ถ้าเล่นไหล่มาหลายปีแล้วแต่ไหล่ยังไม่กว้าง คำตอบอยู่ที่ Machine Lateral Raise เพราะความกว้างของไหล่ไม่ได้มาจากการกดหนัก แต่มาจากการกระตุ้น Lateral Deltoid ให้ถูกต้องและสม่ำเสมอ และ Machine Lateral Raise คือท่าที่ทำสิ่งนั้นได้ดีที่สุด
สวัสดี โค้ชปุนิ่ม มนัสนันท์ อรรถอนุวรรณ นะคะ สมาร์ทเทรนเนอร์รุ่นที่ 27 แชมป์มิสเตอร์ไทยแลนด์ 2025 ที่พัทยา แชมป์ไทยแลนด์โอเพ่นมาสเตอร์เกมส์ 2025 ที่กรุงเทพฯ และแชมป์เปยาปคลาสสิคที่ลำปาง ในวัย 45 ปี
วันนี้จะพาทุกคนมาเรียนรู้ Machine Lateral Raise ท่าที่ปุนิ่มมองว่าเป็นท่าที่ “ขาดไม่ได้” ที่สุดในบรรดาท่าเล่นไหล่ทั้งหมด เพราะถ้าไม่มีท่านี้ ไม่ว่าจะกด Shoulder Press หนักแค่ไหน ไหล่ก็จะไม่กว้างออกด้านข้างอย่างที่ต้องการ
เหตุผลที่ Machine Lateral Raise สำคัญกว่า Shoulder Press ในแง่ของความกว้างของไหล่ เพราะ Shoulder Press กระตุ้น Lateral Deltoid ได้แค่ 67% ของค่า MVC เท่านั้น ในขณะที่ Machine Lateral Raise กระตุ้นได้ถึง 94% ซึ่งสูงกว่ามาก และ Lateral Deltoid คือกล้ามที่สร้างความกว้างของไหล่ที่มองเห็นได้จากด้านหน้าโดยตรง
ปุนิ่มมีเรื่องเล่าให้ฟัง ว่าช่วงก่อนแข่งไทยแลนด์โอเพ่นมาสเตอร์เกมส์ 2025 ปุนิ่มโฟกัสที่ Machine Lateral Raise มากเป็นพิเศษ เพิ่มจาก 3 ชุดเป็น 5 ชุด และเพิ่มน้ำหนักทุกสองสัปดาห์ ผลที่ได้ คือไหล่กว้างขึ้นอย่างชัดเจนในสองเดือน และกรรมการหลายคนให้คะแนนไหล่ของปุนิ่มเป็นจุดเด่นในการแข่งขันครั้งนั้น
🔥 งานวิจัยจาก EMG Studies พบว่า Machine Lateral Raise กระตุ้นกล้ามไหล่ข้าง Lateral Deltoid ได้สูงถึง 94% ของค่า MVC ซึ่งสูงที่สุดในบรรดาท่าเล่นไหล่ทั้งหมด สูงกว่า Shoulder Press Machine สูงกว่า Dumbbell Lateral Raise และสูงกว่าท่าอื่นๆ ทุกท่า เพราะเครื่องช่วยให้แขนอยู่ในมุมที่ถูกต้องตลอด และแรงตึงมีตลอดทุกตำแหน่งของการเคลื่อนไหว
ถ้าคุณกำลังมองหาเครื่อง Machine Lateral Raise คุณภาพดีสำหรับยิมของคุณ ThaiGymStuff มีให้เลือกครบทุกรุ่น ทั้งแบบนั่งทำพร้อมกันสองข้าง และแบบทำทีละข้างสลับกัน
ทำความเข้าใจ Lateral Deltoid ก่อนเล่น
Lateral Deltoid มีลักษณะพิเศษที่ต้องรู้ก่อน คือมันทำงานน้อยมากในท่า Compound ทุกท่า ดังนั้นต้องมีท่า Isolation เฉพาะเจาะจงสำหรับมัน
Lateral Deltoid หรือกล้ามไหล่ข้าง เกาะจากส่วนข้างของกระดูกสะโพกของไหล่ Acromion และจบที่กระดูกต้นแขน Humerus
ทิศทางของเส้นใยกล้าม วิ่งออกด้านข้าง ดังนั้นการยกแขนออกด้านข้าง จึงเป็นทิศทางที่กระตุ้น Lateral Deltoid ได้ตรงที่สุด
สิ่งที่น่าสนใจมาก คือ Lateral Deltoid ทำงานน้อยมากในท่า Overhead Press ทุกชนิด เพราะทิศทางของแรงในท่าดันขึ้น ไม่ตรงกับทิศทางของเส้นใยกล้าม ดังนั้นไม่ว่าจะกด Shoulder Press หนักแค่ไหน Lateral Deltoid ก็จะพัฒนาได้น้อยมากถ้าไม่มีท่า Lateral Raise เสริม
วิธีเล่นเครื่อง Machine Lateral Raise ทำตามนี้ทีละขั้นตอนได้เลย
ขั้นตอนที่ 1 – มองเครื่องและทำความเข้าใจก่อน
ตอนนี้คุณยืนอยู่หน้าเครื่อง Machine Lateral Raise จะเห็นว่ามีเบาะนั่งอยู่ มีพนักพิง มีแผ่นรองแขนสองข้างที่กางออกด้านข้างอยู่ และมีแกนปรับน้ำหนักอยู่
การทำงานของเครื่องนี้ คือคุณจะวางต้นแขนท่อนล่างบนแผ่นรองแขน แล้วยกแขนขึ้นออกด้านข้าง เหมือน Dumbbell Lateral Raise แต่เครื่องช่วยกำหนดเส้นทางการเคลื่อนไหว
ขั้นตอนที่ 2 – ปรับน้ำหนักให้เหมาะสมก่อนนั่ง
ปรับน้ำหนักก่อน สำหรับผู้หญิงที่เพิ่งเริ่มต้น เริ่มที่ 10-15 กิโลกรัมก่อน สำหรับผู้ชาย เริ่มที่ 15-25 กิโลกรัมก่อน
Machine Lateral Raise ใช้น้ำหนักเบากว่า Shoulder Press Machine มาก เพราะเป็นท่า Isolation สำหรับกล้ามเล็ก อย่าพยายามใช้น้ำหนักหนักเหมือน Shoulder Press เพราะจะทำให้กล้าม Upper Trap รับงานแทน
ขั้นตอนที่ 3 – ปรับความสูงของที่นั่งให้ถูกต้อง
นั่งลงบนเบาะก่อน แล้วตรวจสอบตำแหน่งของแผ่นรองแขน
Machine Lateral Raise คงแรงตึงตลอดช่วง ทำให้ไหล่ข้าง (Side Delt) โตเร็วและกว้าง
ดูสินค้า
ตำแหน่งที่ถูกต้อง คือเมื่อคุณวางต้นแขนท่อนล่างบนแผ่นรอง ข้อศอกควรอยู่ในระดับเดียวกับไหล่หรือต่ำกว่าไหล่เล็กน้อย
ถ้าข้อศอกสูงกว่าไหล่ แปลว่าที่นั่งต่ำเกินไป ให้ปรับที่นั่งขึ้น ถ้าข้อศอกต่ำกว่าไหล่มาก แปลว่าที่นั่งสูงเกินไป ให้ปรับที่นั่งลง
💡 เคล็ดลับจากปุนิ่ม ความสูงของที่นั่งสำคัญมากในท่านี้ เพราะถ้าข้อศอกสูงกว่าไหล่แม้เพียงเล็กน้อย กล้าม Upper Trap จะเข้ามารับงานแทน Lateral Deltoid ทันที และคุณจะรู้สึกเมื่อยที่ต้นคอแทนที่จะรู้สึกที่ไหล่ข้าง
ขั้นตอนที่ 4 – นั่งและจัดท่าให้ถูกต้อง
นั่งให้หลังแนบพนักพิง สะโพกแนบเบาะ เท้าสองข้างวางราบบนพื้น
วางต้นแขนท่อนล่างบนแผ่นรองแขนสองข้าง ตั้งแต่ข้อศอกไปถึงข้อมือ มือจับที่จับเบาๆ ไม่ต้องกำแน่นมาก เพราะมือไม่ใช่จุดที่ออกแรงในท่านี้
💡 เคล็ดลับจากปุนิ่ม ก่อนเริ่มทุกชุด ให้กดหัวไหล่สองข้างลงต่ำก่อน เหมือนพยายามให้หัวไหล่ห่างจากหูให้มากที่สุด แล้วค้างท่านั้นไว้ตลอดชุด การทำแบบนี้ดึงกล้าม Upper Trap ออกจากการทำงาน และบังคับให้ Lateral Deltoid รับงานทั้งหมด นี่คือความแตกต่างระหว่างคนที่รู้สึกไหล่ทำงานชัดเจน กับคนที่รู้สึกต้นคอทำงานแทน
ขั้นตอนที่ 5 – สูดหายใจและเตรียมยกแขนขึ้น
สูดหายใจเข้าลึกๆ บีบกล้ามท้องเบาๆ กดหัวไหล่ลง โฟกัสที่ความรู้สึกว่า Lateral Deltoid สองข้างพร้อมทำงานอยู่
ขั้นตอนที่ 6 – ยกแขนขึ้นด้วย Lateral Deltoid นี่คือหัวใจของท่านี้
นึกว่ากำลังยกข้อศอกขึ้นออกด้านข้าง ไม่ใช่ยกมือขึ้น สองความคิดนี้ต่างกันอย่างสิ้นเชิง ถ้านึกถึงข้อศอก Lateral Deltoid จะรับงาน ถ้านึกถึงมือ กล้ามหน้าแขนและกล้ามต้นคอจะรับงานแทน
ยกแขนสองข้างขึ้นพร้อมกันช้าๆ นาน 1-2 วินาที นำด้วยข้อศอก รู้สึกว่า Lateral Deltoid สองข้างกำลังหดตัว
ยกขึ้นจนแขนขนานกับพื้น หรือสูงกว่าเล็กน้อย ประมาณ 90-100 องศาจากลำตัว
ขณะยกขึ้น ให้รู้สึกว่ากล้ามด้านข้างของไหล่ทั้งสองข้างกำลังออกแรง ไม่ใช่รู้สึกที่ต้นคอหรือกล้ามหน้าแขน ถ้ารู้สึกที่ต้นคอมากกว่าไหล่ข้าง ให้หยุดทันที กดหัวไหล่ลงแน่นขึ้นก่อน แล้วค่อยยกใหม่
หายใจออกพร้อมกับการยกขึ้น
ขั้นตอนที่ 7 – บีบ Lateral Deltoid ค้างที่จุดสูงสุด
พอแขนยกขึ้นสูงสุดแล้ว บีบกล้ามไหล่ข้างสองข้างแน่นๆ ค้างไว้ 2-3 วินาที
รู้สึกว่ากล้ามด้านข้างของไหล่สองข้างหดตัวอยู่อย่างชัดเจน ถ้ารู้สึกชัดเจนและไม่รู้สึกต้นคอมาก แปลว่าทำถูกต้องแล้ว
💡 เคล็ดลับจากปุนิ่ม ที่จุดบีบสุดนี้ ลองหมุนข้อมือเล็กน้อยเพื่อให้นิ้วก้อยอยู่สูงกว่านิ้วหัวแม่มือ เหมือนกำลังเทน้ำออกจากแก้วที่ถือไว้ทั้งสองมือ การทำแบบนี้เพิ่มการหดตัวของ Lateral Deltoid ได้อีกระดับ เพราะมันทำให้กล้ามไหล่ข้างอยู่ในตำแหน่งหดตัวที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ปุนิ่มใช้เทคนิคนี้ในทุกชุดของ Lateral Raise ทุกรูปแบบ
ขั้นตอนที่ 8 – ปล่อยแขนลงช้าๆ อย่างควบคุม นี่คือช่วงทองของการสร้างกล้ามไหล่ข้าง
หลายคนยกขึ้นสวยแล้วปล่อยลงเร็วๆ ซึ่งทิ้งโอกาสการพัฒนา Lateral Deltoid ไปครึ่งหนึ่งเลย ช่วงปล่อยลงช้าๆ คือที่มาของไหล่ที่กว้างในระยะยาว
ปล่อยแขนลงช้าๆ นาน 3-4 วินาที ต้านแรงของน้ำหนักที่พยายามดึงแขนลงอยู่ตลอด รู้สึกว่า Lateral Deltoid ยืดออกทีละนิด
ปล่อยลงจนรู้สึกว่า Lateral Deltoid ยืดออกเต็มที่ แต่ไม่ต้องปล่อยลงสนิทจนแขนชิดลำตัว ให้เหลือแรงตึงเล็กน้อย เพื่อรักษาการทำงานของ Lateral Deltoid ไว้ แล้วเริ่มยกขึ้นรอบใหม่ได้เลย
หายใจเข้าพร้อมกับการปล่อยลง
🔥 งานวิจัยจาก European Journal of Sport Science 2023 พบว่า การควบคุมช่วงปล่อยลงช้าๆ ในท่า Lateral Raise เพิ่มการกระตุ้น Lateral Deltoid ในตำแหน่งที่ยืดออกได้มากกว่าการปล่อยเร็วถึง 2 เท่า
สองแบบของ Machine Lateral Raise ที่ควรรู้จัก
เครื่องเดิม แต่การนั่งต่างกันและอุปกรณ์ต่างกัน ให้ผลที่แตกต่างกัน
แบบที่ 1 – แบบนั่งทำพร้อมกันสองข้าง
นั่งและยกแขนสองข้างพร้อมกัน แบบนี้ประหยัดเวลา และกระตุ้น Lateral Deltoid สองข้างพร้อมกัน เหมาะสำหรับการสร้างมวลกล้ามไหล่ข้างโดยรวม
แบบที่ 2 – แบบทำทีละข้างสลับกัน
บางเครื่องออกแบบมาให้ทำทีละข้าง แบบนี้ช่วยแก้ปัญหาไหล่สองข้างไม่สมดุล และให้ช่วงการเคลื่อนไหวที่กว้างกว่าเล็กน้อย เหมาะสำหรับคนที่ไหล่ข้างใดข้างหนึ่งใหญ่กว่าอีกข้างชัดเจน
ปุนิ่มแนะนำให้เริ่มจากแบบสองข้างพร้อมกันก่อน แล้วถ้าพัฒนาได้ดีแล้ว ค่อยเพิ่มแบบทีละข้างในบางชุด
ข้อดีของ Machine Lateral Raise
ข้อดีที่ 1 – กระตุ้น Lateral Deltoid ได้สูงที่สุดในบรรดาท่าเล่นไหล่ทั้งหมด
94% ของค่า MVC ไม่มีท่าไหนสูงกว่านี้ในแง่ของการกระตุ้น Lateral Deltoid
ข้อดีที่ 2 – แรงตึงมีตลอดทุกตำแหน่งของการเคลื่อนไหว
ต่างจาก Dumbbell Lateral Raise ที่แรงตึงน้อยมากในช่วงแรกของการยกขึ้น เครื่องนี้ให้แรงตึงกับ Lateral Deltoid ตั้งแต่ต้นจนจบทุกครั้ง
ข้อดีที่ 3 – พัฒนาการเชื่อมต่อระหว่างสมองกับ Lateral Deltoid ได้เร็วที่สุด
เพราะเครื่องช่วยรองรับแขน ทำให้ไม่มีกล้ามอื่นรบกวน สมองสามารถโฟกัสที่ Lateral Deltoid ได้ 100% เหมาะมากสำหรับมือใหม่ที่ยังรู้สึกไหล่ข้างทำงานได้ไม่ชัดเจน
ข้อดีที่ 4 – ปลอดภัยกว่า Dumbbell Lateral Raise มาก
เพราะเครื่องกำหนดทิศทางการเคลื่อนไหว ลดความเสี่ยงที่ข้อไหล่จะบิดออกจากแนว
ข้อดีที่ 5 – เพิ่มน้ำหนักได้ละเอียด
ทำให้พัฒนา Lateral Deltoid ได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่กระโดดข้ามขั้น
ข้อเสียของ Machine Lateral Raise
ข้อเสียที่ 1 – เส้นทางการเคลื่อนไหวตายตัว
กล้ามรักษาสมดุลไม่ได้ทำงานเหมือน Dumbbell Lateral Raise ควรสลับกับ Cable Lateral Raise หรือ Dumbbell Lateral Raise บ้าง เพื่อกระตุ้น Lateral Deltoid ในมุมที่แตกต่างกัน
ข้อเสียที่ 2 – ไม่สามารถยืด Lateral Deltoid ได้เต็มที่ในตำแหน่งต่ำสุด
เพราะเครื่องกำหนดจุดต่ำสุดของการเคลื่อนไหว ในขณะที่ Cable Lateral Raise ให้การยืดในตำแหน่งต่ำสุดได้ดีกว่า
ข้อควรระวังและข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
ข้อผิดพลาดที่ 1 – หัวไหล่พุ่งขึ้นขณะยกแขน ⭐⭐
Lateral Raise ปั้นไหล่ข้างทรงสวย – เทคนิคจากโค้ชปุนิ่ม แชมป์เพาะกาย ปี 2025
Side Lateral Raise ท่าเดียวปั้นไหล่ข้างให้กลมแบบแชมป์เวที ต้องฝึกยังไงให้โดนจุด*
Dumbbell Lateral Raise ฝึกไหล่ให้กลมสวยแบบมืออาชีพ โดยโค้ชปูนิ่มแชมป์เพาะกาย
นี่คือข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุด และทำลายประสิทธิภาพของท่านี้ที่สุดด้วย เมื่อหัวไหล่พุ่งขึ้น กล้าม Upper Trap รับงานแทน Lateral Deltoid ทันที และคุณจะรู้สึกเมื่อยต้นคอแทนไหล่ข้าง
วิธีแก้ กดหัวไหล่ลงแน่นๆ ก่อนยกทุกครั้ง ถ้ายังพุ่งขึ้นอยู่ ให้ลดน้ำหนักลงและกดหัวไหล่ลงแน่นขึ้น
ข้อผิดพลาดที่ 2 – ยกแขนเกิน 90 องศาขึ้นไปมาก
เมื่อยกเกิน 90-100 องศา Upper Trap จะเข้ามารับงานมากขึ้น และแรงกดที่ข้อไหล่ก็เพิ่มขึ้นด้วย ให้ยกถึงระดับขนานพื้นหรือสูงกว่าเล็กน้อยพอ
ข้อผิดพลาดที่ 3 – ใช้น้ำหนักหนักเกินจนต้องโยกลำตัวช่วย
ทำให้ Lateral Deltoid ไม่ได้รับงานเต็มที่ ให้ลำตัวนิ่งตลอด ถ้าลำตัวโยก ให้ลดน้ำหนักลงทันที
ข้อผิดพลาดที่ 4 – ปล่อยแขนลงเร็วเกินไป
เสียโอกาสสร้าง Lateral Deltoid ไปครึ่งหนึ่ง ให้ควบคุมช่วงปล่อยลงช้าๆ นาน 3-4 วินาทีทุกครั้ง
ข้อผิดพลาดที่ 5 – ไม่บีบค้างที่จุดสูงสุด
ให้บีบ Lateral Deltoid ค้าง 2-3 วินาทีทุกครั้ง และลองหมุนข้อมือให้นิ้วก้อยสูงขึ้นด้วย
เทคนิคขั้นสูงสำหรับ Machine Lateral Raise
เทคนิคที่ 1 – 21s
ทำ 7 ครั้งในช่วงล่าง คือจากตำแหน่งต่ำสุดถึงกลาง แล้วทำ 7 ครั้งในช่วงบน คือจากกลางถึงสูงสุด แล้วทำ 7 ครั้งเต็มช่วง รวม 21 ครั้งในชุดเดียว วิธีนี้กระตุ้น Lateral Deltoid ได้ครบทุกช่วงการเคลื่อนไหว
เทคนิคที่ 2 – Mechanical Drop Set
ทำจนล้า แล้วลดน้ำหนักลงและทำต่อทันที ทำ 2-3 รอบลดน้ำหนัก เผา Lateral Deltoid ให้ล้าสมบูรณ์แบบ
เทคนิคที่ 3 – Slow Negative
ยกขึ้นปกติ แต่ปล่อยลงช้ามาก 6-8 วินาที ทำแค่ 6-8 ครั้งต่อชุด เหนื่อยมากแต่กระตุ้น Lateral Deltoid ได้สูงมาก
โปรแกรมการเล่น Machine Lateral Raise แนะนำ
สำหรับผู้เริ่มต้น
ทำ 3 ชุด ชุดละ 12-15 ครั้ง พัก 60-90 วินาทีระหว่างชุด เน้นรู้สึก Lateral Deltoid ทำงานมากกว่าน้ำหนักหนัก กดหัวไหล่ลงตลอด บีบค้าง 2 วินาทีทุกครั้ง
สำหรับระดับกลาง
ทำ 4 ชุด ชุดละ 10-12 ครั้ง พัก 60 วินาทีระหว่างชุด บีบค้าง 3 วินาทีทุกครั้ง ปล่อยลงช้าๆ นาน 3-4 วินาทีทุกครั้ง ชุดสุดท้าย ทำแบบ Drop Set
สำหรับระดับสูง
ทำ 5 ชุด ชุดละ 10 ครั้ง พัก 45-60 วินาทีระหว่างชุด ใช้เทคนิค 21s ในชุดที่ 4 และ Mechanical Drop Set ในชุดสุดท้าย
💡 เคล็ดลับจากปุนิ่ม ปุนิ่มเล่น Machine Lateral Raise 5 ชุดทุกวันเล่นไหล่ แต่แบ่งเป็นเล่นกับเครื่องและเล่นกับสายเคเบิลสลับกัน เช่น Machine 3 ชุด Cable 2 ชุด หรือกลับกัน วิธีนี้กระตุ้น Lateral Deltoid ได้จากสองมุมที่แตกต่างกันในวันเดียว ทำให้พัฒนาได้เร็วกว่าการเล่นแค่แบบเดียว
ThaiGymStuff กับเครื่อง Machine Lateral Raise
ThaiGymStuff มีเครื่อง Machine Lateral Raise หลายรุ่นให้เลือก ทั้งแบบนั่งทำพร้อมกันสองข้าง ที่เหมาะสำหรับยิมที่ต้องการประหยัดพื้นที่ และแบบทำทีละข้างสลับกัน ที่เหมาะสำหรับยิมระดับพรีเมียมที่ต้องการอุปกรณ์ครบถ้วน
สำหรับยิมเชิงพาณิชย์ ทีมงาน ThaiGymStuff แนะนำรุ่นที่มีระบบปรับน้ำหนักที่ลื่นไหลและรองรับการใช้งานหนักได้นาน เพราะเครื่อง Lateral Raise มักถูกใช้งานบ่อยมากในยิม
ทีมงานผู้เชี่ยวชาญของ ThaiGymStuff พร้อมให้คำปรึกษาฟรีว่ารุ่นไหนเหมาะกับพื้นที่และงบประมาณของคุณมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นยิมในคอนโด ยิมในโครงการหมู่บ้าน หรือยิมส่วนตัวในบ้าน



