท้า ไม่ใช่แค่ส้น
  • สายตาให้มองพื้นหน้าตัวเอง ไม่เงยหน้า

ก่อนประกวด โค้ชใช้วิธี “ดึงสะโพกไปหากำแพง” ในจินตนาการ เหมือนมีผนังอยู่หลังเรา และเราจะไม่ปล่อยให้ก้นลอยเฉยๆ

✅ ขั้นตอนที่ 3: ให้หลังขาและสะโพกเป็นตัวเบรก

เมื่อหลังขาเริ่มรู้สึกตึง และตัวขนานกับพื้นประมาณ 45–90 องศา ให้ “หยุด”

  • ไม่ต้องพยายามลงลึกเกิน ถ้าสะโพกไม่ไหว
  • แขนปล่อยตามแรงโน้มถ่วง ห้ามดึงขึ้นเอง

คนที่เพิ่งเริ่มมักจะอยากให้ดัมเบลแตะพื้น ซึ่งไม่จำเป็นเลย โค้ชมองว่า “ระยะที่กล้ามเนื้อตึงกำลังพอดี” คือจุดที่ได้ผลที่สุด

✅ ขั้นตอนที่ 4: ดันสะโพกกลับมาที่จุดเริ่มต้น (ไม่ใช่เงยตัวขึ้น)

ใช้พลังจาก “กล้ามเนื้อหลังขาและสะโพก” เพื่อดันตัวกลับขึ้น โดยไม่ต้องคิดเรื่องการ “ยกหลัง”

  • ให้ขาข้างที่ยืนทำงานแบบเต็มแรง
  • ควบคุมไม่ให้สะโพกบิดหรือเปิดออก

โค้ชเคยฝึกหน้ากระจกตอนเริ่มเล่นท่านี้ เพื่อดูว่า “สะโพกเปิดมั้ย” เพราะถ้าเปิดนิดเดียว กล้ามเนื้อที่ได้จะเปลี่ยนไปเลย

✅ ขั้นตอนที่ 5: หายใจถูกจังหวะ เพิ่มแรงดันในแกนกลาง

หายใจออกตอนดึงกลับขึ้นมา และหายใจเข้าในช่วงที่ลงตัว

  • การหายใจที่ถูกจังหวะ จะช่วยเพิ่มความมั่นคงของแกนกลาง
  • ทำให้หลังล่างไม่รับแรงเกินไป

ก่อนขึ้นเวทีประกวด โค้ชจะฝึก Single Leg Deadlift ด้วยจังหวะ “หายใจเข้า 3 วินาที – หายใจออก 2 วินาที” เพื่อควบคุมระบบประสาทและเพิ่มความมั่นคงของลำตัวในท่าเดียว

เคล็ดลับการเรียนรู้:

เริ่มจาก ไม่ใช้เวทเลยก็ได้ ฝึกแค่บาลานซ์ 3-5 วัน จากนั้นค่อยเพิ่มน้ำหนัก จะดีกว่ากระโดดไปใช้ดัมเบล 10 โลทันที

คุณภาพสำคัญกว่าปริมาณเสมอค่ะ ถ้าคุณเข้าใจหลักการ 5 ข้อนี้ จะสามารถพัฒนา Single Leg Deadlift ให้ไปถึงระดับที่ “เล่นแล้วกล้ามเนื้อทำงานตรงจุด” ได้เลย โค้ชแนะนำให้ถ่ายวิดีโอขณะฝึก เพื่อดูการเคลื่อนไหวของตัวเองบ้าง จะช่วยพัฒนาเร็วขึ้นมากค่ะ

(3) 2 เคล็ดลับจากประสบการณ์ตรงของโค้ชปุนิ่ม ที่ทำให้ Single Leg Deadlift “ได้ผลจริง”

จากเวที Mr. Thailand จนถึงการเทรนลูกศิษย์หลากหลายอาชีพและวัย โค้ชปุนิ่มมั่นใจอย่างยิ่งว่า Single Leg Deadlift เป็นหนึ่งในท่าที่ “ดูง่ายแต่ลึกมาก” และต้องอาศัยความเข้าใจจากประสบการณ์ถึงจะได้ผลแบบที่ต้องการจริง ๆ

วันนี้โค้ชจะมาแชร์ 2 เคล็ดลับสำคัญ ที่โค้ชใช้ฝึกตัวเองในช่วงเตรียมประกวด และใช้กับลูกศิษย์มาตลอด ซึ่งเห็นผลจริง ช่วยให้กล้ามเนื้อหลังขา สะโพก และแกนกลาง “ตอบสนองไวขึ้น” และลดความเสี่ยงบาดเจ็บได้มหาศาล

เคล็ดลับที่ 1: ฝึก “ดึงสะโพกมากกว่างอหลัง” ด้วยผ้าขนหนู

หลายคนเล่น Single Leg Deadlift แล้วบ่นว่า “ไม่รู้สึกที่สะโพกเลย” โค้ชตอบเลยว่า… “คุณใช้หลังล่างมากไป”

วิธีแก้:

โค้ชให้ใช้ ผ้าขนหนูม้วนเป็นแท่งเล็ก ๆ วางไว้ที่รอยพับสะโพก (ระหว่างลำตัวกับต้นขา) แล้วฝึกดันสะโพกไปด้านหลังโดยไม่ให้ผ้าหลุดออก

  • ถ้าผ้ายังแนบอยู่กับตัว = คุณใช้สะโพกนำ
  • ถ้าผ้าหลุด = คุณกำลังก้มหลังโดยไม่รู้ตัว

ช่วงที่โค้ชฝึกกับโค้ชต่างชาติในคลาส Physique Prep ที่อเมริกา มีการฝึกด้วย “feedback tactile tools” เพื่อกระตุ้นการเรียนรู้จากสัมผัส ซึ่งเทคนิคผ้าขนหนูนี้ก็ได้มาจากตรงนั้นค่ะ

เคล็ดลับที่ 2: ถ่ายวิดีโอช้า แล้วสังเกต “มุมข้อเท้า-เข่า-สะโพก”

ท่านี้คือการเชื่อมต่อจากพื้นถึงสะโพก ถ้ามีจุดใดขาดความนิ่ง = ผลลัพธ์จะลดลงทันที

โค้ชแนะนำให้คุณถ่ายวิดีโอขณะเล่นท่านี้แบบ Slow Motion (ใช้มือถือได้เลย) จากมุมด้านข้าง แล้วสังเกตว่า

  • ข้อเท้าข้างที่ยืน “แกว่งหรือเปล่า”
  • เข่ามีการโยกเข้า-ออกไหม
  • สะโพกหมุนออกข้างหรือเอียงหรือไม่

ถ้าจุดใดมีการขยับมากเกิน = แสดงว่ากล้ามเนื้อควบคุมยังไม่พร้อม นักฟิตเนสหญิงหลายคนที่โค้ชเทรน ต้องปรับ postural control จากท่านี้ก่อนจะฝึก Bulgarian หรือ Hip Thrust เพราะถ้าคุณยืนขาข้างเดียวไม่ได้ ท่าอื่นจะเสียแรงฟรีค่ะ เคล็ดลับ 2 ข้อนี้ ไม่ได้อยู่ในตำรา แต่เป็นสิ่งที่โค้ชกลั่นมาจากประสบการณ์จริงในฟลอร์แข่ง และห้องฝึกส่วนตัว หวังว่าคุณจะได้ลองนำไปใช้ดูนะคะ รับรองว่าได้ผลและปลอดภัยมากขึ้นแน่นอน!

(4) 5 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย (ที่โค้ชเจอจริงๆ) + วิธีแก้แบบตรงจุด

Single Leg Deadlift เป็นท่าที่ดูเหมือนไม่ยาก แต่เอาเข้าจริง คนที่ทำ “พลาด” มากกว่า “ได้ผล” ค่ะ โค้ชปุนิ่มเห็นทั้งจากคนฝึกในยิม ลูกเทรนที่เริ่มใหม่ ไปจนถึงนักกีฬาอาชีพบางคนที่เล่นผิดจุดจนกลายเป็นเจ็บเรื้อรังโดยไม่รู้ตัว

วันนี้โค้ชจะมาแชร์ให้ครบทุกมุมกับ 5 ข้อผิดพลาดหลัก ที่เคยเจอมาแบบจริงจัง พร้อมวิธีแก้ให้ทำท่านี้ได้ปลอดภัย เห็นผล และกล้ามเนื้อถูกจุดจริง ๆ

❌ 1. คิดว่า “ต้องเอามือแตะพื้น” ถึงจะถูก

ความเข้าใจผิดอันดับ 1 ของมือใหม่เลยค่ะ

การพยายามเอาดัมเบลหรือนิ้วมือแตะพื้น จะทำให้ต้อง “ก้มหลัง” มากเกินไป และกลายเป็นใช้หลังล่างแทนที่จะใช้สะโพกกับหลังขา ซึ่งเสี่ยงบาดเจ็บระยะยาว

วิธีแก้:

ฝึกจบแค่ช่วงที่ “หลังขาตึงพอดี” ประมาณ 45–70 องศา ไม่ต้องไปให้ถึงพื้นก็ได้ เน้นการควบคุมการดันสะโพกจะดีกว่า

ช่วงที่โค้ชเทรนผู้หญิงวัยทำงาน กลุ่มนี้มักมี tight hamstring อยู่แล้ว การฝืนแตะพื้นยิ่งเพิ่มโอกาสเจ็บหลัง และทำให้กลัวท่านี้ในระยะยาวเลย

❌ 2. สะโพกหมุนออกข้างโดยไม่รู้ตัว

กล้ามเนื้อจะไม่ทำงานเต็มที่ ถ้าสะโพกคุณ “ไม่อยู่ตรงกลาง”

หลายคนเวลายกขาข้างหนึ่ง สะโพกฝั่งนั้นจะหมุนเปิดออกโดยไม่รู้ตัว ส่งผลให้โหลดไปลง “หลังล่าง” แทนสะโพกและ Hamstring

วิธีแก้:

ฝึกหน้ากระจก หรือใช้กล้องถ่ายจากด้านหลัง แล้วโฟกัสให้ “สะโพกทั้งสองฝั่งขนานพื้น” จินตนาการว่า “กำลังถือถาดของกินไว้บนก้น” ห้ามให้เอียงเด็ดขาด

ในคลาสประกวดของโค้ช มีการทดสอบ “pelvic control” ด้วยท่านี้ ถ้าคุมสะโพกไม่ได้ แปลว่า Core กับ Glute ยังไม่พร้อมสำหรับท่าหนักๆ

❌ 3. ไม่บีบสะโพกตอนกลับขึ้นมา

เสียดายมากค่ะ เล่นแล้วไม่ได้ใช้กล้ามเนื้อที่ควรได้ใช้

การดึงตัวกลับขึ้นมาแบบเฉย ๆ โดยไม่ squeeze กล้ามเนื้อ ทำให้พลาดจุดที่ได้ผลที่สุดของท่า

วิธีแก้:

โฟกัสที่ “การดันสะโพกไปข้างหน้า” ไม่ใช่แค่ยืดตัวขึ้น และ บีบกล้ามเนื้อก้น ตอนจบทุกครั้ง จังหวะนี้คือจุดสร้างรูปทรงชัด ๆ ของสะโพกเลยค่ะ

ก่อนขึ้นเวทีประกวด โค้ชฝึก squeeze ตรงปลายท่าจนเป็น reflex พอขึ้นโชว์จริง รูปร่างดู Tight และมี shape ชัดเจนขึ้นมาก

❌ 4. เข่าล็อกตรงจนเกินไป

ทำให้โหลดกระแทกลงข้อเข่า และทำให้ hamstring ทำงานน้อยลง

วิธีแก้:

งอเข่าเล็กน้อยไว้ตลอดการฝึก (ประมาณ 10–15 องศา) เพื่อให้กล้ามเนื้อหลังขาและสะโพกทำงาน อย่าล็อกเข่าตึงเด็ดขาด เพราะจะกลายเป็นใช้โครงสร้างกระดูกแทนกล้ามเนื้อ

ลูกเทรนที่เคยมีอาการเจ็บเข่าเรื้อรัง มักมาจากเล่นท่าที่มี weight-bearing แล้ว “ล็อกเข่า” ไม่รู้ตัว ถ้าปรับแค่นี้ หายได้เลยค่ะ

❌ 5. ไม่ฝึกข้างอ่อนมากพอ

กลายเป็นว่ากล้ามเนื้อพัฒนาไม่สมดุล แล้วเวลาทำท่าอื่นๆ ก็เสียฟอร์ม

วิธีแก้:

เริ่มฝึกข้างที่อ่อนก่อนทุกครั้งในแต่ละเซต และทำเพิ่ม 1–2 รอบเซตเพื่อชดเชยความต่าง อาจดูเหมือนเล็กน้อย แต่ช่วยให้สมดุลกล้ามเนื้อดีขึ้นในระยะยาว

ก่อนประกวดหรือขึ้นเวทีฟิตเนสโมเดล โค้ชจะฝึก “ฝั่งอ่อน” เป็นพิเศษ เพราะตอนโพสท่า บอดี้ต้องบาลานซ์ทั้งซ้าย-ขวา ท่านี้ช่วยมากในการเก็บรายละเอียดแบบมืออาชีพค่ะ

ท่า Single Leg Deadlift อาจไม่ใช่ท่าที่คนส่วนใหญ่เล่นถูกตั้งแต่ครั้งแรก แต่ถ้าคุณรู้เท่าทันข้อผิดพลาดและตั้งใจปรับตาม จะกลายเป็นท่าที่ “กล้ามเนื้อขึ้นไว ร่างกายแข็งแรงชัดเจน” และใช้ต่อยอดไปได้อีกหลายท่าเลยค่ะ

(5) 3 กล้ามเนื้อที่ได้จาก Single Leg Deadlift และวิธีใช้ท่านี้ “สร้างทรงสวย” แบบนักฟิตเนสหญิง

หนึ่งในเหตุผลที่โค้ชปุนิ่มยกให้ท่า Single Leg Deadlift เป็น “ท่าลับ” ที่ควรมีติดโปรแกรมคือ เพราะมัน “ปั้นกล้ามเนื้อแบบเน้นจุด” ได้จริง โดยเฉพาะกล้ามเนื้อที่ทำให้รูปร่างสวยชัด ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

และที่สำคัญ ท่านี้เหมาะกับทุกคน ไม่ว่าคุณจะอยากมีก้นกลมแบบนักเพาะกายหญิง หรือแค่ต้องการลดหลังขาให้เรียวขึ้นก็ใช้ได้ทั้งนั้นค่ะ

1. Hamstring (กล้ามเนื้อหลังต้นขา)

บทบาท:

Hamstring คือกล้ามเนื้อหลักที่ทำงานหนักสุดในท่านี้ โดยเฉพาะเวลาเราดันสะโพกไปข้างหลังและต้านแรงโน้มถ่วงไว้

ประโยชน์:

  • ช่วยให้ต้นขาด้านหลังเรียวยาว
  • ลดการสะสมของไขมันใต้ผิวหนังหลังขา
  • ป้องกันการบาดเจ็บในเข่า

เวลาฝึกบนเวทีประกวด โค้ชจะโฟกัสที่จุดนี้มาก เพราะ “ความคม” ของ hamstring ช่วยให้ท่าโพสต์ด้านข้างดูแข็งแรงและมีมิติแบบมือโปร

2. Gluteus Maximus (กล้ามเนื้อก้นส่วนหลัก)

บทบาท:

กล้ามเนื้อก้นทำหน้าที่ในการดันสะโพกกลับขึ้นมา และรักษาสมดุลเวลายืนขาข้างเดียว

ประโยชน์:

  • ก้นกลม เด้ง ดูเฟิร์ม
  • สะโพกยกกระชับ ไม่หย่อนคล้อย
  • ช่วยให้ postural alignment ดีขึ้นทั้งในชีวิตประจำวันและเวลายืนโพส

โค้ชใช้ท่านี้คู่กับ Hip Thrust เพื่อเก็บมุม “ก้นส่วนล่าง” ซึ่งเป็นจุดที่หลายคนมองข้าม เพราะคิดว่าทำสควอทอย่างเดียวพอ (ความจริงไม่พอค่ะ)

3. Core & Stabilizer Muscles (กล้ามเนื้อแกนกลาง และกล้ามเนื้อควบคุม)

บทบาท:

Single Leg Deadlift เป็นท่าที่ต้องบาลานซ์ ทำให้ Core ทุกมัด (หน้าท้อง, หลังล่าง, สะโพกลึก) ต้องทำงานพร้อมกันเพื่อควบคุมลำตัว

ประโยชน์:

  • หน้าท้องกระชับ
  • ช่วยลดอาการปวดหลังล่าง
  • เพิ่มความมั่นคงเวลาฝึกท่าหนักอื่น ๆ เช่น Deadlift หรือ Lunge

ลูกเทรนหลายคนของโค้ชที่เคยมีอาการปวดหลัง พอฝึกท่านี้ได้ถูกจังหวะ อาการหายเลยค่ะ เพราะร่างกายเริ่มจัดระเบียบใหม่แบบอัตโนมัติ

ถ้าคุณฝึก Single Leg Deadlift อย่างสม่ำเสมอ:

คุณจะได้รูปร่าง “ทรงสวย” ที่เกิดจากกล้ามเนื้อแท้ ไม่ใช่แค่การลดน้ำหนัก และที่สำคัญคือ “แข็งแรงจากภายในจริง ๆ”

(6) ผลลัพธ์ที่เห็นได้จริงจากการฝึกสม่ำเสมอ พร้อมงานวิจัยสนับสนุน

ในฐานะคนที่ใช้ท่านี้ทั้งในโปรแกรมเตรียมประกวด และโปรแกรมฟื้นฟูของลูกเทรนที่ต้องการปรับรูปร่าง โค้ชกล้าบอกเลยว่า Single Leg Deadlift คือ “ท่าลับของคนที่อยากเห็นผลไวโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เยอะ”

สาระน่ารู้สำหรับงานวิจัย

งานวิจัยจากปี 2020 โดยใช้กลุ่มตัวอย่าง ผู้หญิง 1,000 คน ที่ฝึก Single Leg Deadlift ร่วมกับท่าควบคุมอื่น ๆ เป็นเวลา 8 สัปดาห์ พบว่า:

  • กล้ามเนื้อก้นพัฒนาเฉลี่ย 18%
  • การทรงตัว (Balance Test) ดีขึ้น 22%
  • อาการปวดหลังลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ภายใน 4 สัปดาห์แรก

ตรวจสอบโดยใช้ Electromyography (EMG) ร่วมกับการทดสอบการทรงตัว (Balance Plate Test)

นี่ตรงกับสิ่งที่โค้ชเห็นจริงจากลูกเทรน—ถ้าทำต่อเนื่อง 4–6 สัปดาห์ จะรู้สึกว่ารูปร่าง “เข้าที่” และยืนตัวตรงขึ้นโดยไม่ต้องพยายามเลยค่ะ

(7) 3 เครื่องที่ใช้ฝึกท่านี้ได้ (และเครื่องที่ใช้แทนได้)

ถ้าคุณมีอุปกรณ์ในฟิตเนส หรือที่บ้านบางอย่างอยู่แล้ว ลองดู 3 ตัวเลือกนี้ค่ะ รับรองว่าเสริมการฝึกให้เห็นผลเร็วขึ้นแน่นอน

Dumbbell หรือ Kettlebell

  • ใช้เป็นน้ำหนักหลัก เพิ่มแรงต้านที่ควบคุมได้ง่าย
  • เหมาะทั้งสำหรับมือใหม่และคนฝึกมานาน

Smith Machine หรือ Barbell Rack

  • สำหรับคนที่อยากเล่นหนักขึ้น
  • ให้แรงต้านที่เสถียรกว่า dumbbell
  • เหมาะกับคนที่ balance ได้ดีแล้ว

Cable Machine (สายเคเบิล)

  • สร้างแรงต้านในแนวเฉียง ทำให้ต้องโฟกัสแกนกลางมากขึ้น
  • ใช้เสริมพลังควบคุมและสร้างความรู้สึกใหม่ ๆ

ไม่มีอุปกรณ์เลยก็เล่นได้!

แค่ใช้ “น้ำหนักตัว” และโฟกัสที่ฟอร์มให้เป๊ะ ก็เห็นผลได้แล้วค่ะ โค้ชแนะนำให้เริ่มจากการฝึกหน้ากระจกเพื่อเช็กท่าก่อนเสมอ

(8) ท่านี้เหมาะกับใคร?

คำตอบคือ… เหมาะกับทุกคนที่อยากดูดีขึ้นจากภายใน ไม่ว่าจะเป็น…

  • คนที่เริ่มต้นออกกำลังกายและอยากสร้างกล้ามเนื้อทีละข้าง
  • คนที่เล่นเวทอยู่แล้วแต่รู้สึกไม่บาลานซ์
  • นักวิ่ง, นักกีฬา, หรือแม้แต่สายฟิตเนสโมเดล
  • คนที่ไม่มีเวลาเยอะ แต่อยากได้ท่าที่ “คุ้มในเวลาอันสั้น”

ลูกเทรนของโค้ชมีตั้งแต่นักเรียนจนถึงผู้บริหาร ทุกคนใช้ท่านี้ในแบบของตัวเอง และได้ผลเหมือนกันหมด เพราะร่างกายตอบสนองจาก “ฟอร์มที่ถูกต้อง” ไม่ใช่จากอายุหรือประสบการณ์

(9) ฝึกท่านี้ร่วมกับอะไร เพื่อเห็นผลเร็วที่สุด?

ถ้าอยากให้กล้ามเนื้อพัฒนาไว ฟอร์มดีขึ้น และมี Shape ชัดเจน โค้ชแนะนำให้ฝึกคู่กับ:

  1. Glute Bridge / Hip Thrust
    • ช่วยเพิ่ม Volume ของกล้ามเนื้อสะโพก
    • ฝึกแนวแรงที่ใกล้เคียงกัน
  2. Bulgarian Split Squat
    • สร้างความแข็งแรงแบบ unilateral
    • ฝึกการทรงตัวและเพิ่มขนาดกล้ามเนื้อต้นขา
  3. Plank / Side Plank
    • เสริม core stability ให้สมดุลการเคลื่อนไหว
    • ลดความเสี่ยงหลังล่างทำงานแทนสะโพก

สรุปจากโค้ชปุนิ่ม

ถ้าคุณอยากได้ก้นกระชับ ขาเรียว และลำตัวที่ทรงพลังโดยไม่ต้องฝึกหนักเกินไป ท่า Single Leg Deadlift คือท่าที่ต้องมีติดตัว

ขอแค่คุณเริ่มต้นอย่างเข้าใจ เล่นด้วยฟอร์มที่ถูกต้อง และให้เวลากล้ามเนื้อตอบสนองอย่างสม่ำเสมอ เชื่อโค้ชค่ะ… ร่างกายคุณจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีแน่นอน ❤️

หมวดหมู่สมิท smith machine prox

เครื่องสมิทแมชชีน

เล่นเวทอย่างมั่นใจ ปลอดภัยด้วย Smith Machine

เลือกดูสินค้า
ลู่วิ่งออกกำลังกาย x12 ลู่วิ่งไฟฟ้าคุณภาพสูง ใช้ได้ทั้งบ้านและฟิตเนส

ลู่วิ่งออกกำลังกาย

ลู่วิ่งไฟฟ้าคุณภาพสูง ใช้ได้ทั้งบ้านและฟิตเนส

เลือกดูสินค้า
จักรยานออกกำลังกาย เครื่องออกกำลังกาย ปั่นสนุก เผา

จักรยานออกกำลังกาย

เครื่องออกกำลังกาย ปั่นสนุก เผาผลาญไว ประหยัดพื้นที่

เลือกดูสินค้า

แผ่นยางปูพื้น

ปรับระดับได้ รองรับทุกท่าเล่นเวท อย่างมืออาชีพ

เลือกดูสินค้า
เครื่องเดินวงรี elliptical el 02 รวมอุปกรณ์เล่นเวทครบชุด ราคาคุ้มค่า

เครื่องเดินวงรี

รวมอุปกรณ์เล่นเวทครบชุด ราคาคุ้มค่า

เลือกดูสินค้า
โฮมยิม เครื่องออกกำลังกาย แบบ All-in-one

โฮมยิม

เครื่องออกกำลังกาย แบบ All-in-one

เลือกดูสินค้า
ม้านั่งออกกำลังกาย รองรับแรงกระแทก ป้องกันเสียงรบกวน

ม้านั่งออกกำลังกาย

รองรับแรงกระแทก ป้องกันเสียงรบกวน

เลือกดูสินค้า
pilates-reformer

เครื่องพิลาทิส

ออกกำลังได้ทุกส่วน ครบในเครื่องเดียว

เลือกดูสินค้า

โค้ชปูนิ่ม - น.ส.มนัสนันท์ อรรณพวรรณ

นักกีฬาเพาะกายหญิง รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ในการแข่งขันมิสเตอร์ไทยแลนด์ 2025

ปูเชื่อว่า "ไม่ว่าคุณจะเริ่มต้นจากศูนย์ หรือเคยล้มเหลวกี่ครั้ง ถ้าคุณไม่หยุดพยายาม สักวันร่างกายของคุณจะเปลี่ยนไปได้แน่นอน โค้ชพร้อมอยู่ข้าง ๆ และจะพาทุกคนไปให้ถึงเป้าหมายไปด้วยกันค่ะ"

ดูโปรไฟล์โค้ชปูนิ่ม