Home » ข่าวสาร » การออกแบบห้องฟิตเนส » รับทำห้องฟิตเนสครบวงจร เบื้องหลังการสร้างยิม 6 สาขาที่ไม่มีใครเล่าให้ฟัง

รับทำห้องฟิตเนสครบวงจร เบื้องหลังการสร้างยิม 6 สาขาที่ไม่มีใครเล่าให้ฟัง

รับทำห้องฟิตเนสครบวงจร เบื้องหลังการสร้างยิม 6 สาขาที่ไม่มีใครเล่าให้ฟัง

โดย พี่ – เจ้าของ Real Gym ทุกสาขา

กลับมาอีกแล้วครับ พี่เองครับ บทความที่ 5 แล้ว บทความนี้พี่จะเปลี่ยนมุมนิดนึง 4 บทความที่แล้วพี่พูดจากมุม “คนอยากเปิดฟิตเนส” แต่บทความนี้พี่จะพูดจากมุม คนที่ลงมือสร้างฟิตเนสจริงๆ มากับมือ

ทำไมถึงต้องแยกมุม? เพราะการ “คิดจะเปิดฟิตเนส” กับการ “ลงมือสร้างฟิตเนสจริง” มันคนละเรื่องกันเลยครับ ตอนคิดมันสนุก ตอนวางแผนมันตื่นเต้น แต่ตอนลงมือสร้างจริง มันมีเรื่องที่ไม่มีใครบอกเยอะมาก เรื่องที่ตำราไม่มี เรื่องที่ Google ก็หาไม่เจอ เพราะมันเป็นเรื่องที่ต้อง “ทำจริง” ถึงจะรู้

พี่สร้าง Real Gym มา 6 สาขา ทุกสาขาพี่ลงมือตั้งแต่เลือกที่ดิน คุมก่อสร้าง เลือกเครื่อง จัดวาง ทดสอบ จนเปิดให้บริการ แต่ละสาขาใช้เวลา 3-6 เดือน ทุกสาขาพี่เรียนรู้อะไรใหม่ๆ เสมอ บางเรื่องเรียนรู้จากความสำเร็จ บางเรื่องเรียนรู้จากความผิดพลาด

บทความนี้พี่จะเปิดหมดเลย insight ลึกๆ ที่คนภายนอกไม่มีทางรู้ ถ้าน้องกำลังจะสร้างฟิตเนสจริงๆ บทความนี้จะช่วยประหยัดเงินและเวลาให้น้องเป็นล้านเลยครับ

Table of Contents

ที่ดินเปล่าไม่ได้เปล่าจริง

น้องรู้ไหมครับว่าตอนพี่ไปดูที่ดินเปล่าสำหรับเปิด Real Gym สาขาใหม่ พี่ไม่ได้แค่ดูว่า “ที่มันใหญ่พอไหม ราคาเท่าไหร่” แค่นั้น พี่ดูอีกเป็นสิบเรื่องที่คนทั่วไปไม่ได้คิดถึง

เรื่องแรกคือ “ระดับพื้นดิน” ครับ ที่ดินเปล่ามันไม่ได้เรียบเสมอกันหมด บางที่ต่ำกว่าถนน บางที่สูงกว่า บางที่เอียงไปทางนึง ถ้าที่ต่ำกว่าถนน ฝนตกทีนึงน้ำจะไหลเข้ามาท่วม ต้องถมดินให้สูงกว่าถนนก่อน ค่าถมดินนี่แพงนะครับ ดินหนึ่งคันรถสิบล้ออาจจะ 3,000-5,000 บาท ถ้าต้องถม 50-100 คัน ก็ 150,000-500,000 บาท แค่ค่าถมดินอย่างเดียว ยังไม่ได้สร้างอะไรเลย

Real Gym สาขาหนึ่งพี่ต้องถมดินเยอะมากเพราะที่มันต่ำ เสียเงินไปเกือบ 4 แสนบาท (ใครกำลังวางแผน แนะนำอ่าน เปิดฟิตเนสลงทุนเท่าไหร่) แค่ค่าถมดิน ตอนแรกไม่ได้คิดว่ามันจะเยอะขนาดนี้ หลังจากนั้นพี่เรียนรู้แล้วว่า ก่อนเซ็นสัญญาเช่าที่ดิน ต้องดูระดับพื้นดินให้ดี ถ้าที่ต่ำเกินไป ต้องคิดค่าถมดินเข้าไปในงบด้วย หรือไม่ก็เลือกที่อื่นที่สูงกว่า

เรื่องที่สองคือ “ดินอ่อนหรือดินแข็ง” ถ้าดินอ่อน (เช่น เป็นที่นาเก่า ที่ลุ่ม ใกล้คลอง) เสาเข็มต้องตอกลึกกว่า ค่าก่อสร้างก็แพงกว่า ถ้าดินแข็ง (เช่น เป็นที่เนิน เป็นที่ดอน) เสาเข็มสั้นกว่า ค่าก่อสร้างก็ถูกกว่า ก่อนสร้าง Real Gym ทุกสาขา พี่ให้วิศวกรมาเจาะสำรวจดินก่อนเสมอ เพื่อจะได้ออกแบบฐานรากให้เหมาะสม ค่าเจาะสำรวจดินประมาณ 10,000-30,000 บาท แต่มันป้องกันปัญหาที่อาจจะเป็นหลักล้านในอนาคต เช่น อาคารทรุด พื้นร้าว

เรื่องที่สามคือ “ระบบไฟฟ้าและน้ำประปา” ที่ดินเปล่ามันไม่มีไฟ ไม่มีน้ำ น้องต้องขอติดตั้งมิเตอร์ไฟจากการไฟฟ้า ขอติดตั้งมิเตอร์น้ำจากการประปา ซึ่งมันใช้เวลา 2-4 สัปดาห์ และมีค่าใช้จ่าย ค่าติดตั้งมิเตอร์ไฟขนาดใหญ่ (สำหรับฟิตเนส ต้องใช้ไฟ 3 เฟส) ประมาณ 20,000-100,000 บาท ค่าติดตั้งมิเตอร์น้ำประมาณ 5,000-15,000 บาท แล้วถ้าที่ดินอยู่ไกลจากสายไฟหลักหรือท่อประปาหลัก ก็ต้องเดินสายหรือเดินท่อเข้ามา ค่าใช้จ่ายเพิ่มอีก (รายละเอียดทั้งหมดดูที่ เปิดฟิตเนสต้องขออนุญาตอะไรบ้าง)

พี่เคยเจอที่ดินที่ดูดีมากทุกอย่าง ขนาดเหมาะ ราคาถูก ทำเลดี แต่ตอนไปเช็คปรากฏว่าสายไฟหลักอยู่ไกลจากที่ดิน 500 เมตร ค่าเดินสายไฟเข้ามาอย่างเดียวก็หลายแสนบาท พี่ก็เลยไม่เอา ไปเลือกที่อื่นที่ระบบสาธารณูปโภคพร้อมกว่า

เรื่องที่สี่คือ “ทางเข้าออก” ที่ดินเปล่าบางแปลงมันหน้าแคบหลังยาว ทางเข้าออกแคบมาก รถเข้าออกลำบาก หรือบางที่ทางเข้าต้องผ่านที่ดินคนอื่น ต้องมีทางจำยอม อันนี้ต้องเช็คให้ดีครับ ฟิตเนสต้องการทางเข้าออกที่กว้างพอสำหรับรถยนต์ ต้องปลอดภัย มองเห็นชัดเจน สมาชิกต้องเข้าออกสะดวก ถ้าทางเข้าแคบหรือลำบาก สมาชิกก็ขี้เกียจมา

เรื่องที่ห้าที่คนลืมบ่อยมากคือ “น้ำท่วม” ครับ ก่อนเซ็นสัญญาเช่าที่ดิน พี่จะถามคนในพื้นที่เสมอว่า “ตรงนี้เคยน้ำท่วมไหม?” ถามร้านค้ารอบข้าง ถามชาวบ้าน ถามมอเตอร์ไซค์รับจ้าง คนพวกนี้อยู่มานาน เขารู้ดีว่าตรงไหนท่วมบ่อย ตรงไหนไม่ท่วม ข้อมูลจากคนในพื้นที่มันเชื่อถือได้มากกว่าข้อมูลจากเจ้าของที่ดินที่อยากขาย/ให้เช่า

ผู้รับเหมาก่อสร้างคือคู่ชีวิตที่คุณเลือกได้ เลือกให้ดี

พี่จะพูดตรงๆ เลยนะครับ ผู้รับเหมาก่อสร้างมันเป็นปัจจัยที่ทำให้โปรเจ็คสำเร็จหรือล้มเหลวได้เลย พี่เจอผู้รับเหมามาหลายประเภทมาก ทั้งดีและไม่ดี

ผู้รับเหมาที่ดีจะ ให้ราคาสมเหตุสมผลไม่โก่งเกินไป ทำงานตามกำหนดเวลา ใช้วัสดุตามที่ตกลง สื่อสารชัดเจน มีปัญหาก็แจ้งเร็ว แก้ไขเร็ว

ผู้รับเหมาที่ไม่ดีจะ ให้ราคาถูกมากตอนเสนอ (ต่ำกว่าคนอื่นเยอะ) แต่พอเริ่มทำก็ขอเพิ่มเงินทีหลัง “พี่ครับ ตรงนี้ต้องเพิ่มเงินนะครับ ตอนเสนอราคาไม่ได้คิดรวม” ทำงานช้ากว่ากำหนด ช่างมาบ้างไม่มาบ้าง ใช้วัสดุถูกกว่าที่ตกลง (เช่น ตกลงว่าใช้เหล็กหนา 3 มม. แต่ใช้ 2 มม.) สื่อสารไม่ดี โทรไม่รับ หายไป

insight ลึกจากพี่: วิธีเลือกผู้รับเหมาที่พี่ใช้คือ “ดูงานเก่า” ครับ อย่าเชื่อแค่ใบเสนอราคา อย่าเชื่อแค่คำพูด ให้เขาพาไปดูงานที่เขาทำเสร็จแล้ว ดูว่าคุณภาพงานเป็นยังไง เรียบร้อยไหม แข็งแรงไหม แล้วก็ถามเจ้าของงานว่าทำงานตรงเวลาไหม มีปัญหาอะไรไหม แก้ไขได้ดีไหม

ถ้าผู้รับเหมาบอกว่า “ไม่มีงานให้ดูครับ เพิ่งเปิดใหม่” พี่ก็จะไม่เลือกครับ ไม่ใช่ว่าเขาไม่ดี แต่พี่ไม่อยากเป็นหนูทดลอง โปรเจ็คฟิตเนสมันใหญ่เกินจะมาลองถูกลองผิดกับผู้รับเหมามือใหม่

อีกเรื่องที่สำคัญมากคือ “สัญญาก่อสร้าง” ต้องมีสัญญาที่ชัดเจน ระบุ ขอบเขตงาน (ทำอะไรบ้าง ไม่ทำอะไร) ราคารวม (รวมทุกอย่างหรือมีอะไรนอกเหนือ) กำหนดเวลาเริ่ม-เสร็จ ค่าปรับกรณีช้ากว่ากำหนด (พี่ใส่ค่าปรับวันละ 0.1% ของมูลค่าสัญญา) งวดการจ่ายเงิน (อย่าจ่ายหมดตั้งแต่แรก จ่ายเป็นงวดตามความคืบหน้างาน) เงินค้ำประกัน 5-10% ที่หักไว้เผื่อมีปัญหาหลังส่งมอบ วัสดุที่ใช้ (ระบุยี่ห้อ ขนาด ความหนา ทุกรายการ) เงื่อนไขรับประกันผลงาน (อย่างน้อย 1 ปี)

พี่เคยเจอผู้รับเหมาที่ทำงานดีมาก 2 สาขาแรก แต่พอสาขาที่ 3 เขารับงานเยอะเกินไป ทำไม่ทัน งานเริ่มหยาบ ช้ากว่ากำหนด พี่ก็ต้องเปลี่ยน ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยครับที่จะเปลี่ยนผู้รับเหมากลางทาง แต่มันจำเป็น

ตอนนี้ Real Gym มีผู้รับเหมาที่ไว้ใจได้แล้ว 2-3 เจ้า ที่ทำงานด้วยกันมาหลายสาขา เข้าใจ spec ของ Real Gym ดี รู้ว่าพี่ต้องการอะไร ทำงานได้มาตรฐานสม่ำเสมอ ถ้าน้องซื้อแฟรนไชส์ Real Gym ก็จะได้ใช้ผู้รับเหมาที่เราคัดมาแล้ว ไม่ต้องไปหาเอง

เหล็กมันมีชีวิต มันขยายตัว

อันนี้เป็น insight ที่ได้มาจากประสบการณ์ตรงเลยครับ

Real Gym เป็น Open Air โครงสร้างเหล็กทั้งหมด เสาเหล็ก คานเหล็ก โครงหลังคาเหล็ก สิ่งที่พี่ไม่ได้คิดตอนสร้างสาขาแรกคือ “เหล็กมันขยายตัวเมื่อโดนแดด”

เมืองไทยแดดจัดมากครับ โดยเฉพาะช่วงบ่าย หลังคาเมทัลชีทที่โดนแดดเต็มๆ มันร้อนมาก และเหล็กโครงสร้างก็ขยายตัว พอตอนค่ำอากาศเย็นลง มันก็หดตัว การขยายตัว-หดตัวซ้ำๆ ทุกวัน มันทำให้ “สกรู” ที่ยึดหลังคากับโครงเหล็กมันหลวมได้ครับ แล้วพอสกรูหลวม ฝนตกก็รั่ว ลมแรงก็สั่น

สาขาแรกของ Real Gym พี่เจอปัญหานี้ครับ เปิดไปได้ปีกว่า หลังคาเริ่มรั่วจุดเล็กๆ ตอนแรกคิดว่าหลังคาไม่ดี แต่จริงๆ หลังคาดี สกรูต่างหากที่หลวม ต้องให้ช่างขึ้นไปขันสกรูใหม่ทั้งหลังคา เป็นร้อยตัว

หลังจากนั้นพี่เรียนรู้แล้วว่า สาขาต่อๆ ไปต้องใช้ “สกรูยึดหลังคาแบบมีซีล” (self-drilling screw with EPDM washer) ที่มันมียางรองกันรั่ว และต้องใช้ขนาดที่ใหญ่กว่าปกติ แล้วก็ต้องมีตารางตรวจเช็คสกรูทุก 6 เดือน – 1 ปี ขันให้แน่นถ้าหลวม

อีกเรื่องที่เกี่ยวกับเหล็กคือ “สนิม” ครับ Open Air มันโดนฝน โดนความชื้นตลอด เหล็กถ้าไม่เคลือบกันสนิมดีๆ มันจะเป็นสนิมเร็วมาก โดยเฉพาะจุดที่มีน้ำขัง จุดที่เชื่อมต่อ จุดที่ทาสีไม่ทั่ว

Real Gym สาขาหลังๆ พี่ spec เหล็กชุบ galvanize ทุกชิ้น (แช่สังกะสี) แล้วทาสีกันสนิมเพิ่มอีก 2 ชั้น มันแพงกว่าเหล็กดำธรรมดาประมาณ 20-30% แต่อายุการใช้งานนานกว่าเยอะมาก ไม่ต้องมาทาสีซ่อมทุกปี คุ้มกว่าในระยะยาว

พื้นคอนกรีตมันแตกร้าวได้ ถ้าทำไม่ดี

ฟิตเนสมันมีน้ำหนักมหาศาลอยู่บนพื้นครับ เครื่องหนักๆ อย่าง leg press, Smith machine, cable crossover ตัวนึงหนัก 300-500 กก. แล้วยังบวกน้ำหนัก plate ที่ใส่ บวกน้ำหนักคนที่เล่น รวมกันอาจจะ 700-1,000 กก. ต่อเครื่อง

ถ้าพื้นคอนกรีตไม่หนาพอ ไม่มีเหล็กเสริม มันจะแตกร้าว ทรุดตัว เครื่องก็เอียง ไม่ level ใช้ได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

สำหรับ Real Gym พี่ spec พื้นคอนกรีตหนา 15-20 ซม. มีเหล็กเสริม (wire mesh หรือเหล็กเส้น) โซนที่วางเครื่องหนักๆ อย่างโซน free weight พี่ทำพื้นหนาพิเศษ 20-25 ซม. แล้วก็ต้องรอให้คอนกรีตแห้งสนิท (อย่างน้อย 28 วัน) ก่อนวางเครื่องนะครับ ถ้าวางเครื่องหนักๆ ลงบนคอนกรีตที่ยังไม่แห้ง มันจะทรุด

insight ลึกเรื่องพื้นยาง: พื้นยางที่ปูทับหน้าคอนกรีตมันมีหลายเกรดครับ มีตั้งแต่ยางรีไซเคิลราคาถูก (200-500 บาท/ตร.ม.) ไปจนถึงยาง EPDM คุณภาพสูง (800-1,500 บาท/ตร.ม.)

ยางรีไซเคิลราคาถูก ข้อดีคือถูก ข้อเสียคือ มันมีกลิ่นยางแรงมากตอนใหม่ๆ (ต้องตากลมหลายสัปดาห์กว่ากลิ่นจะจาง) สีไม่สม่ำเสมอ ผิวหยาบ แล้วพอใช้ไปนานๆ มันจะเริ่มเปื่อย เป็นเศษยางร่วงออกมา ต้องเปลี่ยนทุก 2-3 ปี

ยางคุณภาพดี ราคาแพงกว่า แต่ไม่มีกลิ่น สีสม่ำเสมอ ผิวเรียบ ทนทาน ใช้ได้ 5-10 ปี ทำความสะอาดง่าย

Real Gym สาขาแรกพี่ใช้ยางถูก เพราะตอนนั้นงบจำกัด ผ่านไปปีครึ่ง ยางเริ่มเปื่อย ต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งโซน เสียเงินซ้ำ สาขาหลังๆ พี่เลยใช้ยางคุณภาพดีตั้งแต่แรก แพงกว่าหน่อยตอนซื้อ แต่ไม่ต้องเปลี่ยนบ่อย คุ้มกว่ามาก

อีกเรื่องที่คนไม่รู้คือ “การปูพื้นยาง” มันต้องทำให้ดีนะครับ ถ้าปูไม่สนิท มีช่องว่างระหว่างแผ่น เวลาสมาชิกเดินก็จะสะดุด น้ำก็จะไหลลงใต้ยาง ทำให้คอนกรีตข้างใต้ชื้น เกิดกลิ่นอับ เกิดเชื้อรา พี่แนะนำให้ใช้กาวยึดพื้นยางกับคอนกรีต อย่าแค่วางทับๆ ไว้ แล้วก็ต้องเก็บรอยต่อระหว่างแผ่นให้สนิท ไม่มีช่องว่าง

เลือกพื้นฟิตเนสให้ถูก ช่วยยืดอายุยิมได้หลายปี
พื้นยางคุณภาพสูงช่วยลดแรงกระแทก ป้องกันพื้นแตกร้าว และเพิ่มความปลอดภัยในการฝึก
ดูสินค้า

 

เครื่องออกกำลังกายมันมีน้ำหนักมากกว่าที่คิด และการขนย้ายมันคือนรก

เครื่องออกกำลังกายมันมีน้ำหนักมากกว่าที่คิด และการขนย้ายมันคือนรก

น้องรู้ไหมครับว่าลู่วิ่ง commercial grade ตัวหนึ่งหนักเท่าไหร่? ประมาณ 150-200 กก. ครับ เครื่อง cable crossover หนักประมาณ 300-500 กก. เครื่อง leg press หนักประมาณ 250-400 กก. Squat rack หนักประมาณ 100-200 กก. Smith machine หนักประมาณ 200-350 กก.

ตอนสั่งซื้อมันมาส่งเป็นลัง เป็นกล่อง ต้องขนลงจากรถบรรทุก ลากเข้ามาในยิม แล้วก็ประกอบ การประกอบเครื่อง commercial grade มันไม่ง่ายเหมือนประกอบเฟอร์นิเจอร์ IKEA นะครับ ต้องใช้คนหลายคน ต้องมีเครื่องมือเฉพาะ ต้องมีความรู้ บางเครื่องใช้เวลาประกอบ 2-4 ชั่วโมงต่อเครื่อง

Real Gym แต่ละสาขามีเครื่อง 100+ เครื่อง ตอนขนเครื่องเข้าสาขาใหม่ใช้เวลา 3-5 วัน ใช้คน 8-10 คน รถบรรทุก 3-5 คัน มันเป็นปฏิบัติการใหญ่มากครับ

insight ลึกจากพี่: เรื่องที่คนไม่ค่อยรู้คือ “ลำดับการขนเครื่องเข้า” มันสำคัญมาก ต้องเอาเครื่องที่อยู่ “ในสุด” เข้าก่อน แล้วค่อยเอาเครื่องที่อยู่ “หน้าสุด” เข้าทีหลัง เหมือนการแพ็คกระเป๋า ของที่จะใช้ทีหลังต้องอยู่ข้างล่าง

ถ้าขนผิดลำดับ มันจะกลายเป็นว่าเครื่องที่ต้องวางข้างในมันเข้าไปไม่ได้ เพราะเครื่องที่วางข้างหน้าขวางทางอยู่ ต้องย้ายเครื่องหนักๆ ออกมาก่อน แล้วค่อยเอาเครื่องข้างในเข้า แล้วก็ย้ายเครื่องข้างหน้ากลับเข้าไป เสียเวลา เสียแรง เสียเงินค่าคนงาน

สาขาแรกพี่ทำผิดตรงนี้เลยครับ ขนเครื่องเข้าแบบไม่ได้วางแผนลำดับ สุดท้ายต้องย้ายเครื่องกลับไปกลับมาหลายรอบ เสียเวลาไป 2 วัน ตั้งแต่สาขาที่ 2 เป็นต้นมา พี่ทำ “loading plan” ก่อนเลย วาดแผนผังว่าเครื่องไหนวางตรงไหน แล้วก็กำหนดลำดับการขนเข้าว่าเครื่องไหนเข้าก่อน-หลัง มันทำให้กระบวนการเร็วขึ้นมาก (แนะนำดู ออกแบบห้องฟิตเนส)

อีกเรื่องที่สำคัญคือ “ต้องประกอบเครื่องให้เสร็จและ level ให้ได้ระดับ” ก่อนเปิดให้บริการ เครื่องที่ไม่ได้ระดับ (เอียง) มันอันตรายครับ สมมติ bench press เอียงไปข้างนึง น้ำหนักก็จะไม่สมดุล คนเล่นอาจจะบาดเจ็บ ลู่วิ่งที่ไม่ได้ระดับก็อาจจะสั่น มีเสียง ทำงานไม่ปกติ ต้องใช้ level วัดทุกเครื่อง แล้วปรับขาเครื่องให้ได้ระดับ

เลือกเครื่องฟิตเนสให้เหมาะกับการใช้งานจริง
เครื่องระดับ Commercial รองรับการใช้งานหนัก ลดปัญหาการเสียและค่าซ่อมระยะยาว
ดูสินค้า

 

ระบบไฟฟ้าฟิตเนสมันไม่เหมือนบ้าน

หลายคนคิดว่าฟิตเนสก็ใช้ไฟเหมือนบ้าน เสียบปลั๊กก็ใช้ได้ ไม่ใช่แบบนั้นเลยครับ

ลู่วิ่งเครื่องเดียวใช้ไฟ 1,500-3,000 watts ถ้ามี 20 เครื่อง ก็ 30,000-60,000 watts แค่ลู่วิ่งอย่างเดียว ยังไม่นับจักรยาน elliptical ไฟส่องสว่าง พัดลม ระบบเสียง เครื่องปรับอากาศ (ถ้ามี) ตู้เย็น เครื่องทำน้ำร้อน เครื่องทำน้ำเย็น ฟิตเนสขนาด Real Gym ใช้ไฟรวมอาจจะ 100-200 kW

ระบบไฟฟ้าต้องเป็น “ไฟ 3 เฟส” ครับ ไม่ใช่ไฟ 1 เฟสแบบบ้านทั่วไป ต้องขอมิเตอร์ 3 เฟสจากการไฟฟ้า ต้องมีตู้ MDB (Main Distribution Board) ที่ออกแบบมาสำหรับโหลดขนาดนี้ ต้องมี circuit breaker แยกทุกวงจร ต้องมีสายดิน (ground) ที่ดี

insight ลึกจากพี่เรื่องปลั๊กไฟ: ลู่วิ่งมันต้องเสียบปลั๊กคนละตัวนะครับ ห้ามเสียบต่อพ่วงจากปลั๊กเดียวกัน เพราะลู่วิ่งมันกินไฟเยอะ ถ้าเสียบ 2 เครื่องในปลั๊กเดียว วงจรจะโอเวอร์โหลด สายไฟร้อน อาจจะไฟไหม้ได้

Real Gym ทุกสาขา พี่ให้ช่างไฟเดินสายไฟเฉพาะสำหรับลู่วิ่งแต่ละเครื่อง ปลั๊กคนละตัว วงจรแยกกัน มี circuit breaker แยก ลู่วิ่งตัวไหนมีปัญหา ก็ตัดวงจรแค่ตัวนั้น ไม่กระทบตัวอื่น

อีกเรื่องที่สำคัญคือ “ตำแหน่งปลั๊กไฟ” ต้องวางแผนตั้งแต่ตอนก่อสร้างครับ เพราะถ้าสร้างเสร็จแล้วค่อยมาเดินสายไฟเพิ่ม มันยุ่งยากและราคาแพงกว่ามาก พี่ต้องรู้แล้วว่าเครื่องจะวางตรงไหน แล้วเดินสายไฟไปจุดนั้นเลย ถ้าวางแผนไม่ดี จะกลายเป็นว่าสายไฟวิ่งข้ามพื้นเกะกะ หรือต้องเดินสายไฟยาวๆ อ้อมไป ไม่สวย ไม่ปลอดภัย

แล้วก็เรื่อง “ไฟกระชาก” (power surge) ครับ ฟิตเนสที่มีมอเตอร์เยอะ (ลู่วิ่ง จักรยาน) เวลาเปิดเครื่องพร้อมกันหลายตัว มันจะดึงไฟเยอะมากในชั่วขณะ อาจจะทำให้ไฟตกหรือ breaker trip ได้ ต้องติด “SPD” (Surge Protection Device) ที่ตู้ไฟ และพี่แนะนำให้ไม่เปิดลู่วิ่งทุกเครื่องพร้อมกัน ค่อยๆ เปิดทีละ 3-5 เครื่อง ทิ้งช่วง 1-2 นาที

 

ฝนตกเข้ามา Open Air มันเป็นศาสตร์ที่ต้องเรียนรู้

นี่คือคำถามที่พี่ถูกถามบ่อยที่สุดเกี่ยวกับ Real Gym “พี่ ฝนตกแล้วเปียกไหม?”

คำตอบตรงๆ คือ “บางจุดเปียกครับ แต่โซนเครื่องหลักๆ ไม่เปียก” มันขึ้นอยู่กับการออกแบบหลังคาและทิศทางลมฝน

หลังคา Real Gym ออกแบบให้ยื่นออกมากว่าขอบด้านข้างอย่างน้อย 2-3 เมตร (overhang) เพื่อให้ฝนที่เฉียงเข้ามาไม่ถึงตัวเครื่อง แต่ถ้าฝนตกหนักมากและลมแรงพัดเฉียง น้ำฝนก็อาจจะเข้ามาถึงบริเวณขอบของยิมได้

วิธีแก้ของพี่คือ วางเครื่องสำคัญๆ (ลู่วิ่ง เครื่อง machine เครื่องไฟฟ้า) ไว้ “ตรงกลาง” ห่างจากขอบอย่างน้อย 3-4 เมตร ส่วนขอบด้านนอกที่อาจจะเปียกได้บ้าง ก็วางอุปกรณ์ที่ไม่กลัวน้ำ เช่น rack เหล็ก ดัมเบล plate เคทเทิลเบล พวกนี้โดนน้ำหน่อยไม่เป็นไร แค่เช็ดแห้งก็จบ

แล้วก็มีเรื่อง “รางน้ำ” ครับ หลังคาขนาดใหญ่ เวลาฝนตก น้ำไหลลงมาเยอะมาก ถ้าไม่มีรางน้ำรองรับ น้ำจะไหลลงมาเป็นม่านน้ำตลอดขอบหลังคา ทำให้คนเดินเข้าออกไม่ได้ แล้วน้ำก็จะสาดเข้ามาในยิมด้วย Real Gym ทุกสาขาติดรางน้ำขนาดใหญ่รอบหลังคา แล้วต่อท่อระบายน้ำลงดิน ป้องกันไม่ให้น้ำไหลลงมาเป็นม่าน

insight ลึกที่ลึกกว่า: สิ่งที่พี่ไม่ได้คาดคิดตอนแรกเลยคือ “เสียงฝนตกกระทบหลังคาเมทัลชีท” ครับ มันดังมาก ดังจนพูดกันไม่ได้ยิน ดังจนเปิดเพลงก็แข่งเสียงฝนไม่ได้ ตอนฝนตกหนักๆ สมาชิกที่เล่นอยู่ก็จะรู้สึกว่าเสียงรบกวนมาก

สาขาหลังๆ พี่แก้โดยติด “ฉนวนกันเสียง” ใต้หลังคาเมทัลชีท (polyurethane foam หรือ PIR board) มันช่วยลดเสียงฝนกระทบหลังคาได้เยอะมาก แล้วยังช่วยกันความร้อนจากแดดด้วย หลังคาเลยไม่ร้อนมากตอนกลางวัน ค่าติดตั้งเพิ่มประมาณ 150-300 บาทต่อตร.ม. แต่คุ้มมากครับ

เครื่องจาก Homefittools ทำไมถึงเลือก แล้วความสัมพันธ์มันลึกแค่ไหน

พี่จะเล่าให้ฟังตรงๆ เลยนะครับว่าทำไม Real Gym ถึงเลือกใช้อุปกรณ์จาก Homefittools ทุกสาขา ไม่ใช่แค่เพราะ “ราคาดี” แต่มีเหตุผลลึกกว่านั้นเยอะ

เรื่องแรกคือ “ความเข้าใจธุรกิจฟิตเนส” ครับ Homefittools เขาไม่ใช่แค่ขายเครื่อง เขาเข้าใจธุรกิจฟิตเนสจริงๆ เขารู้ว่าฟิตเนสต้องการอะไร เครื่องแบบไหนเหมาะกับยิมขนาดไหน สัดส่วนเครื่องควรเป็นยังไง พอพี่บอกว่า “ผมจะเปิดยิม Open Air 1,200 ตร.ม. กลุ่มเป้าหมายเป็นคนทั่วไปย่านชานเมือง” เขาก็แนะนำได้เลยว่าควรมีเครื่องอะไรบ้าง กี่เครื่อง วางยังไง งบเท่าไหร่ มันเหมือนมี “ที่ปรึกษา” ไม่ใช่แค่ “คนขายของ”

เรื่องที่สองคือ “after-service” ที่ดีจริงๆ ฟิตเนสมันเปิดทุกวัน เครื่องมันถูกใช้หนักทุกวัน มันเสียได้ตลอดเวลา ถ้าเครื่องเสียแล้วต้องรอซ่อม 2 สัปดาห์ สมาชิกก็ไม่พอใจ Homefittools มีช่างที่มาซ่อมได้เร็ว มีอะไหล่สำรองในสต็อก ไม่ต้องสั่งจากต่างประเทศรอเป็นเดือน

พี่เคยเจอเหตุการณ์ที่มอเตอร์ลู่วิ่งพังตอนวันศุกร์เย็น (ช่วง peak) โทรหา Homefittools วันเสาร์เช้าช่างก็มาซ่อมแล้ว เปลี่ยนมอเตอร์ใหม่ วันเสาร์บ่ายเครื่องก็ใช้ได้แล้ว สมาชิกแทบไม่รู้เลยว่าเครื่องเคยเสีย แบบนี้แหละที่พี่ต้องการ

เรื่องที่สามคือ “การรับประกัน” เครื่องจาก Homefittools มีรับประกันโครงสร้าง มอเตอร์ และชิ้นส่วนหลัก ถ้ามีปัญหาจากการผลิตเขาเปลี่ยนให้ฟรี มันทำให้พี่ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าซ่อมก้อนใหญ่ในช่วง 1-2 ปีแรก

เรื่องที่สี่คือ “ความสม่ำเสมอ” พี่เปิด 6 สาขา ทุกสาขาใช้เครื่องจาก Homefittools ทำให้เครื่องทุกสาขา “เหมือนกัน” สมาชิกที่ไปสาขาไหนก็คุ้นเคยกับเครื่อง ไม่ต้องเรียนรู้ใหม่ ช่างซ่อมก็ซ่อมเป็นทุกเครื่อง อะไหล่ก็ใช้ร่วมกันได้ มันเป็น “มาตรฐาน” ที่ทำให้การบริหารจัดการง่ายขึ้นมาก

3 เดือนแรกหลังเปิดคือช่วงที่อันตรายที่สุด

น้องอาจจะคิดว่าเปิดฟิตเนสเสร็จ สมาชิกมา ก็โอเคแล้ว ไม่ใช่เลยครับ 3 เดือนแรกมันเป็นช่วงที่ “ทุกอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน” แล้วน้องต้องรับมือให้ได้

เครื่องจะเริ่มมีปัญหา ครับ เครื่องใหม่ๆ มันดูดี แต่พอใช้จริงจัง มันจะเริ่มมีปัญหาเล็กๆ น้อยๆ สกรูหลวม สายพานต้องปรับ เบาะต้องขัน ลู่วิ่งต้อง calibrate เรียกว่า “running in period” มันเหมือนรถใหม่ที่ต้องเข้าศูนย์ตรวจครั้งแรก

พนักงานจะยังไม่ลงตัว ไม่ว่าจะฝึกอบรมมาดีแค่ไหน การทำงานจริงมันต่างจากการฝึก พนักงานจะยังไม่คล่อง จำขั้นตอนไม่ได้ แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไม่เป็น ต้องมีคนคอยสอนคอยช่วยตลอด

สมาชิกจะร้องเรียนเยอะ เพราะทุกอย่างยังไม่สมบูรณ์ เครื่องบางตัวยังไม่ถึง คลาสยังไม่ครบตามตาราง ห้องน้ำอาจจะยังไม่เรียบร้อย 100% น้ำรั่ว ไฟกะพริบ สารพัดปัญหาเล็กๆ น้อยๆ

insight ลึกจากพี่: 3 เดือนแรก “เจ้าของต้องอยู่หน้างานทุกวัน” ครับ ห้ามหายไปเด็ดขาด ต้องมาเปิดยิมเช้า อยู่จนปิดค่ำ ดูทุกอย่างด้วยตัวเอง แก้ปัญหาทันที ถ้ามีอะไรไม่ดีต้องเห็นเองก่อนที่สมาชิกจะร้องเรียน

Real Gym ทุกสาขา พี่อยู่หน้างาน 3 เดือนแรกเต็มๆ ครับ บางวัน 14-16 ชั่วโมง เหนื่อยมาก แต่มันจำเป็น เพราะ 3 เดือนแรกนี่แหละที่กำหนดว่ายิมนี้จะรอดหรือไม่รอด ถ้า 3 เดือนแรกสมาชิกประทับใจ เขาก็ต่อสมาชิก บอกเพื่อน ยิมก็โต ถ้า 3 เดือนแรกสมาชิกผิดหวัง เขาก็ยกเลิก ไม่กลับมาอีก แล้วก็ไปบอกคนอื่นด้วยว่า “ที่นี่ไม่ดี” ซ่อมชื่อเสียงยากกว่าสร้างเยอะ

สิ่งที่พังบ่อยที่สุดในฟิตเนสคืออะไร?

สิ่งที่พังบ่อยที่สุดในฟิตเนสคืออะไร?

หลังจากเปิด Real Gym มา 6 สาขาหลายปี พี่สรุปได้แล้วว่าสิ่งที่พังบ่อยที่สุดมีดังนี้ครับ เรียงตามความถี่

อันดับ 1 สายพานลู่วิ่ง สึกจากการใช้งานหนักทุกวัน ต้องเปลี่ยนทุก 1-2 ปี (แล้วแต่ปริมาณการใช้) ค่าเปลี่ยนสายพาน 5,000-20,000 บาทต่อเครื่อง

อันดับ 2 เบาะ machine และ bench ขาดจากเหงื่อ จากการใช้งาน จากการนั่งทับซ้ำๆ ต้องเปลี่ยนหรือหุ้มใหม่ทุก 1-3 ปี ค่าเปลี่ยน/หุ้มเบาะ 500-3,000 บาทต่อตัว

อันดับ 3 สายเคเบิลเครื่อง cable machine ยืดจากการใช้งาน ต้องเปลี่ยนทุก 6-18 เดือน ค่าเปลี่ยนสาย 500-3,000 บาทต่อเส้น

อันดับ 4 ยางจับ (grip) ของดัมเบลและบาร์เบล สึกจากเหงื่อและการจับ ต้องเปลี่ยนทุก 2-3 ปี หรือบางทีไม่เปลี่ยนก็ได้ แค่เช็ดทำความสะอาดบ่อยๆ

อันดับ 5 ลูกปืน (bearing) ของเครื่อง machine ที่มีชิ้นส่วนหมุน สึกจากการใช้งาน ต้องเปลี่ยนทุก 1-3 ปี ค่าเปลี่ยน 200-1,500 บาทต่อลูก

insight ลึกจากพี่: พี่ทำ “ปฏิทินบำรุงรักษา” สำหรับทุกสาขาครับ ทุกเครื่องมี QR code ติดอยู่ ช่างมาตรวจก็สแกน QR แล้วบันทึกว่าตรวจเมื่อไหร่ ซ่อมอะไร เปลี่ยนอะไร มันทำให้พี่รู้ได้เลยว่าเครื่องไหนใกล้ถึงเวลาต้องเปลี่ยนชิ้นส่วน ไม่ต้องรอให้มันพังก่อน

การ “บำรุงรักษาเชิงป้องกัน” มันถูกกว่า “ซ่อมเมื่อพัง” เสมอ สายพานลู่วิ่งถ้าเปลี่ยนตามกำหนด (ก่อนมันขาด) ก็แค่เปลี่ยนสายพาน 10,000 บาท แต่ถ้าปล่อยให้สายพานขาดแล้วมอเตอร์ทำงานหนัก มอเตอร์อาจจะพังตามไปด้วย ค่ามอเตอร์ใหม่ 15,000-30,000 บาท เสียเงินเพิ่มเปล่าๆ

เลือกเครื่องที่ดูแลง่าย ลดค่า Maintenance ระยะยาว
เครื่องคุณภาพดีช่วยลดการเสียซ้ำซ้อน และประหยัดต้นทุนการซ่อมในระยะยาว
ดูสินค้า cable

 

กลิ่นในฟิตเนส มันเป็นสงครามที่ต้องสู้ทุกวัน

นี่เป็นเรื่องที่ไม่มีใครพูดถึงในบทความเปิดฟิตเนสทั่วไปเลยครับ แต่มันเป็นปัญหาจริงที่ฟิตเนสทุกแห่งต้องเจอ

ฟิตเนสมันเป็นที่ที่คนเหงื่อออกเยอะมาก เหงื่อมันซึมเข้าเบาะ ซึมเข้าพื้นยาง ซึมเข้าผ้า ซึมเข้าทุกอย่าง พอเหงื่อมันสะสม มันก็เริ่มมีกลิ่น กลิ่นเหม็นอับ กลิ่นเหงื่อ กลิ่นตัว ถ้าไม่จัดการมันจะสะสมจนเป็นกลิ่นถาวรของยิม แล้วสมาชิกก็จะรู้สึกว่า “ที่นี่เหม็น” แล้วก็ไม่มา

Real Gym มี “โปรโตคอล” สำหรับจัดการกลิ่นครับ

ทุกวัน เช็ดเครื่องทุกเครื่องด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ ถูพื้นทั้งยิม เปิดพัดลมระบายอากาศตลอดเวลาที่เปิดบริการ

ทุกสัปดาห์ ล้างพื้นยางด้วยน้ำยาทำความสะอาดเฉพาะ ล้างห้องน้ำ deep clean

ทุกเดือน ซักเบาะ machine ที่ถอดซักได้ (บางเครื่องเบาะถอดได้) พ่นน้ำยาดับกลิ่นทั่วยิม ตรวจสอบรางน้ำ ท่อระบายน้ำ ว่ามีอุดตันไหม (น้ำขังทำให้เหม็น)

สำหรับ Open Air ของ Real Gym พี่ได้เปรียบเรื่องกลิ่นมากครับ เพราะลมพัดผ่านตลอด กลิ่นไม่สะสม ไม่เหมือนฟิตเนสในร่มที่กลิ่นมันวนอยู่ในห้อง ถ้าแอร์ไม่ฟอกอากาศ กลิ่นก็จะสะสมหนักขึ้นเรื่อยๆ

วันที่ยากที่สุดไม่ใช่วันเปิด แต่เป็นวันที่สมาชิกคนแรกยกเลิก

พี่จะปิดท้ายด้วย insight ที่เป็นเรื่อง “จิตใจ” นะครับ

วันเปิด Real Gym สาขาแรก พี่ตื่นเต้นมาก มีความสุขมาก สมาชิกมาเยอะ บรรยากาศคึกคัก ทุกคนยิ้ม ทุกคนชอบ มันเหมือนฝันเป็นจริง

แต่ผ่านไปสัปดาห์เดียว สมาชิกคนแรกยกเลิก พี่ถามว่าทำไม เขาบอกว่า “ไกลบ้านเกินไปครับ” แค่นั้นเอง ไม่ได้มีอะไรผิด ไม่ได้ไม่พอใจอะไร แค่ไกลบ้าน แต่มันทำให้พี่รู้สึกแย่มากครับ รู้สึกเหมือนถูกปฏิเสธ

แล้วหลังจากนั้นก็มีคนยกเลิกอีก ทุกเดือน มีทั้งคนที่ยกเลิกเพราะย้ายบ้าน เปลี่ยนงาน ไม่มีเวลา ไม่ชอบคลาส ไม่ชอบเครื่อง ราคาแพง (ทั้งที่ถูกมากแล้ว) หรือแค่ขี้เกียจ มันมีเหตุผลสารพัดเลย

สิ่งที่พี่เรียนรู้คือ “น้องควบคุมคนยกเลิกไม่ได้ 100% แต่น้องควบคุมได้ว่าจะทำให้คนส่วนใหญ่อยู่” ถ้าสมาชิก 100 คน มี 5 คนยกเลิก มันปกติ แต่ถ้า 30 คนยกเลิก มันมีปัญหาที่ต้องแก้

แล้วก็อย่าเอาการยกเลิกของสมาชิกมา “ทำลายตัวเอง” ครับ อย่าคิดว่า “เราทำไม่ดีพอ” ทุกครั้งที่มีคนยกเลิก บางทีมันไม่ใช่ความผิดของน้อง บางคนยกเลิกเพราะเหตุผลส่วนตัวที่น้องควบคุมไม่ได้

สิ่งที่พี่ทำคือ “เก็บข้อมูล” ว่าสมาชิกยกเลิกเพราะอะไร แล้วดูว่ามีอะไรที่แก้ได้ไหม ถ้าหลายคนบอกว่า “เครื่องเสียบ่อย” ก็ต้องแก้เรื่องบำรุงรักษา ถ้าหลายคนบอกว่า “คลาสไม่สนุก” ก็ต้องหาครูใหม่ ถ้าหลายคนบอกว่า “ห้องน้ำสกปรก” ก็ต้องเพิ่มรอบทำความสะอาด แต่ถ้าเป็นเรื่องที่แก้ไม่ได้ (เช่น ไกลบ้าน) ก็ปล่อยวางครับ แล้วไปโฟกัสกับสมาชิกที่ยังอยู่ ทำให้เขาแฮปปี้

Real Gym วันนี้มีสมาชิกรวมกว่า 11,000 คนครับ แต่มันไม่ได้มาจากการที่ไม่มีใครยกเลิกเลย มันมาจากการที่คนสมัครใหม่เยอะกว่าคนยกเลิก แล้วคนที่อยู่ก็อยู่นาน เพราะเราดูแลดี

บริการของ Real Gym สำหรับคนที่ไม่อยากเริ่มจากศูนย์

ถ้าน้องอ่านมาถึงตรงนี้แล้วรู้สึกว่า “มันเยอะจัง มันยากจัง ไม่รู้จะรับมือไหวไหม” พี่เข้าใจครับ มันเยอะจริงๆ (ก่อนเริ่มจริง แนะนำอ่าน เปิดฟิตเนสต้องใช้เงินเท่าไหร่)

นั่นแหละที่เป็นเหตุผลว่าทำไม Real Gym ถึงเปิดรับแฟรนไชส์ครับ เพราะพี่อยากให้คนที่อยากเปิดฟิตเนส “ไม่ต้องลองผิดลองถูกเอง” เหมือนที่พี่เคยทำ

แฟรนไชส์ Real Gym มันให้ “ทุกอย่าง” ที่พี่เล่ามาในบทความนี้ครับ ทั้งการออกแบบผังยิมให้ การเลือกและจัดหาอุปกรณ์ให้ (ผ่าน Homefittools) การช่วยเรื่องก่อสร้างและผู้รับเหมา การฝึกอบรมทีมงาน ระบบสมาชิก ระบบบริหาร การตลาด ทุกอย่างมี “สูตร” ที่พิสูจน์แล้วจาก 6 สาขา

แล้วพี่ก็ยังรับออกแบบและสร้างห้องฟิตเนสให้กับ โครงการหมู่บ้านจัดสรร / คอนโด ที่ต้องการห้องฟิตเนสส่วนกลางที่ดีกว่ามาตรฐานทั่วไป หน่วยงานราชการ ที่ต้องการสร้างห้องออกกำลังกายสำหรับบุคลากร โรงแรม / รีสอร์ท ที่ต้องการฟิตเนสสำหรับแขกที่เข้าพัก บริษัทเอกชน ที่ต้องการสร้าง company gym สำหรับพนักงาน

บริการครบวงจร ตั้งแต่สำรวจพื้นที่ ออกแบบผัง เลือกอุปกรณ์ ก่อสร้าง/ตกแต่ง ติดตั้ง ทดสอบ ส่งมอบ ดูแลหลังส่งมอบ

ถ้าสนใจ ดูรายละเอียดได้ที่ realgymth.com/franchise-fitness สำหรับแฟรนไชส์ หรือติดต่อ [email protected] สำหรับงานออกแบบและสร้างฟิตเนส หรือเสนอพื้นที่ให้เราพิจารณาได้ที่ realgymth.com/about ครับ

ส่งท้าย

บทความนี้พี่เปิดหมดเลยครับ insight ที่เก็บมาจากการสร้างฟิตเนส 6 สาขา ทั้งเรื่องที่ดิน ผู้รับเหมา เหล็ก พื้น ไฟฟ้า ฝน กลิ่น เครื่อง ความเสียหาย จิตใจ ทุกอย่างที่ตำราไม่สอน แต่ต้องทำจริงถึงจะรู้

พี่หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้น้องที่กำลังจะสร้างฟิตเนส “เตรียมตัวได้ดีขึ้น” รู้ว่าจะเจออะไร รู้ว่าจะรับมือยังไง ไม่ต้องเจ็บตัวเหมือนพี่

แล้วถ้าน้องรู้สึกว่ามันเยอะเกินจะจัดการคนเดียว มา Real Gym ครับ เรามีทีมที่พร้อมช่วยทุกขั้นตอน จากประสบการณ์จริง 6 สาขา 11,000+ สมาชิก

ขอให้สร้างยิมที่ดีที่สุดที่น้องทำได้นะครับ!  และถ้าคุณกำลังเลือกอุปกรณ์ แนะนำให้อ่าน เครื่องออกกำลังกายครบทุกประเภท เพื่อเลือกให้เหมาะกับฟิตเนสของคุณตั้งแต่แรก

พี่เจ้าของ Real Gym

อ่านบทความอื่นในซีรีส์: บทความที่ 1 “เปิดฟิตเนสยังไง?” / บทความที่ 2 “ลงทุนเท่าไหร่?” / บทความที่ 3 “ขออนุญาตอะไรบ้าง?” / บทความที่ 4 “ออกแบบฟิตเนสยังไง?” / บทความที่ 6 “เปิดฟิตเนสใน กทม. ทำเลไหนดี?” / บทความที่ 7 “ทำยิมที่บ้าน” ที่realgymth.com

วางแผนเปิดฟิตเนสหรือโครงการ?

ทีมงาน Thaigymstuffs ให้บริการจัดหาและติดตั้งเครื่องออกกำลังกายครบวงจร พร้อมออกแบบตามงบประมาณและพื้นที่

ดูบริการสร้างห้องฟิตเนส
หมวดหมู่สมิท smith machine prox

เครื่องสมิทแมชชีน

เล่นเวทอย่างมั่นใจ ปลอดภัยด้วย Smith Machine

เลือกดูสินค้า
ลู่วิ่งออกกำลังกาย x12 ลู่วิ่งไฟฟ้าคุณภาพสูง ใช้ได้ทั้งบ้านและฟิตเนส

ลู่วิ่งออกกำลังกาย

ลู่วิ่งไฟฟ้าคุณภาพสูง ใช้ได้ทั้งบ้านและฟิตเนส

เลือกดูสินค้า
จักรยานออกกำลังกาย เครื่องออกกำลังกาย ปั่นสนุก เผา

จักรยานออกกำลังกาย

เครื่องออกกำลังกาย ปั่นสนุก เผาผลาญไว ประหยัดพื้นที่

เลือกดูสินค้า

แผ่นยางปูพื้น

ปรับระดับได้ รองรับทุกท่าเล่นเวท อย่างมืออาชีพ

เลือกดูสินค้า
เครื่องเดินวงรี elliptical el 02 รวมอุปกรณ์เล่นเวทครบชุด ราคาคุ้มค่า

เครื่องเดินวงรี

รวมอุปกรณ์เล่นเวทครบชุด ราคาคุ้มค่า

เลือกดูสินค้า
โฮมยิม เครื่องออกกำลังกาย แบบ All-in-one

โฮมยิม

เครื่องออกกำลังกาย แบบ All-in-one

เลือกดูสินค้า
ม้านั่งออกกำลังกาย รองรับแรงกระแทก ป้องกันเสียงรบกวน

ม้านั่งออกกำลังกาย

รองรับแรงกระแทก ป้องกันเสียงรบกวน

เลือกดูสินค้า
pilates-reformer

เครื่องพิลาทิส

ออกกำลังได้ทุกส่วน ครบในเครื่องเดียว

เลือกดูสินค้า

โค้ชปูนิ่ม - น.ส.มนัสนันท์ อรรณพวรรณ

นักกีฬาเพาะกายหญิง รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ในการแข่งขันมิสเตอร์ไทยแลนด์ 2025

ปูเชื่อว่า "ไม่ว่าคุณจะเริ่มต้นจากศูนย์ หรือเคยล้มเหลวกี่ครั้ง ถ้าคุณไม่หยุดพยายาม สักวันร่างกายของคุณจะเปลี่ยนไปได้แน่นอน โค้ชพร้อมอยู่ข้าง ๆ และจะพาทุกคนไปให้ถึงเป้าหมายไปด้วยกันค่ะ"

ดูโปรไฟล์โค้ชปูนิ่ม