Functional Trainer คือเครื่องที่ฉลาดที่สุดในยิม เพราะมันไม่ใช่แค่เครื่องเล่นกล้าม แต่คือเครื่องที่สร้างร่างกายให้แข็งแรงในทุกทิศทางของการเคลื่อนไหวจริงในชีวิตประจำวัน เมื่อร่างกายแข็งแรงในทุกทิศทาง ไม่มีทางบาดเจ็บจากการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวัน
สวัสดี โค้ชปุนิ่มนะคะ วันนี้จะพาทุกคนมาเรียนรู้ Functional Trainer เครื่องที่ปุนิ่มมองว่าเป็นเครื่องที่คุ้มค่าที่สุดในยิม เพราะเครื่องเดียว ทำท่าได้หลายร้อยท่า และสร้างร่างกายที่แข็งแรงในทุกทิศทางได้
Functional Trainer คืออะไร คือเครื่อง Cable ที่มีรอกสองเสา แต่ต่างจาก Cable Crossover ธรรมดาตรงที่รอกสามารถปรับระดับได้ตั้งแต่ต่ำสุดจนสูงสุด และมีตัวจับหลายชนิดให้เลือก ทำให้สามารถเล่นได้ทุกท่าในทุกมุม
ในบทความนี้ ปุนิ่มจะสอนท่าพื้นฐาน 5 ท่าที่สำคัญที่สุดบน Functional Trainer เพื่อให้ทุกคนเห็นภาพว่าเครื่องนี้ใช้งานได้หลากหลายแค่ไหน
🔥 งานวิจัยจาก Journal of Human Kinetics พบว่า การฝึกด้วย Functional Trainer ซึ่งให้แรงต้านในหลายทิศทาง เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามรักษาสมดุลและกล้ามแกนกลางลำตัวได้มากกว่าการฝึกด้วยเครื่องเส้นทางตายตัวถึง 28%
ถ้าคุณกำลังมองหา Functional Trainer คุณภาพดีสำหรับยิมของคุณ ThaiGymStuff มีให้เลือกครบทุกรุ่น
5 ท่าพื้นฐานบน Functional Trainer ที่ควรรู้จัก
ท่าที่ 1 – ดึงลงข้ามลำตัว
ท่านี้กระตุ้นกล้ามปีกหลังและกล้ามแกนกลางลำตัวพร้อมกัน เพราะต้องต้านแรงที่ดึงจากด้านบนขวาไปด้านล่างซ้าย
ปรับรอกให้อยู่สูงสุด ยืนข้างเครื่อง จับตัวจับแบบเดี่ยวด้วยมือข้างตรงข้ามกับเครื่อง แล้วดึงลงมาข้ามหน้าลำตัว จนมือมาอยู่ที่สะโพกด้านตรงข้าม
ลำตัวต้องนิ่งตลอด กล้ามปีกหลังเป็นตัวดึงลง กล้ามแกนกลางลำตัวเป็นตัวต้านการหมุนของลำตัว
ทำ 3 ชุด ชุดละ 12 ครั้งต่อข้าง
Functional Trainer สามารถเล่นได้ครบทุกกล้ามใน 1 เครื่อง เหมาะสำหรับโฮมยิมและฟิตเนสคอนโด
ดูสินค้า
ท่าที่ 2 – ดันออกข้ามลำตัว
ท่านี้กระตุ้นกล้ามอก กล้ามไหล่หน้า และกล้ามแกนกลางลำตัวพร้อมกัน
ปรับรอกให้อยู่ระดับไหล่ ยืนข้างเครื่อง จับตัวจับด้วยมือข้างใกล้เครื่อง แล้วดันออกข้ามหน้าลำตัวไปอีกด้าน
ลำตัวนิ่ง กล้ามอกและไหล่หน้าเป็นตัวดันออก กล้ามแกนกลางลำตัวต้านการหมุน
ทำ 3 ชุด ชุดละ 12 ครั้งต่อข้าง
ท่าที่ 3 – ดึงขึ้นข้ามลำตัว
ท่านี้กระตุ้นกล้ามท้องเฉียง กล้ามก้น และกล้ามปีกหลังพร้อมกัน
ปรับรอกให้อยู่ต่ำสุด ยืนข้างเครื่อง จับตัวจับด้วยสองมือ โน้มตัวลงเล็กน้อย แล้วดึงขึ้นข้ามลำตัวไปด้านบนอีกด้าน เหมือนการตีกอล์ฟหรือตีเบสบอล
กล้ามท้องเฉียง กล้ามก้น และกล้ามปีกหลังทำงานพร้อมกัน เป็นท่าที่ใช้กล้ามมากที่สุดในห้าท่านี้
ทำ 3 ชุด ชุดละ 12 ครั้งต่อด้าน
ท่าที่ 4 – ย่อตัวและดึงขึ้น
ท่านี้กระตุ้นกล้ามขา กล้ามก้น และกล้ามปีกหลังพร้อมกัน เป็นท่าที่ใกล้เคียงกับการเคลื่อนไหวในชีวิตจริงมากที่สุด
ปรับรอกให้อยู่ต่ำสุด หันหน้าเข้าเครื่อง จับตัวจับด้วยสองมือ แล้วย่อตัวลงพร้อมกับยืดแขนออกไปข้างหน้า จากนั้นลุกขึ้นและดึงสายเคเบิลเข้าหาหน้าอก
ท่านี้รวมการย่อตัวและการดึงไว้ด้วยกัน ทำให้ได้กล้ามขา ก้น และปีกหลังในท่าเดียว
ทำ 3 ชุด ชุดละ 12 ครั้ง
ท่าที่ 5 – ยืนบนขาเดียวและดึงลง
ท่านี้เป็นท่าที่ท้าทายที่สุดในห้าท่านี้ เพราะต้องการทั้งความแข็งแรงของกล้ามปีกหลัง และความสมดุลของร่างกายในขณะยืนขาเดียว
ปรับรอกให้อยู่สูงสุด ยืนข้างเครื่อง ยกขาข้างหนึ่งขึ้น จับตัวจับด้วยมือข้างตรงข้าม แล้วดึงลงมา
การยืนขาเดียว บังคับให้กล้ามก้นและกล้ามขาของขาที่ยืนอยู่ทำงานเพื่อรักษาสมดุล ในขณะที่กล้ามปีกหลังทำงานดึงลง เป็นการฝึกแบบทำงานร่วมกันหลายกล้ามที่ดีที่สุด
ทำ 3 ชุด ชุดละ 10 ครั้งต่อข้าง
ข้อดีของ Functional Trainer
ข้อดีที่ 1 – ยืดหยุ่นมากที่สุดในบรรดาเครื่องทั้งหมด
เครื่องเดียว ทำท่าได้หลายร้อยท่า ไม่ต้องเปลี่ยนเครื่อง
ข้อดีที่ 2 – สร้างร่างกายที่แข็งแรงในทุกทิศทาง
เพราะสายเคเบิลปรับทิศทางได้อิสระ ทำให้กล้ามทำงานในทุกมุมที่ร่างกายเคลื่อนไหวจริง
ข้อดีที่ 3 – กระตุ้นกล้ามรักษาสมดุลและกล้ามแกนกลางลำตัว
เพราะไม่มีเส้นทางตายตัว ร่างกายต้องรักษาสมดุลเอง
ข้อดีที่ 4 – เหมาะสำหรับทุกระดับ
ตั้งแต่ผู้เริ่มต้นที่เล่นน้ำหนักเบาๆ จนถึงนักกีฬาที่ต้องการฝึกความแข็งแรงในแบบเฉพาะทาง
ข้อเสียของ Functional Trainer
20 ท่ายกดัมเบลสร้างกล้ามเนื้อแบบ Full Body!
โปรแกรม Smith Machine Full Body สำหรับสร้างกล้าม
15 ท่าเล่นไหล่ ไหล่ 4K ครบทุกส่วน เล่นได้จากบ้านหรือฟิตเนส
ข้อเสียที่ 1 – ราคาสูง Functional Trainer เป็นเครื่องระดับพรีเมียม ราคาสูงกว่าเครื่องทั่วไป
ข้อเสียที่ 2 – ต้องการความรู้ในการใช้งาน เพราะมีท่าให้เล่นมากมาย มือใหม่อาจสับสนได้ ควรเรียนรู้ท่าพื้นฐานก่อน
ข้อควรระวังและข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
ข้อผิดพลาดที่ 1 – ใช้น้ำหนักหนักเกินจนต้องโยกลำตัว ทุกท่าบน Functional Trainer ต้องการลำตัวที่นิ่ง ให้เลือกน้ำหนักที่ควบคุมได้
ข้อผิดพลาดที่ 2 – ไม่ตรวจสอบตัวล็อกก่อนเล่น ตรวจสอบทุกครั้งก่อนเล่นเสมอ
ข้อผิดพลาดที่ 3 – เล่นแต่ท่าเดิมซ้ำๆ ลองเปลี่ยนท่าและเปลี่ยนทิศทางบ้าง เพื่อให้กล้ามทำงานในหลายมุม
โปรแกรมการเล่น Functional Trainer แบบทั้งตัวแนะนำ
สำหรับผู้เริ่มต้น
เลือก 3 ท่าจาก 5 ท่าที่สอนไป ทำท่าละ 3 ชุด ชุดละ 12 ครั้ง พัก 90 วินาทีระหว่างชุด ใช้น้ำหนักเบาๆ ก่อน เน้นลำตัวนิ่งและควบคุมการเคลื่อนไหวได้เต็มที่
สำหรับระดับกลาง
ทำครบทั้ง 5 ท่า ท่าละ 3 ชุด ชุดละ 12 ครั้ง พัก 60-90 วินาทีระหว่างชุด เพิ่มน้ำหนักได้ทีละน้อยเมื่อลำตัวนิ่งได้ดีแล้ว
สำหรับระดับสูง
ทำครบทั้ง 5 ท่า ท่าละ 4 ชุด ชุดละ 10-12 ครั้ง พัก 45-60 วินาทีระหว่างชุด เพิ่มความท้าทายด้วยการยืนขาเดียวหรือนั่งบนลูกบอลในบางท่า
💡 เคล็ดลับจากปุนิ่ม ปุนิ่มใช้ Functional Trainer เพิ่มเติมจากโปรแกรมเล่นกล้ามหลัก โดยเล่นหลังจากวันเล่นกล้ามหนักๆ เสร็จแล้ว ประมาณ 15-20 นาที เพื่อฝึกความแข็งแรงในการเคลื่อนไหวจริงควบคู่ไปกับการสร้างกล้าม วิธีนี้ทำให้ร่างกายแข็งแรงทั้งในแง่รูปลักษณ์และการใช้งานจริง
ThaiGymStuff กับเครื่อง Functional Trainer
ThaiGymStuff มีเครื่อง Functional Trainer หลายรุ่นให้เลือก ทั้งแบบสองเสาขนาดเต็มที่รองรับการใช้งานหนักระดับยิมเชิงพาณิชย์ และแบบเสาเดียวที่ประหยัดพื้นที่สำหรับยิมส่วนตัวในบ้าน พร้อมอุปกรณ์ตัวจับครบชุด
ทีมงานผู้เชี่ยวชาญของ ThaiGymStuff พร้อมให้คำปรึกษาฟรี



