อกที่หนาและนูนไม่ได้มาจากการกด Bench Press หนักๆ เพียงอย่างเดียวค่ะ แต่มาจากการเลือกท่าให้ครบทุกมุม การกระตุ้นกล้ามเนื้อให้ถูกส่วน และการฝึกอย่างสม่ำเสมอในระยะยาว
ปุนิ่มเจอคำถามนี้บ่อยมากค่ะ ทั้งจากคนที่เพิ่งเริ่มออกกำลังกายและคนที่เล่นมาหลายปีแล้วแต่อกยังไม่พัฒนา ปัญหาส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ที่ความขยัน แต่อยู่ที่การเลือกท่าไม่ครบ และไม่เข้าใจว่ากล้ามเนื้ออกแต่ละส่วนต้องการมุมการฝึกที่ต่างกัน
กล้ามเนื้ออกเป็นกล้ามเนื้อมัดใหญ่ที่ตอบสนองต่อแรงกระตุ้นได้ดีมาก หากฝึกถูกวิธีจะเห็นผลชัดทั้งความหนา ความกว้าง และรูปทรงของช่วงบน บทความนี้ปุนิ่มรวบรวม 10 ท่าเล่นอกที่ได้ผลจริง ครอบคลุมอกส่วนบน ส่วนกลาง และส่วนล่าง พร้อมเทคนิคจากประสบการณ์จริงที่ช่วยให้หลายคนพัฒนาอกได้แม้เคยติด Plateau มานาน
ไม่ว่าคุณจะฝึกที่บ้านหรือฟิตเนส ท่าเหล่านี้สามารถนำไปใช้สร้างอกที่แข็งแรง สมส่วน และมีมิติได้จริงค่ะ 💪
กล้ามเนื้ออกทำงานอย่างไร และทำไมต้องฝึกหลายท่า?
vectormine.com yourhousefitness.com athleanx.com
กล้ามเนื้ออกแบ่งออกเป็น 3 ส่วนค่ะ และแต่ละส่วนตอบสนองต่อมุมการฝึกที่ต่างกัน นั่นคือเหตุผลที่ท่าเดียวไม่เพียงพอสำหรับอกที่สมบูรณ์
กล้ามเนื้อหลักที่ทำงานเมื่อเราเล่นอกคือ Pectoralis Major ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ส่วนได้แก่ส่วนบน (Clavicular Head) ที่ตอบสนองดีที่สุดกับท่าที่ใช้มุมเอียงขึ้น เช่น Incline Press ส่วนกลาง (Sternal Head) ที่ตอบสนองกับท่า Flat และส่วนล่าง (Costal Head) ที่ต้องการท่าเอียงลงอย่าง Decline Press หรือ Dip ค่ะ
นอกจากนี้ยังมี Pectoralis Minor ที่อยู่ลึกลงไปใต้มัดใหญ่ ทำหน้าที่พยุงไหล่และสะบัก ซึ่งถ้าแข็งแรงจะช่วยให้ท่าทางดีขึ้นและลดความเสี่ยงบาดเจ็บไหล่ได้ด้วยค่ะ
ปุนิ่มอยากให้ทุกคนเข้าใจหลักการนี้ก่อนเลยค่ะ เพราะคนส่วนใหญ่ที่เล่นอกมาหลายปีแต่อกยังไม่โตมักติดอยู่กับท่า Flat Bench Press ท่าเดียว ซึ่งกระตุ้นได้แค่อกส่วนกลางเป็นหลัก ส่วนบนและส่วนล่างไม่ได้รับการพัฒนาเลย ผลคืออกดูแบนและไม่มีมิติค่ะ
ก่อนเล่นอกต้องรู้อะไรบ้าง?
kettlebellsworkouts.comcrackyl.compinterest.com
คนส่วนใหญ่รีบเข้าท่าหนักทันทีโดยไม่ Warm Up ไม่เข้าใจ Mind-Muscle Connection และไม่รู้จัก Progressive Overload นี่คือสาเหตุหลักที่ทำให้เล่นอกมาหลายปีแต่ไม่โตค่ะ
สิ่งแรกที่ต้องทำก่อนเล่นอกทุกครั้งคือ Warm Up ค่ะ ปุนิ่มแนะนำให้หมุนไหล่ไปข้างหน้าและข้างหลัง 10 รอบ ตามด้วย Push Up เบาๆ 15 ครั้ง 2 เซต ใช้เวลาแค่ 5 นาทีแต่ป้องกันการบาดเจ็บไหล่และข้อศอกได้มากค่ะ เพราะข้อไหล่เป็นข้อที่บาดเจ็บได้ง่ายที่สุดในการเล่นอก
สิ่งที่สองคือ Mind-Muscle Connection ซึ่งปุนิ่มถือว่าสำคัญที่สุดค่ะ หลายคนเล่น Bench Press โดยโฟกัสแค่การดันน้ำหนักขึ้น แต่ไม่ได้โฟกัสที่การบีบอกเลย ผลคือกล้ามเนื้อไหล่และ Triceps ทำงานแทนอก ลองทดสอบง่ายๆ ตอนนี้เลยค่ะ ยกมือสองข้างขึ้นและกดฝ่ามือเข้าหากันแน่นๆ รู้สึกถึงการบีบที่อกไหม? นั่นแหละคือความรู้สึกที่ต้องการตลอดทุกครั้งที่เล่นอกค่ะ
สิ่งที่สามคือ Progressive Overload ค่ะ กล้ามเนื้อจะโตได้ก็ต่อเมื่อได้รับแรงกระตุ้นที่มากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าเล่นน้ำหนักเดิมจำนวนครั้งเดิมมาหลายเดือน กล้ามเนื้อก็จะหยุดโต ปุนิ่มแนะนำให้เพิ่มน้ำหนักทีละ 2.5-5 กิโลกรัมทุก 2 สัปดาห์ หรือเพิ่มจำนวนครั้งขึ้น 2 ครั้งต่อเซตทุกสัปดาห์ค่ะ
10 ท่าเล่นอกที่ได้ผลจริง
10 ท่านี้ปุนิ่มเลือกมาให้ครอบคลุมอกทุกส่วนค่ะ ทั้งส่วนบน กลาง และล่าง มีทั้งท่าที่ใช้บาร์เบล ดัมเบล และท่าที่ไม่ต้องใช้อุปกรณ์เลย
ท่าที่ 1: Barbell Flat Bench Press
ar.inspiredpencil.comanimalia-life.clubcrumbsontheweb.com
Bench Press คือราชาของท่าเล่นอกค่ะ เป็นท่าที่กระตุ้นกล้ามเนื้ออกส่วนกลางได้หนักและครอบคลุมที่สุด และเป็นท่าที่วัดความแข็งแกร่งของนักกีฬาฟิตเนสทั่วโลก
กล้ามเนื้อที่ทำงานหลัก: Pectoralis Major ส่วนกลาง, ไหล่ส่วนหน้า, Triceps
Bench Press เป็นท่าที่ปุนิ่มใช้เป็นท่าหลักในการเตรียมตัวตลอดค่ะ เพราะให้ผลชัดที่สุดในการสร้างความหนาและความกว้างของอกส่วนกลาง จุดที่คนทำผิดบ่อยที่สุดคือกางข้อศอกออก 90 องศา ซึ่งทำให้ไหล่รับแรงแทนอกและเสี่ยงบาดเจ็บสูงมากค่ะ
วิธีทำ
- นอนหงายบนม้า Flat Bench หลังแนบพนักพิง เท้าวางราบกับพื้นมั่นคง
- จับบาร์กว้างกว่าไหล่เล็กน้อย นิ้วโป้งล็อครอบบาร์เสมอ ห้ามจับแบบ Thumbless Grip เด็ดขาดค่ะ
- ดึงสะบักเข้าหากันและกดลงกับม้าก่อนยกบาร์ออกจาก Rack สร้าง Arch หลังเล็กน้อยตามธรรมชาติ
- ลดบาร์ลงช้าๆ ให้แตะกลางอกเบาๆ ข้อศอกทำมุม 45-75 องศากับลำตัว
- หายใจเข้าตอนลดบาร์ลง หายใจออกพร้อมดันบาร์ขึ้นโดยบีบอกให้แน่น
- ดันขึ้นจนแขนเกือบเหยียดตรงแต่ไม่ Lock ข้อศอกสนิท
- ทำ 4 เซต เซตละ 8-12 ครั้ง พัก 90 วินาทีระหว่างเซต
Tip จากปุนิ่ม: ลองจินตนาการว่ากำลังงอบาร์ให้โค้งเข้าหาตัวเองในขณะดันขึ้นค่ะ เทคนิคนี้ช่วยให้กล้ามเนื้ออกบีบแน่นขึ้นโดยอัตโนมัติและลดแรงกดที่ไหล่ลงได้มากเลยค่ะ
ท่าที่ 2: Incline Dumbbell Press
fity.clubbodybuildingmealplan.comanimalia-life.club
อกส่วนบนคือส่วนที่คนส่วนใหญ่ขาดมากที่สุดค่ะ เพราะ Flat Bench ไม่ได้กระตุ้นส่วนนี้โดยตรง Incline Dumbbell Press คือคำตอบที่ดีที่สุด
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : Incline Dumbbell Press ท่าปั้นอกบนสวย
กล้ามเนื้อที่ทำงานหลัก: Pectoralis Major ส่วนบน, ไหล่ส่วนหน้า, Triceps
ปุนิ่มชอบท่านี้เป็นพิเศษเพราะการใช้ดัมเบลแทนบาร์เบลทำให้แต่ละข้างทำงานอิสระจากกัน ช่วยแก้ปัญหากล้ามเนื้อสองข้างไม่เท่ากันได้ดีมากค่ะ และ Range of Motion ก็กว้างกว่า Barbell Incline Press ด้วย
วิธีทำ
- ปรับม้า Incline ที่มุม 30-45 องศา อย่าเกิน 45 องศาเพราะจะกลายเป็นท่าไหล่แทนค่ะ
- นั่งบนม้า จับดัมเบลข้างละหนึ่ง วางไว้บนต้นขาก่อน
- เอนหลังลงพร้อมกับยกดัมเบลขึ้นมาอยู่ระดับอกส่วนบน ข้อศอกทำมุม 45-75 องศา
- ดึงสะบักเข้าหากันและกดลงกับม้าก่อนเริ่มดัน
- ดันดัมเบลขึ้นพร้อมกันโดยบีบอกส่วนบน หายใจออกพร้อมดัน
- ที่จุดสูงสุดให้ดัมเบลเกือบชนกันแต่ไม่ต้องชนจริงๆ บีบอกค้างไว้ 1 วินาที
- ลดลงช้าๆ ควบคุมน้ำหนักตลอด รู้สึกถึงการยืดของอกส่วนบน
- ทำ 4 เซต เซตละ 10-12 ครั้ง พัก 75 วินาที
Tip จากปุนิ่ม: มุมที่เหมาะที่สุดสำหรับอกส่วนบนคือ 30-35 องศาค่ะ ไม่ใช่ 45 องศาอย่างที่หลายคนคิด เพราะ 45 องศาขึ้นไปจะเริ่มดึงไหล่เข้ามาทำงานมากขึ้นแทนค่ะ
ท่าที่ 3: Push Up
weighteasyloss.comfitnessvolt.combodybuilding-wizard.com
Push Up ไม่ใช่แค่ท่าสำหรับมือใหม่ค่ะ ถ้าทำถูกวิธีและปรับให้ยากขึ้น มันให้ผลดีพอๆ กับ Bench Press เลยทีเดียว
กล้ามเนื้อที่ทำงานหลัก: Pectoralis Major ส่วนกลาง, ไหล่ส่วนหน้า, Triceps, Core
Push Up คือท่าที่ปุนิ่มแนะนำให้ทุกคนทำได้เลยแม้ไม่มีอุปกรณ์ค่ะ และความจริงที่คนไม่รู้คือ Push Up ที่ทำถูกวิธีนั้นยากกว่า Bench Press มากเพราะต้องใช้ Core และกล้ามเนื้อทั้งตัวในการรักษาสมดุลด้วย
วิธีทำ
- วางมือบนพื้นกว้างกว่าไหล่เล็กน้อย นิ้วชี้ชี้ตรงไปข้างหน้าหรือเอียงออกเล็กน้อย
- เหยียดขาตรง ลำตัวตรงเหมือนกระดานจากศีรษะถึงส้นเท้า บีบ Core และก้นให้แน่น
- ลดลำตัวลงช้าๆ โดยให้ข้อศอกทำมุม 45-75 องศากับลำตัว ไม่ใช่กางออก 90 องศา
- ลดลงจนอกเกือบแตะพื้น รู้สึกถึงการยืดของอก
- ดันขึ้นโดยบีบอกให้แน่น หายใจออกพร้อมดันขึ้น
- ที่จุดสูงสุดให้ยื่นสะบักออกไปด้านหน้าเล็กน้อย เพื่อกระตุ้น Serratus Anterior ด้วยค่ะ
- ทำ 4 เซต เซตละ 15-20 ครั้ง หรือทำจนหมดแรง พัก 60 วินาที
Tip จากปุนิ่ม: ถ้า Push Up ธรรมดาง่ายเกินไปแล้ว ให้ลองวางเท้าบนโซฟาหรือเก้าอี้เพื่อเพิ่มแรงกดที่อกส่วนบน หรือลองทำแบบ Slow Eccentric คือลงช้า 4 วินาทีแล้วดันขึ้นเร็วค่ะ ความยากจะเพิ่มขึ้นทันที
ท่าที่ 4: Cable Crossover
storage.googleapis.comblog.myarsenalstrength.comfitbod.me
Cable Crossover คือท่าที่ดีที่สุดสำหรับการสร้าง Definition และความชัดของกล้ามเนื้ออกค่ะ เพราะมันรักษาแรงตึงในกล้ามเนื้อได้ตลอด Range of Motion ทั้งหมด
กล้ามเนื้อที่ทำงานหลัก: Pectoralis Major ทุกส่วน โดยเฉพาะส่วนกลาง, Serratus Anterior
สิ่งที่ทำให้ Cable Crossover พิเศษกว่าท่า Fly ด้วยดัมเบลคือแรงตึงที่สม่ำเสมอตลอดการเคลื่อนไหวค่ะ ดัมเบล Fly จะหมดแรงตึงตอนมือขึ้นมาอยู่บนสุด แต่ Cable จะรักษาแรงตึงไว้ได้ตลอดจนถึงจุดที่มือไขว้กันค่ะ
วิธีทำ
- ตั้งพูลลี่ทั้งสองข้างให้อยู่ในระดับสูงกว่าศีรษะ จับมือจับและยืนตรงกลาง
- ก้าวเท้าหนึ่งข้างไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อทรงตัว เอนตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย
- แขนเหยียดออกข้างลำตัว งอข้อศอกเล็กน้อยตลอดการเคลื่อนไหว ไม่ต้องเหยียดตรงสนิทค่ะ
- ดึงมือทั้งสองมาบรรจบกันตรงกลางหน้าท้องหรือหน้าอก บีบอกให้แน่นที่สุดตอนมือมาชนกัน
- ค้างบีบไว้ 1 วินาทีที่จุดไขว้ รู้สึกถึงการบีบที่กลางอก
- กลับช้าๆ ควบคุมแรงตึงตลอด อย่าปล่อยให้น้ำหนักดึงแขนกลับเร็วเกินไป
- ทำ 3 เซต เซตละ 12-15 ครั้ง พัก 60 วินาที
Tip จากปุนิ่ม: ปรับระดับพูลลี่ได้เพื่อเน้นคนละส่วนค่ะ ถ้าพูลลี่อยู่สูงและดึงลงจะโดนอกส่วนล่าง ถ้าพูลลี่อยู่ต่ำและดึงขึ้นจะโดนอกส่วนบนมากขึ้น
ท่าที่ 5: Decline Bench Press
healthendure.compinterest.atfitsportai.com
อกส่วนล่างคือส่วนที่ทำให้อกดูมีมิติและสมบูรณ์ค่ะ และ Decline Press คือท่าที่กระตุ้นส่วนนี้ได้ตรงและหนักที่สุด
กล้ามเนื้อที่ทำงานหลัก: Pectoralis Major ส่วนล่าง, Triceps, ไหล่ส่วนหน้าเล็กน้อย
หลายคนข้ามท่านี้ไปเพราะคิดว่าไม่จำเป็น แต่ปุนิ่มบอกเลยค่ะว่าถ้าอยากได้อกที่สมบูรณ์และมีขอบล่างชัดเจน ท่านี้ขาดไม่ได้เลย และข้อดีที่คนไม่รู้คือ Decline Press กดแรงกดที่ไหล่น้อยกว่า Flat Press มากค่ะ เหมาะมากสำหรับคนที่มีปัญหาไหล่
วิธีทำ
- ปรับม้า Decline ที่มุม 15-30 องศา ล็อคขาเข้ากับที่รองขาให้มั่นคง
- จับบาร์กว้างกว่าไหล่เล็กน้อย ดึงสะบักเข้าหากันและกดลงกับม้า
- ยกบาร์ออกจาก Rack และลดลงช้าๆ ไปยังอกส่วนล่างใกล้ชายโครง
- ข้อศอกทำมุม 45-75 องศากับลำตัวเช่นเดิมค่ะ
- ดันขึ้นโดยบีบอกส่วนล่างให้แน่น หายใจออกพร้อมดัน
- ทำ 4 เซต เซตละ 8-12 ครั้ง พัก 90 วินาที
Tip จากปุนิ่ม: ถ้าไม่มีม้า Decline ที่ยิม ใช้ Push Up แบบเท้าพาดโซฟาแทนได้เลยค่ะ ให้ผลใกล้เคียงกันมากและทำได้ที่บ้านเลย
ท่าที่ 6: Dumbbell Fly
ar.inspiredpencil.comdecorbench.web.appworkoutlabs.com
ท่า Dumbbell Fly คือท่าที่ยืดกล้ามเนื้ออกได้มากที่สุดค่ะ และการยืดในขณะที่กล้ามเนื้ออยู่ใต้แรงตึงคือสิ่งกระตุ้นที่ทรงพลังที่สุดสำหรับการสร้างกล้ามเนื้อ
กล้ามเนื้อที่ทำงานหลัก: Pectoralis Major ส่วนกลาง, Pectoralis Minor, Serratus Anterior
ท่านี้ต้องใช้น้ำหนักเบากว่า Press มากนะคะ เพราะข้อไหล่รับแรงในมุมที่เสี่ยงต่อการบาดเจ็บถ้าน้ำหนักหนักเกินไป ปุนิ่มแนะนำให้เริ่มจากน้ำหนักที่เบากว่า Press ราว 40-50% ก่อนค่ะ
วิธีทำ
- นอนหงายบน Flat Bench จับดัมเบลข้างละหนึ่ง ยกขึ้นเหนืออกแขนเกือบเหยียดตรง
- หมุนข้อมือให้หน้ามือหันเข้าหากัน งอข้อศอกเล็กน้อยตลอดท่า ไม่ต้องเหยียดตรงสนิท
- ค่อยๆ กางแขนออกทั้งสองข้างพร้อมกันเป็นวงโค้ง เหมือนโอบกอดต้นไม้ใหญ่ค่ะ
- ลดลงจนรู้สึกถึงการยืดที่อกอย่างชัดเจน แต่ไม่เจ็บค่ะ ถ้าเจ็บแสดงว่าลดต่ำเกินไปหรือหนักเกินไป
- ดึงแขนกลับขึ้นเป็นวงโค้งเดิม บีบอกให้แน่นที่จุดสูงสุด
- ทำ 3 เซต เซตละ 12-15 ครั้ง พัก 60 วินาที
Tip จากปุนิ่ม: ท่านี้ต้องโฟกัสที่การยืดและบีบอกมากกว่าการยกน้ำหนักขึ้นลงค่ะ ถ้ารู้สึกว่าเหนื่อยที่ไหล่มากกว่าอก แสดงว่าหนักเกินไปหรือช้อนข้อศอกเกินไป
ท่าที่ 7: Chest Dip
storage.googleapis.comstorage.googleapis.comanytimefitness.com
Chest Dip คือท่าที่กระตุ้นอกส่วนล่างได้ดีมากและใช้น้ำหนักตัวเป็นแรงต้านค่ะ ถ้าทำได้ถูกวิธีจะให้ผลดีกว่า Decline Press ในหลายๆ ด้าน
กล้ามเนื้อที่ทำงานหลัก: Pectoralis Major ส่วนล่าง, Triceps, ไหล่ส่วนหน้า
ความแตกต่างระหว่าง Chest Dip กับ Tricep Dip อยู่ที่มุมของลำตัวค่ะ Chest Dip ต้องเอนตัวไปข้างหน้าเพื่อให้อกรับแรงแทน Triceps ถ้าลำตัวตั้งตรงจะกลายเป็นท่า Tricep แทนทันที
วิธีทำ
- จับบาร์ Dip ทั้งสองข้าง ยืดแขนขึ้นพยุงน้ำหนักตัว
- เอนตัวไปข้างหน้าประมาณ 30-45 องศา นี่คือกุญแจสำคัญของท่านี้ค่ะ
- งอเข่าเล็กน้อยและไขว้ขาไว้ด้านหลัง
- ลดตัวลงช้าๆ จนข้อศอกทำมุม 90 องศา รู้สึกถึงการยืดที่อกส่วนล่าง
- ดันขึ้นโดยบีบอกส่วนล่างให้แน่น หายใจออกพร้อมดัน
- อย่า Lock ข้อศอกที่จุดสูงสุด
- ทำ 3 เซต เซตละ 10-15 ครั้ง พัก 75 วินาที
Tip จากปุนิ่ม: ถ้าทำ Dip ด้วยน้ำหนักตัวได้มากกว่า 15 ครั้งแล้วค่ะ ให้ลองแขวน Dip Belt ใส่แผ่นน้ำหนักเพิ่มเพื่อ Progressive Overload ต่อไปได้เลย
ท่าที่ 8: Pec Deck Machine
fitnessprogramer.comathlemove.comfitnessprogramer.com
Pec Deck คือท่าที่ดีที่สุดสำหรับการ Isolate กล้ามเนื้ออกโดยไม่ให้ไหล่และ Triceps เข้ามาช่วยค่ะ เหมาะมากสำหรับใช้เป็นท่าสุดท้ายของการฝึกอกเพื่อ Burn Out กล้ามเนื้อให้หมดแรง
กล้ามเนื้อที่ทำงานหลัก: Pectoralis Major ส่วนกลาง, Pectoralis Minor
เครื่อง Pec Deck ออกแบบมาให้กล้ามเนื้ออกทำงานใน Pattern ที่เป็นธรรมชาติที่สุดค่ะ คือการกางและหุบแขน ซึ่งตรงกับการทำงานหลักของ Pectoralis Major เลย
วิธีทำ
- ปรับที่นั่งให้ข้อศอกอยู่ระดับเดียวกับไหล่หรือต่ำกว่าเล็กน้อย
- วางแขนบนที่รองแขน มือจับมือจับ ข้อศอกงอประมาณ 90 องศา
- กดสะบักลงและเข้าหากันก่อนเริ่มดัน
- ดันแขนมาบรรจบกันตรงหน้าอกโดยใช้กล้ามเนื้ออกดึง ไม่ใช่แขน
- บีบอกให้แน่นที่สุดตอนแขนมาชนกัน ค้างไว้ 2 วินาที
- กลับช้าๆ รู้สึกถึงการยืดที่อก แต่ไม่ต้องเปิดกว้างจนเกินไปนะคะ
- ทำ 3 เซต เซตละ 15 ครั้ง พัก 60 วินาที
Tip จากปุนิ่ม: ท่านี้เหมาะมากสำหรับ Drop Set ค่ะ คือพอทำจนหมดแรงที่น้ำหนักหนึ่ง ให้ลดน้ำหนักลงทันทีแล้วทำต่อจนหมดแรงอีกครั้ง ทำแบบนี้ 3 รอบติดกัน กล้ามเนื้ออกจะ Burn อย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะ
ท่าที่ 9: Wide Push Up
fitliferegime.comfitliferegime.commybodycreator.com
Wide Push Up คือ Push Up ที่เน้นกล้ามเนื้ออกส่วนกลางและส่วนนอกมากขึ้นค่ะ เหมาะมากสำหรับทำที่บ้านเพื่อเพิ่มความกว้างของอก
กล้ามเนื้อที่ทำงานหลัก: Pectoralis Major ส่วนกลางและส่วนนอก, ไหล่ส่วนหน้า, Core
การกางมือออกกว้างกว่า Push Up ปกติทำให้ Range of Motion ของอกสั้นลงแต่แรงกดที่กล้ามเนื้ออกมากขึ้นค่ะ เพราะแขนอยู่ในมุมที่ Triceps ช่วยได้น้อยลง กล้ามเนื้ออกจึงต้องทำงานหนักขึ้นโดยตรง
วิธีทำ
- วางมือบนพื้นกว้างกว่าไหล่ประมาณ 1.5 เท่า นิ้วชี้ชี้ตรงหรือเอียงออกเล็กน้อย
- เหยียดขาตรง ลำตัวตรงเหมือนกระดาน บีบ Core และก้น
- ลดลำตัวลงช้าๆ โดยให้ข้อศอกกางออกตามธรรมชาติมากกว่า Push Up ปกติ
- ลดลงจนอกเกือบแตะพื้น รู้สึกถึงการยืดที่อกส่วนนอก
- ดันขึ้นโดยบีบอกให้แน่น หายใจออกพร้อมดัน
- ทำ 4 เซต เซตละ 15-20 ครั้ง พัก 60 วินาที
Tip จากปุนิ่ม: ลองทำ Wide Push Up บน Push Up Handle หรือใช้ดัมเบลวางบนพื้นแทนมือได้ค่ะ วิธีนี้จะเพิ่ม Range of Motion ให้กว้างขึ้นอีกและกระตุ้นอกได้ดีกว่าการวางมือบนพื้นธรรมดา
ท่าที่ 10: Single Arm Dumbbell Press
weighttraining.guidear.inspiredpencil.comwellness52.com
Single Arm Dumbbell Press คือท่าที่คนมักมองข้ามค่ะ แต่ปุนิ่มถือว่านี่คือท่าที่ดีที่สุดสำหรับการแก้ปัญหาอกสองข้างไม่เท่ากัน และเพิ่ม Core Stability ไปพร้อมกันในท่าเดียว
กล้ามเนื้อที่ทำงานหลัก: Pectoralis Major ส่วนกลาง, Core, กล้ามเนื้อรักษาสมดุล
การใช้ดัมเบลข้างเดียวทำให้ร่างกายต้องต้านแรงบิดตัวตลอดเวลา กล้ามเนื้อ Core และกล้ามเนื้อรักษาสมดุลจึงทำงานหนักขึ้นมากค่ะ และเพราะแต่ละข้างทำงานอิสระจากกัน ข้างที่อ่อนแอกว่าจะถูกบังคับให้ทำงานเต็มที่โดยไม่มีข้างที่แข็งแกร่งกว่ามาช่วย
วิธีทำ
- นอนหงายบน Flat Bench จับดัมเบลแค่ข้างเดียว แขนอีกข้างวางราบข้างลำตัวหรือยกขึ้น
- ยกดัมเบลขึ้นเหนืออก แขนเกือบเหยียดตรง มือหันเข้าหาลำตัวหรือหันออกตามถนัด
- บีบ Core ให้แน่นตลอดเพื่อต้านแรงบิดตัว
- ลดดัมเบลลงช้าๆ ข้อศอกทำมุม 45-75 องศา รู้สึกถึงการยืดที่อกข้างที่กำลังทำ
- ดันขึ้นโดยบีบอกให้แน่น หายใจออกพร้อมดัน
- ทำครบแล้วสลับข้าง นับเป็น 1 เซตเมื่อทำครบทั้งสองข้าง
- ทำ 3 เซต เซตละ 10-12 ครั้งต่อข้าง พัก 75 วินาที
Tip จากปุนิ่ม: ถ้ารู้สึกว่าลำตัวบิดหรือม้วนไปด้านที่กำลังกดอยู่ แสดงว่า Core ยังไม่แข็งแรงพอหรือน้ำหนักหนักเกินไปค่ะ ให้ลดน้ำหนักลงก่อนแล้วโฟกัสที่การรักษาลำตัวให้นิ่งสนิท
แม้ว่าการฝึกกล้ามเนื้ออกจะช่วยเพิ่มความหนาและรูปทรงของช่วงบน แต่หากต้องการให้เส้นกล้ามเนื้อชัดขึ้น การลดเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกายก็เป็นปัจจัยสำคัญ การเสริมด้วยการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ เช่น ลู่วิ่ง จักรยานออกกำลังกาย หรือเครื่อง Elliptical จะช่วยเพิ่มการเผาผลาญพลังงานและเร่งการลดไขมันได้มากขึ้น
คุณสามารถดูตัวเลือก เครื่องออกกำลังกายลดน้ำหนักที่เหมาะกับการใช้งานที่บ้านและฟิตเนส เพื่อช่วยเสริมผลลัพธ์การฝึกให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
โปรแกรมฝึกอกรายสัปดาห์ที่ได้ผลจริง
การฝึกอกให้ได้ผลไม่ใช่แค่การทำท่าให้ครบค่ะ แต่คือการจัดลำดับท่า ความหนัก และการพักให้ถูกต้อง นี่คือโปรแกรมที่ปุนิ่มใช้จริงและให้ผลดีที่สุด
ปุนิ่มแนะนำให้ฝึกอกสัปดาห์ละ 2 ครั้งค่ะ ห่างกันอย่างน้อย 48 ชั่วโมงเพื่อให้กล้ามเนื้อฟื้นตัวได้เต็มที่ เช่น วันจันทร์และวันพฤหัสบดี หรือวันอังคารและวันศุกร์ก็ได้ค่ะ
Session A – วันฝึกอกหนัก (Mass Building)
Session นี้เน้นน้ำหนักหนักและจำนวนครั้งน้อยค่ะ เป้าหมายคือสร้างกล้ามเนื้อและความหนาของอก
| ลำดับ | ท่า | เซต | ครั้ง | พัก | โฟกัส |
|---|---|---|---|---|---|
| 1 | Barbell Flat Bench Press | 4 | 6-8 | 90 วิ | อกส่วนกลาง |
| 2 | Incline Dumbbell Press | 4 | 8-10 | 75 วิ | อกส่วนบน |
| 3 | Decline Bench Press | 3 | 8-10 | 75 วิ | อกส่วนล่าง |
| 4 | Dumbbell Fly | 3 | 12-15 | 60 วิ | ยืดและบีบอก |
| 5 | Chest Dip | 3 | 10-12 | 60 วิ | อกส่วนล่าง |
หลักการสำคัญของ Session A
ท่าแรกต้องเป็นท่า Compound ที่ใช้น้ำหนักหนักที่สุดเสมอค่ะ เพราะร่างกายยังสดและพร้อมยกหนักได้เต็มที่ ปุนิ่มแนะนำให้ทำ Warm Up Set ก่อน Session A ด้วยนะคะ คือยกน้ำหนักเบาๆ 50% ของน้ำหนักที่จะใช้จริง 1 เซต 15 ครั้ง แล้วเพิ่มเป็น 75% อีก 1 เซต 8 ครั้ง ก่อนเข้าเซตจริงค่ะ
Session B — วันฝึกอก Definition (Sculpting)
Session นี้เน้นจำนวนครั้งมากขึ้น น้ำหนักเบาลง และโฟกัสที่การบีบและ Isolate กล้ามเนื้ออกค่ะ เป้าหมายคือความคมชัดและ Definition
| ลำดับ | ท่า | เซต | ครั้ง | พัก | โฟกัส |
|---|---|---|---|---|---|
| 1 | Incline Dumbbell Press | 4 | 12-15 | 60 วิ | อกส่วนบน |
| 2 | Wide Push Up | 4 | 15-20 | 60 วิ | อกส่วนนอก |
| 3 | Cable Crossover | 3 | 15 | 45 วิ | กลางอก |
| 4 | Pec Deck Machine | 3 | 15 | 45 วิ | Isolate อก |
| 5 | Single Arm Dumbbell Press | 3 | 12 ต่อข้าง | 60 วิ | สมดุลสองข้าง |
| 6 | Push Up (จนหมดแรง) | 2 | Max | 60 วิ | Burn Out |
หลักการสำคัญของ Session B
Session B นี้ปุนิ่มแนะนำให้ทำแบบ Superset ในท่าที่ 3 และ 4 ค่ะ คือทำ Cable Crossover ต่อด้วย Pec Deck ทันทีโดยไม่พัก แล้วค่อยพัก 60 วินาที วิธีนี้ทำให้กล้ามเนื้ออก Pump และ Burn ได้อย่างเต็มที่มากค่ะ
ตารางฝึกรายสัปดาห์แบบเต็ม
| วัน | Session | กลุ่มกล้ามเนื้อ | ระยะเวลา |
|---|---|---|---|
| จันทร์ | Session A | อก (Mass) + Triceps เบาๆ | 60-75 นาที |
| อังคาร | – | พัก หรือ Cardio เบา | 30 นาที |
| พุธ | – | หลัง + Biceps | 60 นาที |
| พฤหัสฯ | Session B | อก (Definition) + ไหล่ | 60 นาที |
| ศุกร์ | – | ขา | 60 นาที |
| เสาร์ | – | Cardio หรือ Full Body เบา | 30-45 นาที |
| อาทิตย์ | – | พักเต็มวัน | – |
Progressive Overload 8 สัปดาห์
ถ้าไม่เพิ่มความยากขึ้นเรื่อยๆ กล้ามเนื้อจะหยุดโตค่ะ ตารางนี้คือแผนที่ปุนิ่มใช้จริงเพื่อให้กล้ามเนื้อพัฒนาต่อเนื่อง
| สัปดาห์ | โฟกัส | น้ำหนัก | ครั้งต่อเซต | เซต | พัก |
|---|---|---|---|---|---|
| 1-2 | ปรับตัวและเรียนรู้ฟอร์ม | เบา 60% | 12-15 | 3 | 75 วิ |
| 3-4 | เพิ่มน้ำหนัก | ปานกลาง 70% | 10-12 | 3-4 | 75 วิ |
| 5-6 | เพิ่มความหนัก | หนัก 80% | 8-10 | 4 | 90 วิ |
| 7-8 | Peak Week | หนักมาก 85-90% | 6-8 | 4-5 | 90-120 วิ |
สาระน่ารู้จากงานวิจัย – การฝึกอก
chest muscle training frequency twice per week hypertrophy research PubMed 2022 2023 10 results
How many times per week should a muscle be trained to maximize muscle hypertrophy? A systematic review and meta-analysis of studies examining the effects of resistance training frequency – PubMed
pubmed.ncbi.nlm.nih.gov
Resistance training frequency and skeletal muscle hypertrophy: A review of available evidence – ScienceDirect
www.sciencedirect.com
Effects of Resistance Training Frequency on Measures of Muscle Hypertrophy: A Systematic Review and Meta-Analysis – PubMed
pubmed.ncbi.nlm.nih.gov
(PDF) The Resistance Training Dose-Response: Meta-Regressions Exploring the Effects of Weekly Volume and Frequency on Muscle Hypertrophy and Strength Gain
www.researchgate.net
Resistance training prescription for muscle strength and hypertrophy in healthy adults: a systematic review and Bayesian network meta-analysis – PubMed
pubmed.ncbi.nlm.nih.gov
A Systematic Review of The Effects of Different Resistance Training Volumes on Muscle Hypertrophy – PubMed
The Resistance Training Dose-Response: Meta-Regressions Exploring the Effects of Weekly Volume and Frequency on Muscle Hypertrophy and Strength Gain | SportRxiv
How many times per week should a muscle be trained to maximize muscle hypertrophy? A systematic review and meta-analysis of studies examining the effects of resistance training frequency | Semantic Scholar
(PDF) How many times per week should a muscle be trained to maximize muscle hypertrophy? A systematic review and meta-analysis of studies examining the effects of resistance training frequency
A Systematic Review of The Effects of Different Resistance Training Volumes on Muscle Hypertrophy – PMC
สาระน่ารู้จากงานวิจัย — ความถี่ในการฝึกอก
ได้อ่านงานวิจัยและค้นพบว่า การฝึกอกสัปดาห์ละ 2 ครั้งที่ปุนิ่มแนะนำนั้นมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับชัดเจนมากค่ะ งานวิจัย Systematic Review และ Meta-Analysis โดย Schoenfeld BJ และคณะ ที่รวบรวมข้อมูลจาก 25 งานวิจัย ตีพิมพ์ใน Journal of Strength and Conditioning Research พบว่า หลักฐานปัจจุบันชี้ให้เห็นว่าการฝึกกล้ามเนื้อสัปดาห์ละ 2 ครั้งให้ผลลัพธ์ด้านการเพิ่มกล้ามเนื้อที่ดีกว่าการฝึกสัปดาห์ละ 1 ครั้ง และควรฝึกกลุ่มกล้ามเนื้อหลักอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้งเพื่อให้กล้ามเนื้อเติบโตได้สูงสุด
นอกจากนี้ Systematic Review และ Bayesian Network Meta-Analysis โดย Currier BS และคณะ จาก McMaster University ที่ตีพิมพ์ใน British Journal of Sports Medicine ปี 2023 ซึ่งรวบรวมข้อมูลจาก 119 งานวิจัย กลุ่มตัวอย่างรวม 3,364 คน พบว่า การฝึกแบบน้ำหนักมาก หลายเซต และสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ให้ผลดีที่สุดสำหรับการเพิ่มกล้ามเนื้อ และการฝึกทุกรูปแบบให้ผลดีกว่าการไม่ออกกำลังกายทั้งด้านความแข็งแรงและการเพิ่มกล้ามเนื้อ
ปุนิ่มมองว่านี่คือข้อมูลที่สำคัญมากค่ะ เพราะหลายคนคิดว่ายิ่งฝึกบ่อยยิ่งดี แต่วิทยาศาสตร์บอกว่าสัปดาห์ละ 2 ครั้งที่ทำอย่างถูกต้องและหนักพอ ให้ผลดีที่สุดสำหรับการสร้างกล้ามเนื้ออกค่ะ
ข้อผิดพลาดที่คนเล่นอกมักทำ
ปุนิ่มเห็นข้อผิดพลาดเดิมซ้ำๆ มาตลอดกว่า 10 ปีค่ะ และข้อผิดพลาดเหล่านี้แหละที่ทำให้หลายคนเล่นอกมาเป็นปีแต่ยังไม่เห็นผลสักที
ข้อผิดพลาดที่ 1: กางข้อศอกออก 90 องศาตอน Bench Press
นี่คือข้อผิดพลาดที่อันตรายที่สุดและพบบ่อยที่สุดค่ะ เมื่อข้อศอกกางออกตั้งฉากกับลำตัว แรงกดทั้งหมดจะถ่ายไปที่หัวไหล่และเอ็น Rotator Cuff แทนที่จะกดที่กล้ามเนื้ออก ผลระยะสั้นคือไหล่เจ็บ ผลระยะยาวคือ Rotator Cuff ฉีกขาดซึ่งต้องผ่าตัดค่ะ ปุนิ่มเคยเห็นคนต้องหยุดฝึกนานหลายเดือนเพราะปัญหานี้มาแล้ว วิธีแก้คือให้ข้อศอกทำมุม 45-75 องศากับลำตัวเสมอ รู้สึกได้ทันทีว่าอกทำงานมากขึ้นและไหล่เครียดน้อยลงค่ะ
ข้อผิดพลาดที่ 2: ไม่ใช้ Full Range of Motion
คนส่วนใหญ่กด Bench Press แค่ครึ่งทางเพราะอยากยกน้ำหนักมากๆ ให้ดูเท่ค่ะ แต่ความจริงคือการลดบาร์ลงแค่ครึ่งทางทำให้กล้ามเนื้ออกได้รับการยืดและหดตัวไม่เต็มที่ ผลคือกล้ามเนื้อพัฒนาได้แค่ครึ่งเดียวของศักยภาพที่ควรจะเป็น ปุนิ่มแนะนำให้ลดน้ำหนักลงแล้วทำ Full Range of Motion ให้ได้ก่อนค่ะ กล้ามเนื้อจะโตเร็วกว่าการยกหนักแบบครึ่งๆ กลางๆ มากค่ะ
ข้อผิดพลาดที่ 3: ฝึกอกแต่ไม่ฝึกหลัง
ปุนิ่มเห็นบ่อยมากค่ะ โดยเฉพาะผู้ชายที่อยากได้อกใหญ่แต่ไม่สนใจกล้ามเนื้อหลังเลย ผลที่ตามมาคือกล้ามเนื้ออกดึงไหล่ให้ห่อไปข้างหน้า ท่าทางแย่ลง และเสี่ยงบาดเจ็บไหล่สูงมาก กล้ามเนื้ออกและหลังทำงานตรงข้ามกันค่ะ ถ้าอกแข็งแรงแต่หลังอ่อนแอ ระบบจะเสียสมดุลทันที ปุนิ่มแนะนำให้ฝึกหลังในปริมาณที่มากกว่าหรือเท่ากับอกเสมอค่ะ
ข้อผิดพลาดที่ 4: ไม่มีการ Warm Up ก่อนเล่นอก
ข้อไหล่เป็นข้อที่ซับซ้อนและบาดเจ็บได้ง่ายที่สุดในร่างกายค่ะ การเริ่มยกหนักทันทีโดยไม่ Warm Up ก็เหมือนการสตาร์ทรถแล้วเหยียบคันเร่งเต็มที่ทันทีในอากาศหนาว เครื่องพังแน่นอนค่ะ แค่ 5 นาทีสำหรับการหมุนไหล่และทำ Push Up เบาๆ สามารถป้องกันการบาดเจ็บที่ทำให้หยุดฝึกได้นานหลายเดือนค่ะ
ข้อผิดพลาดที่ 5: เล่นแต่ Flat Bench Press ท่าเดียว
Flat Bench Press เป็นท่าที่ดีมากค่ะ แต่มันกระตุ้นอกได้แค่ส่วนกลางเป็นหลัก ถ้าเล่นแค่ท่านี้อย่างเดียวตลอด อกส่วนบนและส่วนล่างจะไม่พัฒนาเลย ผลคืออกดูแบนและไม่มีมิติ ปุนิ่มเห็นคนที่ Bench Press ได้ 100 กิโลกรัมแต่อกยังดูแบนอยู่มาแล้วค่ะ เพราะไม่เคยเล่น Incline หรือ Decline เลยสักครั้ง
ข้อผิดพลาดที่ 6: พักระหว่างเซตนานหรือสั้นเกินไป
การพักระหว่างเซตส่งผลต่อประสิทธิภาพการฝึกมากกว่าที่คิดค่ะ ถ้าพักสั้นเกินไปร่างกายยังไม่ฟื้นตัวพอ น้ำหนักที่ยกได้ในเซตถัดไปจะลดลงมากและกล้ามเนื้อได้รับแรงกระตุ้นไม่เพียงพอ แต่ถ้าพักนานเกินไปร่างกายจะเย็นตัวและเสียโมเมนตัมของการฝึกไปค่ะ สำหรับท่า Compound อย่าง Bench Press ควรพัก 90-120 วินาที และสำหรับท่า Isolation อย่าง Fly ควรพัก 45-60 วินาทีค่ะ
ข้อผิดพลาดที่ 7: ไม่ Progressive Overload
ข้อนี้คือสาเหตุหลักที่คนเล่นอกมาหลายปีแล้วยังอกไม่โตค่ะ กล้ามเนื้อปรับตัวกับแรงกระตุ้นเดิมได้เร็วมาก พอปรับตัวได้แล้วก็หยุดพัฒนา ถ้าเล่น Bench Press 60 กิโลกรัม 3 เซต 10 ครั้งมาหลายเดือนโดยไม่เพิ่มอะไรเลย กล้ามเนื้อจะไม่โตอีกแล้วค่ะ ต้องค่อยๆ เพิ่มทีละนิดไม่ว่าจะเป็นน้ำหนัก จำนวนครั้ง หรือจำนวนเซตทุกๆ 1-2 สัปดาห์ค่ะ
FAQ คำถามที่พบบ่อยเรื่องการเล่นอก
ถาม: เล่นอกกี่ครั้งต่อสัปดาห์ถึงจะได้ผลดีที่สุด?
ตอบ: ปุนิ่มแนะนำสัปดาห์ละ 2 ครั้งค่ะ ห่างกันอย่างน้อย 48 ชั่วโมงเพื่อให้กล้ามเนื้อฟื้นตัวได้เต็มที่ งานวิจัยก็ยืนยันตรงนี้ค่ะว่าการฝึก 2 ครั้งต่อสัปดาห์ให้ผลดีกว่าครั้งเดียวอย่างมีนัยสำคัญ และยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่า 3 ครั้งดีกว่า 2 ครั้งอย่างเห็นได้ชัดค่ะ
ถาม: ไม่มีม้า Bench Press จะเล่นอกได้ไหม?
ตอบ: ได้แน่นอนค่ะ Push Up ในหลายรูปแบบ ทั้ง Wide Push Up Push Up เท้าพาดโซฟา และ Push Up ด้วยมือบนดัมเบล ล้วนกระตุ้นกล้ามเนื้ออกได้ดีมากโดยไม่ต้องใช้ม้าเลยค่ะ ถ้ามีดัมเบลก็ทำ Dumbbell Fly นอนบนพื้นได้เลย เรียกว่า Floor Fly ซึ่งก็ให้ผลดีทีเดียวค่ะ
ถาม: เจ็บไหล่ตอนเล่น Bench Press ต้องทำอย่างไร?
ตอบ: หยุดทันทีและตรวจสอบฟอร์มก่อนเลยค่ะ สาเหตุหลักมักมาจากข้อศอกกางมากเกินไป น้ำหนักหนักเกินไป หรือไม่ได้ Warm Up ให้พอ ลองปรับข้อศอกให้แคบลงและลดน้ำหนักก่อนค่ะ ถ้าเจ็บต่อเนื่องควรพบแพทย์เพื่อตรวจสอบ Rotator Cuff เพราะถ้าปล่อยไว้อาจต้องผ่าตัดค่ะ
ถาม: ผู้หญิงเล่นอกแล้วจะหน้าอกหายไหม?
ตอบ: ไม่หายค่ะ หน้าอกของผู้หญิงประกอบด้วยเนื้อเยื่อไขมันและต่อมน้ำนมซึ่งอยู่เหนือกล้ามเนื้ออกค่ะ การเล่นอกจะทำให้กล้ามเนื้อใต้หน้าอกแข็งแรงและยกอกขึ้นได้ดีขึ้นด้วยซ้ำ ปุนิ่มเล่นอกมาตลอดและไม่เคยมีปัญหานี้เลยค่ะ ในทางกลับกันหน้าอกจะดูดีขึ้นและกระชับขึ้นเมื่อกล้ามเนื้อใต้พัฒนาค่ะ
ถาม: เล่นอกแล้วต้องกินอะไรเพิ่มเติมไหม?
ตอบ: โปรตีนคือสิ่งสำคัญที่สุดค่ะ แนะนำให้กินโปรตีน 1.5-2 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน แบ่งกินทุกมื้อ ไม่ต้องซื้ออาหารเสริมราคาแพงถ้าอาหารปกติครบแล้วค่ะ ไข่ขาว อกไก่ ปลา และกรีกโยเกิร์ตคือแหล่งโปรตีนที่ปุนิ่มใช้ประจำค่ะ
ถาม: กล้ามเนื้ออกสองข้างไม่เท่ากัน แก้ได้ไหม?
ตอบ: แก้ได้ค่ะ และเป็นเรื่องปกติมากที่กล้ามเนื้อสองข้างจะไม่เท่ากันสมบูรณ์แบบ วิธีแก้ที่ปุนิ่มแนะนำคือเพิ่มท่า Single Arm Dumbbell Press เข้าไปในโปรแกรมค่ะ และให้เริ่มจากข้างที่อ่อนแอกว่าก่อนเสมอ ใช้น้ำหนักเท่ากันทั้งสองข้างแม้ข้างแข็งจะรู้สึกง่ายกว่าก็ตาม ทำแบบนี้สม่ำเสมอ 2-3 เดือน ความแตกต่างจะลดลงเห็นได้ชัดค่ะ
ถาม: Push Up กับ Bench Press อย่างไหนดีกว่ากัน?
ตอบ: ทั้งสองท่าดีคนละแบบค่ะ Bench Press ควบคุมน้ำหนักได้ดีกว่าและเพิ่ม Progressive Overload ได้ง่ายกว่า แต่ Push Up ดีกว่าตรงที่ฝึก Core และกล้ามเนื้อรักษาสมดุลไปพร้อมกัน และทำได้ทุกที่โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ ปุนิ่มแนะนำให้ทำทั้งสองท่าในโปรแกรมเดียวกันค่ะ ไม่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง
ถาม: เล่นอกแล้วเจ็บกล้ามเนื้อมากต้องพักกี่วัน?
ตอบ: อาการเจ็บกล้ามเนื้อหลังฝึกหรือที่เรียกว่า DOMS นั้นปกติมากค่ะ โดยเฉพาะช่วงแรกที่เพิ่งเริ่มหรือเปลี่ยนโปรแกรมใหม่ ให้พักอย่างน้อย 48 ชั่วโมงก่อนฝึกอกซ้ำค่ะ ถ้าเจ็บมากให้พัก 72 ชั่วโมง ระหว่างนั้นเดินเบาๆ หรือยืดเส้นได้ แต่ถ้าเจ็บแบบแหลมคมหรือเจ็บที่ข้อต่อ นั่นไม่ใช่ DOMS ปกติ ต้องหยุดและพบแพทย์ค่ะ
ถาม: อายุ 40 ปีขึ้นไปยังสร้างกล้ามเนื้ออกได้ไหม?
ตอบ: ได้แน่นอนค่ะ ปุนิ่มเป็นพยานให้เองได้เลย สิ่งที่ต้องปรับสำหรับคนอายุ 40 ปีขึ้นไปคือให้ความสำคัญกับการ Warm Up มากขึ้น พักให้ครบ ไม่รีบเพิ่มน้ำหนักเร็วเกินไป และกินโปรตีนให้เพียงพอค่ะ ร่างกายในวัยนี้ฟื้นตัวช้ากว่าตอนอายุ 20 แต่ยังตอบสนองต่อการฝึกได้ดีมากถ้าให้สัญญาณที่ถูกต้องค่ะ
ถาม: ต้องใช้ Spotter ทุกครั้งที่เล่น Bench Press ไหม?
ตอบ: แนะนำให้มี Spotter ทุกครั้งที่เล่นหนักใกล้ขีดจำกัดค่ะ โดยเฉพาะเมื่อทำ 1-3 Rep Max ถ้าไม่มี Spotter ให้ใช้ Dumbbell แทน Barbell เพราะถ้าหนักเกินไปวางลงพื้นได้ทันทีโดยไม่เสี่ยงอันตรายค่ะ หรือใช้ Safety Bar ของ Rack ที่ยิมก็ได้ ตั้งให้ต่ำกว่าอกเล็กน้อยเพื่อรับบาร์ถ้าเกิดปัญหาค่ะ
การสร้างกล้ามเนื้ออกที่ชัดเจนไม่ได้ขึ้นอยู่กับเวทเทรนนิ่งเพียงอย่างเดียว การควบคุมโภชนาการและการเสริมด้วยการออกกำลังกายแบบเผาผลาญพลังงานจะช่วยให้ผลลัพธ์ชัดขึ้นและเร็วขึ้น โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ฝึกที่บ้าน การมี เครื่องออกกำลังกายลดน้ำหนัก จะช่วยให้สามารถทำคาร์ดิโอได้อย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง







































